บทที่ 8 น่ารำคาญ

ตอนที่8 น่ารำคาญ

“อาเพ~” แล้วเสียงพะแพงที่นั่งอีกฝั่งหันไปฝั่งทางเข้าห้องนั่งเล่นก็ร้องเรียกขึ้น ทำให้ฉันกับพะเพื่อนหันไปมองคนมาใหม่ แล้วก็ได้เห็นเขาเดินเข้ามาโดยที่ไม่ได้เจอมาสามวันได้ และไม่รู้ว่าทำไมวันนี้เขากลับบ้านได้

“ว่าไงตัวแสบ” เขาเดินเข้ามาแล้วทักสองแสบขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนโดยไม่ได้มองมาที่ฉันแม้แต่หางตาเหมือนที่ชอบทำประจำ

“คิดถึงอาเพ” พะแพงพูดอย่างออดอ้อนใส่อาตัวเองด้วยความน่ารักไม่น้อยตามความสนิทสนมกันในบ้าน

“ใช่หรือเปล่าเนี่ย” เขาตอบกลับเหมือนไม่อยากเชื่อเป็นการหยอกล้อหลานกลับ

ถึงแม้ว่าเขาจะดูเย็นชากับฉันแค่ไหน แต่ฉันก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเวลาเขาอยู่กับหลานๆ เขาทั้งอบอุ่น น่ารัก และอ่อนโยน จนฉันอดคิดถึงเวลาที่เขาจะอยู่กับลูกของเราไม่ได้ว่าอาจจะดีกว่าความสัมพันธ์ของเราสองคน

“เชื่อได้ค่า~” พะแพงตอบกลับอย่างเอาใจผู้เป็นอากลับไม่น้อยด้วยความมั่นใจ

“แล้วเราไม่คิดถึงอาหรือไง” คุณเพทายหันไปถามพะเพื่อนบ้างอีกคนที่ไม่ค่อยได้สนใจเขาเท่าไหร่

“คิดถึงนิดหน่อยค้าบ” แล้วพะเพื่อนตอบกลับอย่างกะล่อน ทำเอาฉันเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัวกับความไร้เดียงสาแต่ขี้แกล้งของเด็กตรงหน้า

แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเจอสายตาเย็นชามองมาเหมือนขวางหูขวางตาเขา

“ก็ดี อาจะได้ไม่ต้องซื้อของเล่นมาฝาก” คุณเพทายได้ยินแบบนั้นก็ตอบโต้หลานตัวเองกลับไปอย่างเอาคืนหเหนือกว่าบ้าง

“ง่า~ คิดถึงเยอะๆ ก็ได้ค้าบ” แล้วพะเพื่อนก็รีบอ้อนกลับไปใหม่ทันที ก่อนคุณเพทายจะยีหัวด้วยความมันเขี้ยวไม่น้อย ทำเอาฉันก็เอ็นดูกับความกะล่อนนี้ไปด้วย

“เอ่อ คุณเพทายทานอะไรมาหรือยังคะ” ฉันทำใจกล้าถามเขาออกไปแม้จะรู้ดีว่าเขาไม่คิดจะรับอะไรจากฉันเลยก็ตาม ทำให้เขาหันมามองหน้าฉันนิ่งๆ นิ่งจนฉันไม่กล้ามองหน้าเขาต่อเลย

“ขนมเค้กอาเจ้าขาอร่อยมากค้าบ อาเพกินไหม” พะเพื่อนพูดขึ้นอย่างไม่ได้รู้ถึงปัญหาของผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย

“ไม่ครับ กินเถอะ จะได้รีบไปทำการบ้าน” แล้วคุณเพทายตอบกลับหลานออกมาโดยไม่ได้ตอบคำถามของฉัน แล้วก็เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป

“.....” ฉันได้แต่มองตามหลังเขาไปอย่างรู้สึกน้อยใจที่จนถึงตอนนี้ฉันก็ดูเหมือนเป็นแค่ตัวอะไรสักอย่างในสายตาเขา ไม่แม้ความหมายแม้แต่จะให้มองในฐานะแม่ของลูกด้วยซ้ำ

หลังจากเด็กๆ จัดการของว่างเสร็จ ฉันก็พาพวกแกนั่งทำการบ้านต่อโดยที่มีฉันเป็นคนสอนนั่นเอง และยอมรับเลยว่าทั้งสองเป็นเด็กฉลาดมาก เข้าใจทุกอย่างได้ง่ายๆ ตามวัย

“อาเจ้าขาเก่งที่สุดเลยค่ะ” พะแพงพูดขึ้นหลังจากฉันสอนการบ้านสองแสบเสร็จ

“พะเพื่อนกับพะแพงก็เก่งที่สุดเหมือนกันค่ะ” ฉันพูดชมกลับไปคืนและอดไม่ได้ที่จะฟัดแก้มสองแสบด้วยความหมั่นเขี้ยว

ขนาดหลานยังรักขนาดนี้เลย อยากให้ลูกออกมาเร็วๆ จัง

“คิกๆๆ” พะแพงหัวเราะชอบใจไม่น้อยกับคำชมตามประสาเด็ก

“ชู่ว!” แล้วพะเพื่อนก็ทำเสียงให้ทุกคนเงียบ จนฉันกับพะแพงเงียบทันที

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามพะเพื่อนออกไปว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ๆ ก็ทำให้ยิ้มออกมา เมื่อพะเพื่อนตะแคงหูมาที่หน้าท้องของฉัน

“น้องดิ้นคับ” เจ้าตัวบอกออกมาอย่างจริงจังไม่น้อย ฉันก็นึกว่าอะไร นี่ก็เห่อน้องจริงๆ เลย

“น้องอยากเล่นด้วยแน่ๆ เลยค่ะ” พะแพงพูดพร้อมกับเอามือไปทาบที่ท้องของฉันอีกคน

“นั่นสิคะ น้องคงอยากออกมาเล่นกับพี่พะเพื่อนพี่พะแพงแล้วแน่เลย” ฉันพูดตอบรับเด็กๆ ออกไปแล้วนั่งให้เด็กๆ สัมผัสกับท้องของฉันต่ออย่างตื่นเต้น

“อาเพ! มานี่เร็วคับ” แล้วพะเพื่อนที่เงยหน้าขึ้นมาก็เอ่ยเรียกคุณเพทายที่พึ่งเดินมาออกมา

นั่นทำให้ฉันหุบยิ้มลงอย่างไม่ตั้งใจที่มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว ฉันไม่กล้าแสดงอาการอะไรมากนักหรอกเวลาอยู่ต่อหน้าเขา ฉันกลัวว่าเขาจะหาเรื่องว่าฉันน่ะสิ การอยู่บ้านเขาอีกทั้งฝีปากที่ไม่เก่งกาจเท่าเขา ฉันจึงเลือกจะเลี่ยงทุกปัญหากับเขาให้ได้มากที่สุด

“ว่าไงครับ” คุณเพทายเดินเข้ามาหาหลานตัวเองแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยกับท่าทางของพะเพื่อน

“อาเพมานี่เร็ว มาจับดูน้องเร็ว น้องดิ้นด้วย” ไม่ว่าเปล่าแต่พะเพื่อนกลับวิ่งลงจากโซฟาไป รีบจูงมือคุณเพทายแล้วลากมาหาฉันด้วยความตื่นเต้นกับเรื่องน่าสนุกของพวกแก

และ...

กึก! ฉันนั่งนิ่งเหมือนถูกสาปทันทีหลังจากมือหนาที่ถูกมือเล็กของพะเพื่อนจับมาวางที่หน้าท้องของฉันอย่างที่ไม่มีใครได้ตั้งตัวทั้งฉันและเขา จะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันกับเขาถูกเนื้อต้องตัวกันหลังจากคืนนั้น... อย่าว่าแต่ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย แค่อยู่ใกล้ในระยะห้าก้าวยังไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ ใกล้สุดคงจะเป็นตอนนั่งกินข้าวนั่นแหละ ก็เลยทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ

“ว้าวๆ น้องดิ้นแรงกว่าเดิมอีกอ่ะ” เสียงพะเพื่อนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นไม่หยุดกับแรงดิ้นไม่หยุดของเจ้าเด็กน้อยในท้อง

“น้องต้องรู้จักอาเพแน่ๆ เลย” พะแพงเสริมออกไปอย่างตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อปฏิกิริยาเจ้าเด็กน้อยในท้องถีบไม่หยุดจนหน้าท้องขยับให้เห็น

และมันก็ทำให้ฉันอดคิดตามที่ทั้งสองแสบพูดไม่ได้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่มือหนาของเขาลงมาสัมผัสหน้าท้องของฉัน ตัวเล็กในท้องก็ถีบออกมาแรงมากกว่าเดิมและถี่มาก ถีบไม่หยุด จนฉัน...

