บทที่ 6 วางยา

ตอนที่6 วางยา

“ผมมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นจริง แต่ที่ผมทำแบบนั้น เพราะว่าเธอวางยาผม” แล้วผมก็บอกความจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้นออกมาให้แม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

จะว่าผมไม่แมนแล้วก็ได้ที่ดูเหมือนโยนความผิดให้ผู้หญิง แต่ยังไงคนตรงหน้าก็แม่ผม ผมไม่จำเป็นต้องรักษาภาผลักษณ์อีกแล้ว และที่สำคัญถ้าแม่รู้ความจริงและนิสัยใจคอของผู้หญิงคนนั้นแบบนี้ เผื่อว่าแม่จะไม่อยากรับผิดชอบเธอแล้วใช้เงินจบปัญหาแทน

“อะไรนะ!? เจ้าขาเนี่ยเหรอ?” แม่ได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อเลยสักนิด

แต่ก็บอกแล้วว่าเธอแอ๊บใสแค่ไหน ถึงแม้ว่าแม่ผมจะไม่ได้กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ แต่เมื่อก่อนตอนผมเด็ก ท่านก็อยู่ที่นั่นบ่อยๆ ทำให้ได้เห็นผู้หญิงคนนั้นอยู่ตลอดเรื่อยๆ และจดจำภาพที่เธอเป็นเด็กดีและเรียบร้อยมาเสมอ

“แม่คงไม่เชื่อ แต่แม่ลองคิดดูว่าผมจะทำแบบนั้นกับคนที่ผมแค่เคยรู้จักเหรอ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้ชาย และถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวย(มาก)...”

“แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรไม่คิดขนาดนั้นหรอกนะครับ ยิ่งผมอยู่ในวงการนี้ด้วย ผมต้องเซฟตัวเองมากกว่าคนทั่วไปไม่ใช่เหรอ” ผมลองบอกแม่ให้คิดตามถึงเหตุผลทุกอย่างที่มันไม่ผิดจากที่ผมพูด

คนที่อยู่วงการบันเทิงการจะทำอะไรถือว่าเป็นจุดอ่อนเลยก็ว่าได้ ยิ่งดังเท่าไหร่ก็ถือว่าจุดอ่อนยิ่งมาก เพราะว่าคนจับตามองเยอะ เรื่องเล็กๆ ก็สามารถตีเป็นข่าวใหญ่โตได้ ฉะนั้นผมคงไม่ทำอะไรสิ้นคิดมั่วๆ เป็นการขุดหลุมฝั่งตัวเองแบบนี้หรอก

“เฮ้อ! ถึงลูกจะพูดแบบนั้นก็เถอะ และถึงแม้ว่าแม่จะไม่ได้เห็นเจ้าขาในตอนโต แต่แม่ก็ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะทำแบบนั้น...” แม่พูดออกมาอย่างลำบากใจและหนักใจไม่น้อยเหมือนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“แต่ก็นั่นแหละ ลูกเป็นศิลปิน แล้วตอนนี้เจ้าขาก็ท้องแล้ว ลูกจะไม่รับผิดชอบเธอคงไม่ได้” แม่พูดออกมาอีกครั้งถึงสิ่งที่ผมควรทำเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้ เพื่อให้เห็นถึงความรับผิดชอบของตัวผม

แต่แล้วสุดท้ายผมก็คงหนีเรื่องนี้ไม่พ้นจริงๆ สินะ

“แต่ผมเกลียดเธอ” ผมพูดออกมาอย่างไม่ปิดบังในความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนนั้น

เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้าเธออีก นอกจากเธอจะกล้าเล่นสกปรกวางยาผมแล้ว เธอยังกล้าที่จะปล่อยตัวเองให้ท้องเพื่อจับผมอีกสินะ ตอนนั้นผมพลาดเองแหละที่อารมณ์มันมากเกินไปจนลืมเรื่องป้องกันไปซะสนิท แล้วก็ไม่ได้อยู่กำชับเธอให้กินยาเพราะไม่อยากอยู่รอเจอหน้าพูดคุยกับเธออีก

“ต่อให้ลูกจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ยังไงเด็กในท้องนั่นก็ลูกของลูก หลานของแม่ ยังไงลูกก็พลาดไปแล้ว แม่อยากให้ลูกทำอะไรให้มันถูกต้อง เพราะสุดท้ายแล้วมันก็อาจจะเป็นจุดอ่อนของลูกได้” แม่พูดถึงสิ่งที่กังวลและสิ่งที่ควรทำออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งมันก็ใช่สินะ ถ้าผมไม่รับผิดชอบเธอ เธอที่อยากได้ผมอยู่แล้วก็คงไม่ปล่อยให้จบง่ายๆ เงียบๆ ต้องทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ผมยอม และนั่นก็คงหมายถึงชื่อเสียงของผมที่ตามมาด้วย

“ก็ได้ครับ แต่เธอจะเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะแม่ของลูกผมเท่านั้น และที่สำคัญ ผมต้องการตรวจดีเอ็นเอหลังคลอด และจะไม่มีงานแต่งใดๆ ทั้งสิ้น” ในเมื่อหนีไม่พ้นและต้องจัดการทุกอย่างให้เรียร้อย ผมก็บอกแม่ออกไปอย่างที่คิดและไม่ยอมอะไรไปมากกว่านี้ด้วยเช่นกัน

ในเมื่ออยากเป็นเมียผมมาก ผมก็จะทำให้เธอได้รู้ว่าความทุกข์ของจริงมันเป็นยังไง เธอต้องเรียนรู้ว่าวิธีการสกปรกที่เธอคิดได้ ไม่ใช่สิ่งที่เธอทำเป็นฝ่ายเดียว

“จะดีเหรอลูก” แม่ได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ผมให้ได้แค่นี้จริงๆ

“ครับ แม่ก็รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังคบหากับมินนี่ ถ้าเกิดข่าวนี้หลุดไปคนได้หาว่าผมสวมเขามินนี่พอดี” แล้วผมก็บอกแม่ถึงปัญหาอีกเรื่องที่มันกำลังตามมาทั้งที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยด้วยซ้ำ แต่มันกลับวุ่นวายไปหมดเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว

“งั้นลูกรอก่อนแล้วกัน บ่ายๆ พวกเขาคงจะมา” แม่ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นเพื่อให้ผมได้อยู่พูดคุยตกลงกันต่อหน้าให้เรียบร้อย

“ครับ” ผมก็ตอบรับอย่างไม่ได้มีปัญหาอะไรแม้ไม่ได้อยากเจอหน้ากับใครทางนั้นเลยสักคนโดยเฉพาะผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น

หลังจากคุยกับแม่เสร็จ ผมก็ขึ้นไปพักด้านบน แทนที่จะกลับมาแล้วได้พักอย่างสบายใจ แต่กลับมาได้รับรู้เรื่องเฮงซวยแบบนี้อีก แม่งเอ้ย!

ตอนนี้ผมนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับทั้งสองฝั่งแล้ว โดยที่ผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่มาถึงก็เลือกที่จะนั่งก้มหน้าก้มตาอย่างเดียวไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมามอง แต่พวกทำผิดก็แบบนี้แหละนะ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนอื่นเพราะกลัวเขาจะจับได้

“ตอนนี้ฉันได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากลูกฉันแล้วนะคะ แล้วทางเราก็จะขอรับผิดชอบกับสิ่งที่ตาเพทำ” แม่ผมพูดขึ้นเพื่อเป็นการให้เกียรติฝั่งนั้นตามประสาผู้ใหญ่

“ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณหญิงนะคะ ที่ไม่ใจร้ายกับเจ้าขา” แม่ของผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นเหมือนสบายใจที่ลูกสาวตัวเองได้รับความรับผิดชอบ

“ค่ะ แต่เรื่องแต่ง ตอนนี้ตาเพยังไม่พร้อมจริงๆ เพราะว่ายังติดเรื่องทัวร์อยู่น่ะค่ะ” แล้วแม่ก็พูดออกมาอย่างเกรงใจด้วยคำพูดที่ดูฟังขึ้นที่สุดต่างจากความจริงในความรู้สึกของผม

ก็ผมบอกแม่ไปแล้วไง ว่าผมไม่จัดงานอะไรทั้งนั้น เพียงแต่แม่เลือกคำพูดที่ดีเท่านั้น

“ฉันเข้าใจค่ะว่ามันกะทันหันเกินไป” แม่ของผู้หญิงคนนั้นพูดออกมาอย่างว่าง่ายและเข้าใจกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอยากให้ลูกมีผัวเลยไม่อยากเรียกร้องอะไรมาก หรือว่าเอือมระอากับนิสัยลูกตัวเองกันแน่เลยอยากปล่อยๆ ไปให้จบ

“แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติคุณและเจ้าขา ทางเราจะให้เจ้าขามาอยู่ที่นี่กับเราในฐานะสะใภ้ของเราค่ะ” แล้วแม่ผมก็พูดขึ้นอีกครั้งกับการจัดการที่ท่านคิดว่าสมควร และเรื่องนี้ผมก็ต้องยอมท่านไป

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ สามีภรรยากันอยู่ห่างกันมากก็ไม่ดี” แม่ของผู้หญิงคนนั้นได้ยินแบบนั้นก็พูดออกมาอย่างเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร

“ค่ะ งั้นเอาตามนี้นะคะ...”

“ตาเพ ไหว้ขอขมาน้าณาสิลูก” แม่ผมพูดรวบรัดออกมาหลังจากคุยกันรู้เรื่องเข้าใจตรงกัน พร้อมกับหันมาบอกผมแล้วยื่นพานที่มีดอกไม้ธูปเทียนให้ผมเพื่อทำตามประเพณีโบร่ำโบราณที่ผมไม่ค่อยเข้าใจหรอก แต่ผมจำต้องหยิบมันมาและลงไปยังด้านล่างเพื่อทำการขอขมาทั้งที่ผมไม่สมควรจะต้องทำด้วยซ้ำ

“ผมขอโทษที่ทำผิดไป และหลังจากนี้คุณน้าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลเจ้าขาแทนคุณน้าเอง” ผมพูดออกไปอย่างที่คิด และแน่นอนว่าผมจะดูแลเธออย่างดี ให้เธอได้รู้ซึ้งถึงการเข้ามาทำให้ชีวิตผมพัง

“จ้ะ น้าไม่ถือโทษโกรธเราหรอก ยังไงเรื่องก็เกิดขึ้นแล้ว จากนี้แม่ฝากเจ้าขาด้วยนะลูก” แม่ของผู้หญิงคนนั้นรับพานผมไปก่อนจะพูดออกมาอย่างกับผู้ใหญ่ใจกว้าง ฝากฝังลูกสาวไว้อย่างดิบดีกับผม

และผมจะไม่ทำให้ใครต้องผิดหวังเลยแม้แต่คนเดียว

“ครับ” ผมตอบรับอย่างพอเป็นพิธีไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งอะไรกับการไม่ถือโทษเรื่องที่ผมไม่ได้ผิดพวกนี้สักนิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป