บทที่ 5 ร่มสีชมพู
ตอน ร่มสีชมพู
2 เดือนต่อมา วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พศ. 25xx
แก้วกานดามาโรงเรียนด้วยอารมณ์ร่าเริงแจ่มใสเหมือนทุกๆ วัน แต่วันนี้ดูเธอจะร่าเริงเป็นพิเศษเพราะกำลังลุ้นอยู่ว่าคเชนทร์จะซื้ออะไรมาให้ในวันนี้ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก นับตั้งแต่วันที่ได้เป็นแฟนกับคเชนทร์ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากมาย เธอมีความสุขเพราะเขาดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีไม่เคยปล่อยให้เธอรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวเลย ถึงแม้เพื่อนๆ ทุกคนจะรู้ดีว่าทั้งสองคบกันแถมยังเป็นคู่รักที่น่ารักมาก แต่ว่าพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนยังไม่รู้เรื่องนี้เลย
คเชนทร์ไม่ได้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับแต่เพราะเวลาคุยกับมารดาส่วนใหญ่เรื่องที่สนทนากันจะเป็นเรื่องเรียนซะมากกว่า ดังนั้นพอแม่ไม่ได้ถามถึงเรื่องแฟนลูกจึงไม่ได้ตอบ ส่วนแก้วกานดาก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที่ลับขั้นสุดยอด เพราะพ่อกับแม่ของเด็กสาวคิดอยู่เสมอว่าเด็กผู้หญิงที่มีรักในวัยเรียนส่วนใหญ่ชีวิตจะพัง ดีไม่ดีก็อาจจะตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ดังนั้นเธอและพี่สาวรวมถึง วีรภัทร์ พี่ชายคนโต จึงถูกพ่อแม่เตือนอยู่ตลอดว่าถ้าอยากเรียนจบอย่างไม่มัวหมองก็อย่าริมีรักในวัยเรียน
แก้วกานดาไม่รู้หรอกว่าพ่อแม่บ้านอื่นคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงอยู่ที่ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะเสียคนเพราะความรัก แต่ในเมื่อบิดามารดาของเธอสอนมาอย่างนี้เธอจึงต้องเชื่อฟัง ถึงแม้ตอนนี้เธอจะแหกกฎแอบมีแฟนแล้วก็ตาม แต่เด็กสาวก็คิดไว้แล้วว่าเธอจะรักอย่างมีสติและเรื่องเรียนยังคงสำคัญเป็นอันดับ 1 เสมอ
“ข้าว...” เป็นเสียงของคเชนทร์ที่เรียกแฟนสาว ตอนนี้เขากำลังเดินขึ้นบันไดตามเธอมา พอได้ยินเสียงของคเชนทร์เด็กสาวก็ยิ้มกริ่มทันที ก่อนจะหันไปมองเขาและสังเกตดูว่าแฟนหนุ่มได้ถือกุหลาบสวยๆ หรือตุ๊กตาน่ารักๆ มาหรือเปล่า
“เอากระเป๋าไปเก็บแล้วก็ไปกินข้าวกันเถอะ” พูดจบก็วิ่งขึ้นบันไดไปหาแฟนสาวและจับมือเธอไว้ หน้าตาของเด็กสาวดูหงอยไปเลย เมื่อเธอไม่เห็นว่าแฟนหนุ่มจะถือดอกไม้หรือของขวัญน่ารักๆ มาเลย มีแต่ร่มสีชมพูด้ามยาวคันเดียวและนี่ก็ไม่ใช่หน้าฝนเธอไม่เข้าใจว่าเขาจะเอาร่มมาทำไม
“มองหาของขวัญเหรอ” คเชนทร์รู้ทัน
“อืม...” เธอตอบไปตามตรง
“ฮ่าๆ ใจเย็นดิเดี๋ยวตอนเที่ยงเชนจะเอามาให้” ว่าแล้วก็ยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย
“ตอนเที่ยงเหรอ” เธอเองก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องให้ของขวัญตอนเที่ยง
“ใช่ รอหน่อยนะไปกินข้าวกันเถอะหิวจะแย่แล้ว” ว่าแล้วก็พาแฟนสาวเดินขึ้นบันไดต่อ ก่อนจะมองซ้ายมองขวาดูว่ามีคนเดินมาทางนี้ไหมพอเห็นว่าไม่มีใครเดินมาก็...
จุ๊บ! “ชื่นใจจัง” คเชนทร์จุ๊บปากแฟนของเขาเบาๆ ทำเอาเด็กสาวหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที เพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาเอาปากตัวเองมาสัมผัสริมฝีปากของเธอหรือที่เรียกกันว่า จุมพิต นั่นเอง คเชนทร์เดินจูงกึ่งลากแฟนสาวที่กำลังช็อกให้เดินไปด้วยกันอย่างมีความสุข ต่างจากเด็กสาวที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย
เพราะเด็กทั้งสองไม่เคยอยู่ด้วยกันในที่เปลี่ยวๆ เลยสักครั้ง ดังนั้นตั้งแต่คบกับมาได้ 2 เดือน สิ่งที่คเชนทร์ทำทุกวันและทำบ่อยที่สุดคือเดินจับมือ แต่ก็ใช่ว่าทั้งสองจะเดินจับมือกันทั้งวัน เพราะเวลาอยู่ที่โรงเรียนอย่างมากก็แค่เดินใกล้ๆ กัน เพราะเขาและเธอก็ต่างเป็นเด็กที่มีจิตสำนึกที่ดีทั้งคู่ จึงไม่กล้าถูกเนื้อต้องตัวกันเลยเวลาที่อยู่ในโรงเรียน และครั้งนี้ที่สัมผัสกันได้อย่างสบายใจก็เป็นเพราะยังเช้าอยู่มีนักเรียนมาแค่ไม่กี่คน แถมจุดที่ทั้งสองยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ก็ไม่มีคนเดินผ่านมาด้วย เด็กหนุ่มจึงฉวยโอกาสจูบแฟนสาวเสียเลย แต่มันก็เป็นการสัมผัสริมฝีปากเบาๆ ค้างไว้แค่ 3 วินาที และปล่อย มันเป็นจูบแรกที่ไม่ได้ลึกซึ้งหรือดูดดื่มอะไรมากแต่มันก็จะเป็นสิ่งเล็กๆ น่ารักๆ ที่จะทำให้ทั้งสองคนจดจำไว้ในความทรงจำตลอดไป
ตอนพักเที่ยง
“แดดร้อนเนอะ” คเชนทร์พูดขึ้นในขณะที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นว่าข้างนอกแดดแรงมาก
“ร้อนสิยะ ก็นี่มันตอนเที่ยงนี่” มะนาวตอบกลับ
“เออ แล้วมึงจะเอาร่มมาทำไมวะกลัวผิวเสียเหรอ แถมยังหยิบมาซะสีหวานเลย” ออยถามขึ้น คเชนทร์ไม่ตอบแต่เดินถือร่มออกไปจากห้องเรียนโดยที่มีแก้วกานดาและเพื่อนๆ อีก 4 คนเดินตามมาด้วย กลายเป็นว่าตั้งแต่ที่เด็กทั้งสองคนเป็นแฟนกันเพื่อนของคเชทร์ก็กลายเป็นเพื่อนของแก้วกานดาด้วยและเพื่อนของแก้วกานดาก็กลายเป็นเพื่อนของคเชนทร์ นั่นก็เท่ากับว่าตอนนี้เด็กทั้ง 6 คน กลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันแล้วเรียบร้อย และในระหว่างที่ทุกคนกำลังจะเดินออกจากอาคารเรียน
“ข้าวหยุดก่อน” คเชนทร์บอกให้แฟนสาวหยุดแค่คนเดียวแต่เด็กอีก 4 คนก็อยากรู้ว่าเพื่อนกำลังจะทำอะไร ดังนั้นทุกคนจึงต้องหยุดรอดูด้วย คเชนทร์ดึงพลาสติกสีใสที่ห่อหุ้มร่มสีชมพูออกก่อนจะโยนมันทิ้งลงถังขยะและลงมือกางร่ม ตอนแรกสิ่งที่ทุกคนคิดมันก็แค่ร่มสีชมพูธรรมดาๆ คันหนึ่ง แต่พอคเชนทร์กางมันขึ้นมาเท่านั้นแหละ
‘เชน รัก ข้าวหอม’ ข้อความนี้ถูกสกรีนไว้เด่นมาก แถมร่มคันนี้ยังเป็นร่มสีชมพูลายดอกกุหลาบ ที่คเชนทร์เป็นคนไปเลือกซื้อมันมาในวันหยุดและเอามันไปให้ที่ร้านสกรีนใส่ข้อความบอกรักนี้ไว้เด่นๆ บนร่ม
“ไอ้เชนมึงเล่นใหญ่มากเพื่อน!” ออย
“โอ้โห น้องหมีตัวเท่าบ้านที่ไอ้คีย์ให้ฉันมาดูน่ารักน้อยลงไปเลย” มะนาว
“เชน แกสุดยอด” หนุงหนิงพูดพลางยกนิ้วโป้งให้
“มึงเด็ดจริงวะเชน” หมาก
เพื่อนๆ อีกสี่คนดูจะอึ้งกับร่มของคเชนทร์มากแต่คนที่อึ้งจนพูดอะไรไม่ออกก็คือแฟนสาวของเขา
“ร่มนี่แหละของขวัญวันวาเลนไทน์ของเชน ข้าวชอบมั้ยได้ทั้งร่ม ดอกกุหลาบสีชมพู แล้วก็หัวใจของเชนด้วย” เด็กสาวเขินจนหน้าแดงอีกครั้งเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดและได้เห็นของขวัญที่แฟนหนุ่มมอบให้ในวันแห่งความรัก เธอชอบมากแล้วก็เขินมากเช่นกัน จากนั้นทั้งสองคนก็เดินเคียงข้างกันอยู่ในร่มท่ามกลางเสียงแซวของเพื่อนๆ รุ่นพี่รุ่นน้องและคุณครู ที่เล่นแซวกันไม่หยุดจนทำให้แฟนสาวที่เดินอยู่ด้วยกันในร่มต้องก้มหน้าเดินไปด้วยความเขินอาย ต่างจากคเชนทร์เขาไม่อายเลยสักนิดที่จะใช้ร่มคันนี้ป่าวประกาศให้คนทั้งโรงเรียนรู้ว่าเขารักแฟนของตัวเองมากแค่ไหน
เย็นวันนั้น
เพราะวันนี้คเชนทร์ไม่ได้ซ้อมบาสเกตบอลเนื่องจากครูพละของเขาลาหยุด เด็กหนุ่มจึงนั่งรถไฟมาส่งแฟนสาวและก่อนที่จะพาไปส่งที่หอเขาก็พาเธอแวะไปทานขนมหวานที่ร้านขนมปังเย็น ซึ่งเป็นร้านขนมร้านแรกที่เด็กทั้งสองทานด้วยกันแถมยังเป็นสถานที่ที่คเชนทร์ขอแก้วกานดาเป็นแฟนอีกด้วย และหลังจากที่ทานขนมเสร็จเขาก็พาแฟนสาวมาส่งที่หน้าหอ
“สวัสดีครับลุงพลับ”
“สวัสดีค่ะลุงพลับ” เด็กทั้งสองที่เดินเคียงข้างกันมายกมือไหว้ สวัสดีลุงยามด้วยความเคารพ
“สวัสดีลูก” ลุงพลับตอบกลับ
จริงอยู่ที่ว่าเรื่องการคบกันของเด็กสองคนนั้นเป็นความลับเป็นเรื่องที่ห้ามให้พี่สาวของแก้วกานดารู้เด็ดขาด แต่เป็นเพราะในหอนี้คนที่แก้วกานดากับพี่สาวพูดคุยด้วยบ่อยที่สุดก็มีแค่ลุงพลับคนเดียว ที่คเชนทร์กล้าเดินมาส่งเธอกลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์มันก็ทำให้เด็กสาวกังวลกลัวลุงพลับจะไปพูดเรื่องนี้กับพี่สาว แต่คเชนทร์ก็มีวิธีที่สามารถปิดปากลุงพลับ
“นี่ครับลุงดื่มหน่อยจะได้ตาสว่าง” มันคือเครื่องดื่มชูกำลังที่เขาซื้อมาฝากลุงพลับทุกครั้งที่ได้เจอกัน
และเพราะเขาทำแบบนี้นี่แหละลุงพลับจึงได้บอกแก้วกานดาไปแค่ครั้งเดียวเรื่องที่คเชนทร์แอบสะกดรอยตามเธอ อันที่จริงแกก็เคยอยากจะบอกเป็นครั้งที่สองด้วย แต่ตอนนั้นคเชนทร์ดันรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นลุงพลับมองเขาแปลกๆ เหมือนหวาดระแวง เขากลัวว่าลุงพลับจะไปบอกแก้วกานดาหรือทำเรื่องแจ้งความ เด็กหนุ่มจึงหาวิธีเข้าไปตีสนิทและบอกไปตรงๆ เลยว่าเขากำลังจีบแก้วกานดาอยู่ ตั้งแต่นั้นมาเรื่องที่คเชนทร์แอบตามแก้วกานดาทุกวันจึงไม่หลุดออกจากปากของแกเป็นครั้งที่ 2 อีกเลย
ไม่ใช่เพราะว่าชอบของฟรีจึงยอมเก็บความลับไว้ให้ แต่เป็นเพราะแกชอบที่เด็กผู้ชายคนนี้มีความมุ่งมั่นจะพิชิตใจของแก้วกานดาต่างหาก และเพราะความมุ่งมั่นนี้มันทำให้ลุงพลับคิดถึงตัวเองสมัยหนุ่มๆ ที่เคยพยายามตามจีบและใกล้ชิดกับผู้หญิงที่ตัวเองแอบชอบ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือภรรยาคนปัจจุบันของแก และลุงพลับก็สัญญากับเด็กทั้งสองคนแล้วว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้พี่สาวของแก้วกานดารู้ แต่ด้วยความที่เป็นห่วงก็ได้ตักเตือนไว้แล้วว่าอย่าชิงสุกก่อนห่ามหรือทำในสิ่งที่ทำให้พ่อแม่ต้องอับอายเป็นอันขาด ซึ่งคเชนทร์ก็รับปากไว้แล้วว่าจะไม่ล่วงเกินแก้วกานดาหรือทำให้เธอต้องเสียใจอย่างแน่นอน
“กลับบ้านดีๆ นะ” เด็กสาวบอกลาแฟนหนุ่มของเธอ คเชนทร์ยิ้มก่อนจะโบกมือบ๊ายบายเธอและหันหลังเดินไปทางรถไฟทั้งที่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มอยู่ และนี่ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งความสุข...
