บทที่ 8 ตอนที่ 5/2

“นายกล้าด่าฉันเหรอ” เธอชี้หน้าด่าด้วยความเดือดดาล

“แล้วทำไมผมต้องไม่กล้า คุณวิเศษวิโสมาจากไหนเหรอครับ ในเมื่อคุณดูถูกผมก่อนจะให้ผมยิ้มงั้นสิ ไม่ตลกไปหน่อยเหรอครับ เอ๋…หรือที่หงุดหงิดอยู่นี่เพราะว่าคำพูดของผมมันไปจี้ปมด้อยของคุณชบากันแน่เหรอครับ”

ชบาที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับกำหมัดแน่น เส้นความอดทนขาดสะบั้น

และใช่…มาด่าเธอว่าผู้ชายไม่เอา เธอยอมไม่ได้อยู่แล้ว

เห็นทีว่าวันนี้คงต้องตบสั่งสอนเด็กกะโหลกกะลาเสียหน่อย

สองเท้าของเธอพุ่งเข้าไปหาเจ้าจันทร์ มืออีกข้างง้างเพื่อเตรียมตบ แต่แล้วเมื่อกำลังจะฟาดไปที่หน้าเจ้าจันทร์นั้น อีกฝ่ายกลับย่อตัวหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้หญิงสาวเสียหลักเซหล่นลงคูเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างทาง

โครม!

“กรี๊ด!!”

“ไอ้เด็กเปรต แกกล้าทำฉันเหรอ”

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ คุณชบาอยากเล่นน้ำก็ไม่บอก ฮ่า ๆ”

เสียงหัวเราะของเจ้าจันทร์ดังขึ้นด้วยความตลกขบขัน เรื่องนี้เขาไม่ได้ผิด เพราะเขาไม่ได้เป็นคนหาเรื่องชบาก่อน อีกฝ่ายจอดรถแล้วก็มาใช้ถ้อยคำดูถูกเขาก่อน และยังเดินมาหวังจะทำร้ายร่างกายของเขาอีก ส่วนเขาก็แค่หลบเท่านั้นเอง

ชบาร้องโวยวาย เนื้อตัวเต็มไปด้วยขี้โคลน เนื่องด้วยคูแห่งนี้ค่อนข้างตื้นและเล็ก ทำให้มีน้ำอยู่เพียงแค่หัวเข่า แต่ก็มีผักตบชวาค่อนข้างเยอะ ทำให้ติดอยู่ตามร่างกายของเธอ

“นี่… ไม่คิดจะช่วยฉันหน่อยเหรอไง” ชบาโวยวายทำหน้าตาน่าสงสารไปทางเจ้าจันทร์

“ผมไม่หลงกลคุณหรอกครับ” เจ้าจันทร์ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีน้ำใจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องแสดงความห่วงใย ก็ในเมื่อตกลงไปเองก็ขึ้นมาเองแล้วกัน

เจ้าจันทร์มั่นใจหากเขายื่นมือเข้าไปช่วย ผู้หญิงอย่างชบาต้องฉุดเขาให้ตกคูได้แน่ ๆ คูตื้นแค่นั้นทำไมหญิงสาวจะเดินขึ้นมาเองไม่ได้ เขาไม่ได้โง่เสียหน่อย

เฮ้อ! ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่ผู้ชายคนเดียว จะทำชบานิสัยเสียได้ถึงขนาดนี้

เจ้าจันทร์ขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไปแล้ว ทางด้านหญิงสาวก็ร้องโวยวาย พยายามเอาขี้โคลนและผักป่องที่อยู่ตามร่างกายออกไป ในจังหวะที่กำลังหงุดหงิดอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นกบตัวหนึ่งกระโดดเข้ามาใส่เธอ หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่งเสียงร้องโวยวายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

“กรี๊ดด กบ! ออกไป!” ชบารีบตะเกียกตะกายขึ้นมาข้างบนอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลก ดินโคลนทำให้เธอลื่นหล่นไปอยู่ในคูน้ำอีกครั้ง ซึ่งเจ้ากบตัวเดิมก็พยายามกระโดดขึ้นมาใส่หัวเธอเช่นเดิม

หลังจากที่เจ้าจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาถึงบ้าน เขาก็หอบลูกมะพร้าวเข้ามาภายในครัวที่อยู่ใต้ถุนบ้านไม้สองชั้นด้วยความทุลักทุเล เด็กหนุ่มเอาลูกมะพร้าวจำนวนห้าลูกมาวางเรียงกันไว้บนโต๊ะ เจ้าจันทร์มองลูกมะพร้าวนิ่งอย่างคนใช้ความคิด เขาต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนล่ะเนี่ย เกิดมาก็ไม่เคยทำวุ้นมะพร้าวกับชาวบ้านเขาเสียด้วย เคยแต่กินอย่างเดียว

สุดท้ายก็จบที่เปิดโทรศัพท์ค้นหาตำรา ปรากฏว่าต้องผ่าลูกมะพร้าวให้เป็นทรงสวยงามเสียก่อน เพื่อที่จะได้เอาวุ้นที่ทำใส่กลับลงไปที่เดิม ซึ่งจะได้ดูน่ารับประทาน

ของง่าย ๆ เอาละ…ได้เวลาที่ไอ้จันทร์จะทำการแสดงฝีมือแล้ว

ใบหน้าจิ้มลิ้มกระตุกยิ้มข้างมุมปาก เขาหันไปหยิบมีดปังตอที่วางเอาไว้ใกล้ ๆ ขึ้นมา หากแต่ว่ายังไม่ทันจะได้สับลูกมะพร้าวก็ได้ยินเสียงของแม่บ้านวัยกลางคนตะโกนแทรกมาแต่ไกล

“ตายแล้วววว! คุณเจ้าจันทร์จะทำอะไรคะเนี่ย” ป้าแดงถามเสียงหลง สองเท้าเดินเข้ามาแย่งมีดในมือของเจ้าจันทร์ออกมาด้วยความเป็นห่วง

“เอ่อ…พอดีผมจะทำวุ้นมะพร้าวให้พี่ติณกินครับ” เขาหันไปพูดเสียงเบา ก่อนจะแบมือขอมีดจากแม่บ้านร่างท้วมคืน ทว่าเธอกลับส่ายหน้าไปมา

“มันอันตรายนะคะ ยิ่งคุณเจ้าจันทร์ไม่เคยจับมีดด้วย ถ้าพลาดสับนิ้วตัวเองขาดขึ้นมาจะทำยังไง”

พอได้ยินแบบนั้นเจ้าจันทร์ก็เริ่มหวาดเสียวขึ้นมาทันที เขาเริ่มนึกถึงสภาพตัวเองมีนิ้วไม่ครบ คงได้ถูกสามีขอหย่า อีกทั้งชบาก็คงจะสมน้ำหน้าไม่เลิกอย่างแน่นอน

“แล้วจันทร์ต้องทำยังไงล่ะครับ”

“งั้นเดี๋ยวป้าปอกมะพร้าวให้ ส่วนคุณเจ้าจันทร์ไปเตรียมวัตถุดิบรอป้าได้เลยค่ะ”

“ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ”

เด็กหนุ่มรีบยกมือไหว้ละล่ำละลักบอก แต่ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ครัว ก็ได้แต่มองของตรงหน้าด้วยความงุนงง แล้วเกิดคำถามที่ว่า…ไอ้วุ้นมะพร้าวมันใช้อะไรทำบ้างกันนะ

“เอ่อ…ป้าแดงครับ พอดีว่าผมทำไม่ค่อยจะเป็น” เขาพูดเสียงเบา มือสองข้างบีบเข้าหากันแน่น ถึงจะมีสูตรการทำอยู่ในอินเทอร์เน็ต แต่หากลงมือทำจริง ๆ ก็ไม่ถนัดอยู่ดี

“งั้นรอป้าเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวป้าสอนให้” เธอส่งยิ้มให้ภรรยาเจ้านาย เข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายยังเด็ก และอยากเอาใจสามี ดังนั้นเรื่องแค่นี้เธอเองก็ต้องสนับสนุนเช่นกัน

เจ้าจันทร์มองป้าแดงปอกลูกมะพร้าวอย่างช่ำชอง ยิ่งเห็นการลงมีดแล้วก็นึกในใจว่าคิดถูกแล้วไอ้จันทร์ที่ให้ป้าแกปอกให้ หากเขาปอกเองสงสัยนิ้วจะหายอย่างที่ป้าแดงบอก เพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ได้กะลามะพร้าวเป็นทรงสวยงาม และยังแยกน้ำมะพร้าวที่ได้ใส่ขันเอาไว้ต่างหาก

เธอสอนเด็กแว้นตัวจ้อยทุกอย่าง ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ จนถึงการนำวุ้นมะพร้าวที่ได้มากรอกใส่ลูกมะพร้าว แล้วนำไปแช่ตู้เย็นก็เป็นอันเสร็จสิ้น

พอตกเที่ยงวุ้นมะพร้าวแข็งตัวดีแล้ว เจ้าจันทร์ก็เอาออกมาใส่ถุง แล้ววางไว้กับตะกร้ารถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะขับมาถึงโรงสีที่ผู้คนค่อนข้างวุ่นวายมากพอสมควร แต่เสียงท่อที่ดังนั้นดันเป็นจุดสนใจให้คนงานหันมามองกันเป็นตาเดียว โดยเฉพาะติณณภพที่กำลังสั่งงานลูกน้องนั้น ถึงกับต้องเดินออกมาหาภรรยาตัวจ้อยด้วยใบหน้าถมึงทึง เมื่อไรเด็กนี่จะเอาท่อรถออกสักที

“พี่ติณครับ คือว่าจันทร์….” คนตัวเล็กยังพูดไม่ทันจบ ติณณภพก็แทรกขึ้น

“เธอจะมาสร้างปัญหาอะไรอีก” ติณณภพกระชากแขนของเจ้าจันทร์ให้เดินตามเข้าไปในห้องทำงาน เขายุ่งจะตายอยู่แล้ว แต่ดูเจ้าจันทร์วัน ๆ เอาแต่ขี่รถไปมาไม่หยุด ทว่าด้วยความที่เจ้าจันทร์ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้มือที่หิ้วถุงวุ้นมะพร้าวมาด้วยนั้นตกลงพื้น คนเด็กกว่าอ้าปากค้างมองวุ้นมะพร้าวอย่างเสียดาย

พรึ่บ!

พอเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ติณณภพก็เหวี่ยงร่างของภรรยาให้นั่งลงบนโซฟา อีกทั้งยังดุทางสายตาว่าเจ้าจันทร์ไม่ควรมาที่นี่

ไม่ใช่ว่าเขาอายหรืออะไรนักหรอก แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากให้คนอื่นมองเจ้าจันทร์ไม่ดี เพราะในขณะที่สามีทำงาน ภรรยาก็เอาแต่ขับรถส่งเสียงรบกวนชาวบ้านไปวัน ๆ

เรื่องนี้เขาไม่ได้สนใจหรอก เมียคนเดียวเขาเลี้ยงได้อยู่แล้ว แต่กับชาวบ้านล่ะ จะคิดอย่างไร

“จันทร์แค่เอาวุ้นมะพร้าวมาให้พี่ติณเองนะครับ” คนตัวเล็กบุ้ยปาก ตวัดสายตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยินยอมนัก เขาแอบน้อยใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“ไหนล่ะ เอามาสิ” ชายหนุ่มแบมือรอ แต่ก็ไม่เห็นเจ้าจันทร์จะหยิบมาให้สักที

“ทำตกไปแล้ว”

“…”

“ตอนที่พี่ติณดึงจันทร์เข้ามาในห้องนี่แหละ”

“นี่เธอโทษฉันเหรอ”

“ครับ ถ้าไม่อยากกินก็พูดดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้เลย”

“…”

“แล้วก็…ถ้าอายมากที่มีเมียเป็นเด็กแว้น มันก็เป็นเรื่องของพี่ติณครับ เพราะยังไงมันก็หนีความจริงไม่ได้หรอก” เจ้าจันทร์จ้องตากับติณณภพนิ่ง ใบหน้าเรียบเฉยอย่างที่คนโตกว่าไม่เห็นมาก่อน

เพียงเท่านั้นเจ้าจันทร์ก็เดินกระทืบเท้าออกไปจากห้องทำงาน ติณณภพอยากจะรั้งเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ชายหนุ่มเดินมานั่งหลังโต๊ะทำงานพลางยกมือขึ้นกุมขมับอย่างปวดหัวกับความคิดของคนเด็กกว่า

ไปกันใหญ่แล้ว เจ้าจันทร์พูดเองเออเองหมดทุกอย่าง

แต่ก็ช่างเถอะ…อยากงอนก็งอนไป ใครจะไปสนใจเด็กแว้นกะโหลกกะลาแบบเธอกัน จะให้เขาไปง้อก็ได้ใจกันไปใหญ่เสียเปล่า

ทว่าคนที่บอกว่าไม่สนใจนั้น ตลอดของบ่ายวันนั้นกลับไม่มีสมาธิทำงานอีกเลย เรื่องของเจ้าจันทร์มันกวนใจเขาไม่หยุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป