บทที่ 1 เด็กใหม่

ตอน เด็กใหม่

BMW สีดำขับเคลื่อนมาตามท้องถนนอย่างไม่เร็วนักราวกับว่าเจ้าของรถต้องการขับรถไปด้วย ชมวิวไปด้วย แต่ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขับรถมาที่นี่ มันหลายปีมาแล้วที่ คเชนทร์ อภิรักษ์รุ่งเรือง ชอบขับรถมาเส้นทางนี้ทุกครั้งที่เขาดื่มสุราเข้าไปเยอะจนเมา

ในระหว่างที่ขับรถมายัง หอพักพิศพิรมย์ สายตาของชายหนุ่มก็สอดส่องมองไปตามเส้นทางที่ขับรถมาภาพของตัวเองที่เดินจูงมือกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนถนนเส้นนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วมันยังเด่นชัดในความทรงจำ 

แก้วกานดา พลอยทิพย์ คเชนทร์ไม่ได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนี้มา 7 ปีเต็ม แต่ถึงจะไม่ได้เห็นหน้า ถึงเธอจะเดินออกไปจากชีวิตของเขาหลายปีแล้ว แต่ชื่อของเธอ ใบหน้าของเธอ และเรื่องราวความสุขของเธอกับเขาที่เคยเกิดขึ้นในวันวาน มันยังคงเด่นชัดอยู่ในหัวใจ ในความทรงจำเสมอ เขายังจดจำใบหน้าสวยงาม น้ำเสียงหวานๆ ที่ทำให้ตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบได้เป็นอย่างดี

รถคันหรูของผู้ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานของ โรงแรม APL รอยัล โรงแรมห้าดาวชื่อดังจอดอยู่ที่หน้าหอพัก เขาดับเครื่องรถและมองไปที่หน้าประตูทางเข้าก็เห็นภาพของเด็กวัยรุ่นชายหญิงคู่หนึ่งกำลังบอกลากันด้วยรอยยิ้มหลังจากที่แฟนหนุ่มพาแฟนสาวมาส่งที่หน้าหอพักของเธอ

เด็กสองคนนั้นก็คือเขากับแก้วกานดาในวัย 16 ปี ผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังจำได้ดีว่าเรื่องราวในวันเก่าๆ นั้นมีความสุขขนาดไหน มีความสุขมากจนไม่คิดเลยว่าสักวันหนึ่งความรักที่เขาและเธอเป็นคนสร้างขึ้นมามันจะพังลงจนยับเยิน และทำให้เธอผู้เป็นครึ่งหนึ่งของชีวิต ครึ่งหนึ่งของหัวใจ จากไปอย่างไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง

“ฮึก...” ใบหน้าหล่อเหลาของชายวัย 26 ปี ก้มลงซบที่พวงมาลัยรถ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่มันหลั่งไหลออกมาทุกครั้ง

ในตอนที่เมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องเก่าๆ ขับรถมาในสถานที่ที่เคยมีความทรงจำดีๆ อยู่ ยิ่งคิดถึงเรื่องราวในวันวานหัวใจของเขาก็ยิ่งบีบเข้าหากันด้วยความเจ็บปวด

เขาเจ็บปวดก็เพราะว่าผู้หญิงคนนั้น คนที่ร่วมสร้างความทรงจำอันแสนหอมหวานด้วยกันไม่ได้อยู่ข้างกายตัวเองมาหลายปีแล้ว แต่ทว่า...เธอก็ยังคงอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำและอยู่ในหัวใจดวงนี้เสมอ แม้ตอนนี้หัวใจของคเชนทร์มันจะเหลืออยู่เพียงครึ่งหนึ่งก็ตาม...

10 ปีที่แล้ว ณ โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง

“คุณหนูจะให้ลุงขับรถกลับไปซื้อร่มให้ก่อนมั้ยครับ” เพราะไม่อยากให้ชุดนักเรียนของคุณหนูเปียกฝน ลุงป๋อง คนขับรถผู้แสนใจดีจึงอยากจะพาคุณหนูวนรถกลับไปซื้อร่มที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยทางเข้าโรงเรียน

“ไม่ต้องแล้วลุง จะแปดโมงแล้ว” คเชนทร์ในวัย 16 ปี รู้สึกหงุดหงิดตั้งแต่เช้าเพราะไม่คิดเลยว่าพอมาถึงหน้าโรงเรียนแล้วฝนจะตกหนักขนาดนี้

“แล้วคุณหนูจะเดินเข้าไปในโรงเรียนยังไงล่ะครับฝนตกหนักขนาดนี้คงได้เปียกก่อนวิ่งไปถึงหลังคาโดมแน่”

“ก็ นั่นไง...เด็กผู้หญิงคนนั้นมีร่มเดี๋ยวผมจะเดินไปกับเขา” พอเห็นว่ามีนักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังเดินกางร่มเข้าโรงเรียนคเชนทร์ก็รู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไรเขาถึงจะเข้าไปในโรงเรียนได้โดยที่ตัวเปียกฝนน้อยที่สุด

“คุณหนูรู้จักเขาเหรอครับ” ลุงป๋องเอ่ยถาม

“ไม่รู้จักหรอก แต่ผู้หญิงในโรงเรียนนี้เขาก็ใจดีกับผมหมดทุกคนแหละลุง” พูดจบก็เปิดประตูรถทันทีก่อนจะรีบยกกระเป๋านักเรียนขึ้นมาบังศีรษะและวิ่งไปหาเด็กผู้หญิงที่เดินกางร่มสีชมพู เพราะเขาเป็นคนดังเป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตดังนั้นจึงมีความมั่นใจสูงว่าผู้หญิงทุกคนต้องชอบตัวเอง

“ว๊าย!” เพราะจู่ๆ ก็มีผู้ชายแปลกหน้าเข้ามายืนย่อตัวอยู่ในร่ม นักเรียนใหม่อย่างแก้วกานดาจึงรู้สึกตกใจมาก

“ขออยู่ใน...” เขากำลังจะพูดขออนุญาต แต่เมื่อสองตาได้จ้องมองใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ในระยะประชิด เด็กหนุ่มก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกทันทีราวกับตัวเองกำลังโดนมนต์สะกดอะไรบางอย่าง

“นายเป็นใครเนี่ย!” แก้วกานดาในวัย 16 ปี ทั้งตกใจทั้งงงที่จู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็วิ่งเข้ามายืนอยู่ในร่มคันเดียวกันแถมยังไม่พูดอะไรเลยนอกจากจ้องหน้าเธออยู่เงียบๆ

“ขออยู่ในร่มด้วยได้มั้ยฝนมันตกหนักอ่ะ” พอหายอึ้งแล้วก็รีบขออนุญาตทันทีและพอพูดจบมือแกร่งของนักเรียนชายที่เป็นนักกีฬาของโรงเรียนก็แย่งร่มสีชมพูหวานแหววมาจากมือของเด็กผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่า

ตึกตัก...หัวใจของเด็กหนุ่มวัยรุ่นเต้นแรงเมื่อได้เดินอยู่ข้างๆ ภายใต้ร่มคันเดียวกันกับเด็กผู้หญิงคนนี้ ส่วนทางด้านเด็กสาวนั้นก็ได้แต่เดินงงอยู่ข้างๆ เขา ผู้ชายคนนี้พูดขออนุญาตจบไม่ถึง 3 วินาที เขาก็แย่งร่มออกจากมือเธอไปถือไว้เสียเอง

“เธอเรียนอยู่ม.อะไรเหรอ เป็นนักเรียนใหม่เหรอเราไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย” คนแปลกหน้าคนนี้ชวนคุย ปกติคเชนทร์ก็ไม่ได้จำหน้าเด็กทั้งโรงเรียนได้หรอก แต่ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงที่สวยและน่ารักแน่นอนว่าเขาต้องรู้ชื่อผู้หญิงพวกนั้นทุกคน ไม่ใช่ว่าเด็กหนุ่มเป็นคนเจ้าชู้หรือว่าชอบหลีสาวไปทั่ว แต่เป็นเพราะแก๊งเพื่อนตัวแสบของเขาต่างหากพวกนั้นชอบหลีสาวกันเป็นประจำ ดังนั้นเขาจึงรู้จักผู้หญิงที่หน้าตาดีเกือบทุกคนในโรงเรียน 

เพราะเดินมาถึงหลังคาโดมพอดีแก้วกานดาจึงไม่ได้คุยกับผู้ชายคนนี้เลย เธอแย่งร่มคืนมาและหุบร่มก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารเรียนและมุ่งหน้าเดินไปยังห้องพักครู เธอมาสมัครเรียนที่นี่เมื่อ 2 เดือนก่อน จึงจำได้ดีว่าห้องพักครูอยู่ตรงไหนและคุณครูประจำชั้นชื่ออะไร ในระหว่างนั้นคเชนทร์ก็เดินตามร่างเล็กบางของเด็กสาวไปโดยไม่รู้ตัวว่าจะตามไปทำไมรู้แต่ว่าอยากจะตามอยากรู้เรื่องทุกอย่างของเด็กคนนี้ ทั้งที่เจ้าหล่อนก็ยังไม่ยอมพูดกับเขาสักคำเลยด้วยซ้ำ

ตุบ! “มอนิ่งเหี้ยเชน!” มือหนักๆ ของ ออย หนึ่งในเพื่อนซี้ตัวแสบตบหนักๆ ที่ศีรษะของเพื่อนทักทายยามเช้า

“กูเจ็บนะไอ้สัส!” ตุบ! ว่าแล้วคเชนทร์ก็ตบคืน

“โอ๊ย...มือมึงก็แรงใช่เล่นเลยนะ” พูดจบออยก็ลูบหัวตัวเองเบาๆ

“พวกมึงมายืนเล่นอะไรตรงนี้เนี่ยใกล้จะได้เวลาเคารพธงชาติแล้วนะ” หมาก เพื่อนซี้อีกคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเพื่อนทั้งสองคนของเขาที่ยืนงงกันอยู่ที่หน้าห้องพักครู

“เออนั่นดิกูจะเดินมาทำเหี้ยอะไรวะเนี่ย” คเชนทร์ก็งงกับตัวเองเช่นกันว่าเขาจะอยากรู้เรื่องของเด็กใหม่คนนั้นไปทำไม เด็กหนุ่มกำลังจะหันหลังเดินไปยังห้องเรียนแต่ในระหว่างนั้นเขาก็แอบเหลียวหลังมองที่ประตูห้องพักครูด้วย

เวลา 08.30 น. ห้องเรียน ม.4/2 

เพราะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกนักเรียนทุกคนจึงมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูดคุยเม้าท์มอยกับเพื่อนๆ ของเขา ดังนั้นห้องเรียนห้องนี้จึงค่อนข้างจะเสียงดังมาก

“นักเรียน...” ครูธนา ครูที่ปรึกษาประจำชั้นเดินเข้ามาภายในห้อง เด็กนักเรียนทุกคนจึงหยุดคุยและสายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่คุณครูและนักเรียนหญิงที่เดินตามหลังเข้ามา คเชนทร์รู้สึกเฉยๆ เมื่อเห็นคุณครู แต่คนที่ทำให้ดวงตาของเขาต้องเบิกกว้างก็คือผู้หญิงที่เดินตามครูมา

“เงียบๆ แล้วก็ฟังหน่อยนะ วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก แนะนำตัวให้เพื่อนรู้จักหน่อยสิ” พอคุณครูพูดจบเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน้าสวยก็เริ่มแนะนำตัว

“ชื่อแก้วกานดา พลอยทิพย์ ค่ะ ชื่อเล่นชื่อข้าวหอม” ปากแนะนำตัวแต่สายตายังไม่กล้ามองหน้าใครเลยนอกจากพื้น นั่นก็เพราะแก้วกานดาเป็นเด็กขี้อายอยู่แล้ว

“วี๊ดวิ้ว...”

“ชื่อข้าวหอมเหรอ ได้ยินแล้วหิวเลยอ่ะ”

“ชื่อน่ากินอ่ะ”

“ข้าวอะไรน่าร๊ากน่ารัก”

“มีแฟนยัง!” เสียงแซวเสียงสุดท้ายมันช่างดังชัดเจนและเกรี้ยวกราดสุดๆ โดยไม่อายใครเลย นั่นก็คือเสียวแซวของออยนั่นเอง

“เสียงดังหาพ่อง!” หมากด่าเพื่อนรักแต่ก็ลืมตัวไปเลยว่าตัวเองเสียงดังกว่าออยแล้วตอนนี้ ต่างจากคเชนทร์เขาได้แต่มองเธออย่างอึ้งๆ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กผู้หญิงร่มสีชมพูเมื่อเช้าจะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาได้ ส่วนทางแก้วกานดานั้นก็เขินอายกับเสียงแซวจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองใครแล้ว

“นี่เบาๆ กันหน่อยอย่าแซวเพื่อน อ้อ...แล้วก็มีอีกเรื่องนึงที่ครูอยากบอก ตอนนี้ทุกคนช่วยลุกจากเก้าอี้เอากระเป๋ากับเครื่องเขียนออกมาด้วย ครูจะให้จับฉลากเปลี่ยนที่นั่งกันใหม่”

“โห่...” นักเรียนหลายคนถึงกับต้องร้องโอดโอยออกมาเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้นั่งใกล้ๆ กับเพื่อนสนิท

“ไม่ต้องมาบ่นกันเลยเทอมที่แล้วก็ตามใจให้นั่งด้วยกันแต่พวกเธอก็เอาแต่คุยกันจนเรียนไม่รู้เรื่อง ต่อแถวมาจับฉลากกันเร็ว เด็กใหม่จับก่อนก็ได้อยู่ใกล้ๆ ครูพอดี” แก้วกานดาล้วงมือลงไปในโหลจับฉลากพอหยิบขึ้นมาก็พบว่าเธอได้นั่งโต๊ะที่6 ซึ่งมันก็อยู่เกือบหลังห้อง และเด็กสาวก็เดินไปนั่งโต๊ะที่6 อันที่จริงเธออยากจะนั่งหน้าห้องมากกว่าเพราะมันสามารถทำให้ฟังสิ่งที่ครูสอนได้อย่างชัดเจน แต่ว่าวิวโต๊ะที่ 6 ริมหน้าต่างก็ดีมากเหมือนกัน

“เหี้ย!” คเชนทร์ตกใจกับเลขที่นั่งที่จับได้มากเขาได้เลขที่ 1 ได้นั่งหน้าห้อง ซึ่งเป็นที่ๆ แสนจะไม่ชอบ

“เย้! กูได้นั่งหลังห้องเลขที่ 13 เว้ย อุ๊ย เด็กใหม่ก็นั่งอยู่ตรง...” หมับ! ยังไม่ทันที่ออยจะพูดจบคเชนทร์ก็มือเร็วแย่งกระดาษออกมาจากมือของเพื่อนรักและนำกระดาษเลขที่นั่งที่1 ยัดใส่มือออยแทน

“แลกกันนะกูอยากนั่งข้างหลังมากกว่ามึงตั้งใจเรียนก็แล้วกัน” พูดจบก็รีบวิ่งไปยังโต๊ะที่ 13 ทันที

“ไอ้เชน! กูไม่อยากนั่งหน้า!” ถึงกับร้องเรียกชื่อเพื่อนรักซะเสียงดังเพราะเขาก็ไม่อยากนั่งหน้าสุดเช่นกัน

“อย่าเสียงดังได้ที่นั่งแล้วก็ไปนั่งสิ” คุณครูที่ไม่ได้เห็นว่าคเชทร์แอบเปลี่ยนที่นั่งกับเพื่อนเอ่ยไล่ให้ลูกศิษย์ตัวจี๊ดไปนั่งที่ออยได้แต่เดินคอตกไปนั่งโต๊ะที่ 1 ต่างจากเพื่อนรักตัวแสบอย่างคเชทร์เขากำลังเดินยิ้มหน้าบานอย่างอารมณ์ดีไปยังหลังห้อง

“หวัดดี...” คเชนทร์เอ่ยทักทายเด็กสาวที่นั่งโต๊ะเบอร์ 6 ซึ่งเป็นโต๊ะที่อยู่ข้างๆ เขา แก้วกานดาหันหน้ามาหาคนที่ทักเธอ ก่อนที่คราวนี้เด็กสาวจะเป็นฝ่ายที่ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจบ้าง

บทถัดไป