“อ๊ะ!” ฉันหลุดเสียงร้องออกมาหลังจากรู้สึกเจ็บและจุกจากการถูกตัวเล็กกระหน่ำเท้าเข้าใส่เหมือนกำลังสนุก

“ไปอาบน้ำกันได้แล้วครับ” แล้วคุณเพทายก็อาศัยจังหวะนี้ชักมือออกอย่างเร็วพร้อมขยับตัวออกห่างจากฉันไปแทบจะทันที ก่อนจะพูดกับสองแสบแทนโดยไม่ได้มองหน้าฉันอย่างที่เป็นมาตลอด

“ก็ได้ค้าบ” พะเพื่อนพูดอย่างเซ็งๆ เมื่อถูกขวางเวลาเล่นของตัวเองแต่ก็พูดง่ายไม่งอแงเพราะทำเป็นปกติตามเวลาอยู่แล้ว

“ไปกันค่ะอาเจ้าขา” พะแพงชวนออกมาอย่างที่เป็น เพราะฉันจะต้องขึ้นไปดูความเรียบร้อยให้สองแสบอีกแรงนั่นเอง ถึงพวกแกจะทำอะไรเองได้แต่ด้วยความเป็นเด็กบางอย่างก็ยังไม่ได้เรียบร้อยมากนัก

“เดี๋ยวอาตามไปนะคะ” ฉันบอกเด็กๆ ออกไปด้วยรอยยิ้ม เพราะตอนนี้มันจุกๆ อยู่ กะว่าจะนั่งสักพักแล้วจะตามไปนั่นแหละ

...แต่ฉันทำอะไรก็คงไม่ถูกใจเขาตลอด

“มีสมองก็คิดบ้าง จะปล่อยเด็กไปอาบน้ำเองได้ยังไง” เขาพูดขึ้นเสียงแข็งไม่ดังนักหลังจากเด็กๆ เดินออกไปแล้ว

ฉันได้แต่นั่งเม้มปากก้มหน้าไม่กล้ามองเขา แต่พอรู้สึกได้ว่าเขาเดินไปแล้ว ฉันจึงกล้าเงยหน้าขึ้นมองตามหลังเขาไป

“เฮ้อ!” ฉันได้แต่ระบายลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจไม่น้อยกับความผิดที่ประดับไว้บนหน้าผากแม้ไม่ต้องทำอะไร ไม่พูดก็เจ็บ พูดก็เจ็บยิ่งกว่า ไม่รู้จะกลับมาทำไมในวันที่คุณแม่ไม่อยู่ให้อึดอัดกันเปล่าๆ

หลังจากรู้สึกดีขึ้นมาฉันก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อไปดูสองแสบที่ไม่รู้ป่านนี้จะเล่นน้ำจนท่วมไปหรือยัง ฉันเลือกจะเข้าห้องของพะเพื่อนก่อนเพราะพะเพื่อนจะติดเล่นมากกว่าพะแพง พะแพงที่บอกว่าให้อาบน้ำก็จะอาบน้ำ แต่กับพะเพื่อนไม่ใช่แบบนั้นไง

“คิกๆ ฮ่าๆ” พอเดินเข้ามาด้านในก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาก่อนแล้ว นั่นยิ่งทำให้ฉันมั่นใจว่าตัวแสบต้องเล่นอะไรอยู่แน่ๆ

“อะแฮ่ม!...” ฉันดันประตูห้องน้ำเปิดเข้าไปหาพะเพื่อนหวังจะทำดุๆ แต่ก็ต้องตกใจเองหลังจากเปิดเข้ามาก็เห็นคุณเพทายที่ถอดเสื้อ พับขากางเกงอาบน้ำให้พะเพื่อนอยู่

“อาเจ้าขา อาบน้ำให้หน่อยค้าบ~” แล้วพะเพื่อนก็เรียกฉันอย่างออดอ้อนให้ฉันช่วยเหมือนที่ผ่านมา

“เอ่อ เพื่อนให้อาเพอาบให้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอาเจ้าขาไปดูแพงก่อน” ฉันส่งยิ้มบางๆ ให้หลานก่อนจะตอบออกไป และไม่กล้าอยู่ใกล้คุณเพทายเกินไปก็เลยปฏิเสธหลานออกไป อีกอย่างพะแพงก็ยังถือว่าเด็ก ยังไงก็ต้องไปดู

“อาเจ้าขา~” แล้วพะเพื่อนก็ทำเสียงออดอ้อนใส่ฉันทันทีเหมือนไม่อยากให้ไป

“เอ่อ...” ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วไง เพราะตอนนี้ไม่ได้มีเพียงพะเพื่อนอยู่ไง

“นะค้าบ~” นอกจากเสียงออดอ้อนแล้วยังทำหน้าตาอ้อนออกมาอีกอย่างน่ารักทำเอาฉันใจอ่อนขึ้นง่ายๆ เลย

“คุณเพ ไปดูน้องพะแพงได้ไหมคะ” ฉันทำใจกล้าพูดขึ้นอย่างไม่อยากปล่อยใครไว้เองลำพัง เพราะฉันก็ไม่อยากทิ้งพะแพงให้อยู่คนเดียวเหมือนกัน

“.....” แล้วคุณเพทายก็มองหน้าฉันนิ่งโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา นิ่งจนฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรหรืออยากต่อว่าอะไรฉัน

แต่ยังดีที่เขาก็ยอมวางมือเดินออกจากห้องน้ำพะเพื่อนไป นั่นทำให้ฉันถอนหายใจและเดินเข้าไปอาบน้ำให้พะเพื่อนต่อ ก็อย่างที่บอกว่าพะเพื่อนจะติดฉันมาก อาการก็จะประมาณนี้แหละ

หลังจากพาสองแสบทำอะไรเสร็จ และปล่อยให้ดูการ์ตูนจนถึงเวลานอน ฉันก็ต้องเป็นคนส่งเข้านอนเหมือนเดิม โดยทั้งสองจะติดการฟังนิทานก่อนนอนมาก แต่วันนี้ดีหน่อยที่คุณเพทายอยู่ ทำให้ช่วยแบ่งได้คนละห้อง ซึ่งพะเพื่อนก็ต้องเลือกฉันเหมือนเดิม ส่วนพะแพงไม่ค่อยเรื่องมากอยู่แล้วยังไงก็ได้

“ฝันดีนะครับ” ฉันก้มจูบหน้าผากพะเพื่อนหลังจากแกหลับไปตั้งแต่นิทานยังไม่จบด้วยซ้ำ ฉันห่มผ้าให้แกก่อนจะลงจากเตียงและปิดไฟปิดประตูห้อง

แต่ที่ที่ฉันจะไปไม่ใช่ห้องนอนตัวเองหรอก เป็นห้องครัวชั้นล่างมากกว่า นอกจากฉันจะลงไปดูความเรียบร้อยที่ปกติแม่บ้านจะดูรอบหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความหิวของฉัน ฉันก็เลยจะลงไปหาอะไรกินและดูความเรียบร้อยอีกครั้งเพื่อความมั่นใจนั่นเอง

ฉันจัดการชงนมสำหรับแม่ให้ตัวเองหนึ่งแก้วจนเสร็จ และกำลังหยิบมันขึ้นเพื่อดื่ม

แต่...

“ใคร!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นแข็งๆ ห้วนๆ ทำให้ฉันที่อยู่ท่ามกลางความเงียบและเวลาที่ไม่คิดว่าจะมีใครจึงไม่ได้ตั้งตัวและตกใจอย่างมาก

เคร้ง!

“อ๊ะ!” ฉันที่กำลังตั้งใจอยู่กับตัวเองโดยไม่คิดว่าจะมีใครมาตอนนี้ และก็มาเงียบๆ เลยทำให้ตกใจกับเสียงที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นจนแก้วในมือร่วงลงพื้น และนมที่ยังอุ่นจนเกือบร้อนราดลงเท้าอย่างจัง

“ซุ่มซ่าม!” และนั่นก็ทำให้น้ำเสียงต่อว่าดังขึ้น ความเป็นห่วงที่ไม่มีว่าเจ็บแล้ว แต่กลับถูกตำหนิซ้ำอีก

“ขอโทษค่ะ” ฉันพูดอย่างรู้สึกผิดทั้งที่มันเป็นอุบัติเหตุ ก่อนจะขยับตัวคุกเข่าเพื่อเก็บเศษแก้วที่แตกด้วยความยากลำบาก เพราะมันติดท้องอยู่ไง

“น่ารำคาญจริงๆ หัดระวังบ้าง ข้าวของบ้านฉันไม่ได้ขอเขามา!” เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชาไม่เห็นใจกันสักนิดแล้วก็เดินออกไปทันที

“.....” นั่นทำให้ตาฉันมันร้อนขึ้นมาดื้อๆ เขาไม่ห่วงฉันไม่เป็นไร แต่เขาไม่คิดจะห่วงลูกหน่อยหรือไง เห็นแก่ว่าฉันเป็นหญิงท้องคนหนึ่งก็ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป