บทที่ 6 คำเตือน

ตอน คำเตือน                    

3 ปีต่อมา @คณะบัญชีของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง

“ข้าวหอม เดือนสุดหล่อมารอรับแกอีกแล้ว” น้อยหน่า เพื่อนใหม่ของแก้วกานดาพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าวันนี้แฟนหนุ่มของเพื่อนสาวก็มารอรับที่หน้าตึกคณะอีกแล้ว

แก้วกานดาในวัย 19 ปี ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนอกจากเดินยิ้มไปหาคเชนทร์ ที่น้อยหน่าเรียกคเชนทร์ว่าเดือนสุดหล่อนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาชนะการประกวดดาว-เดือนมหาวิทยาลัยนั่นเอง อันที่จริงรุ่นพี่ที่คณะบัญชีก็อยากจะให้แก้วกานดาเข้าประกวดด้วย แต่เป็นเพราะเธอนั้นไม่ใช่คนกล้าแสดงออก แถมยังไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรนอกจากเรียนเก่ง ดังนั้นตำแหน่งดาวคณะจึงตกเป็นของเพื่อนคนอื่นไป แต่สุดท้ายผู้ที่ชนะการประกวด ดาว-เดือน ของมหาวิทยาลัยก็คือนักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจคเชนทร์กับเพื่อนสาวร่วมรุ่นของเขานั่นเอง

“รอนานมั้ย” หญิงสาวเอ่ยถามแฟนของเธอ

“ไม่นานหรอกไปกันเถอะหิวแล้ว” ทั้งสองกำลังจะพากันไปทานมื้อเย็นก่อนจะโบกมือลาน้อยหน่าด้วยรอยยิ้ม และแก้วกานดากับคเชนทร์ก็พากันเดินไปยังลานจอดรถของคณะ ชายหนุ่มเป็นคนเปิดประตูรถ Lamborghini สีเทาคันหรูให้แฟนสาว ก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั่งในรถ

ผ่านมา 3 ปีแล้ว สามปีมานี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมากมาย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องดีๆ ทั้งนั้น คู่รักคู่นี้เองเมื่อก่อนเคยรักกันมากขนาดไหนทุกวันนี้ก็ยังรักกันอย่างหวานแหววเช่นเดิม รักกันอย่างไม่มีท่าทีว่าจะจืดชืดเลย ที่ทั้งสองได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันก็เพราะความมุ่งมั่นพยายามตั้งใจเรียนของคเชนทร์ ปกติคเชนทร์ไม่ใช่คนเรียนเก่งหรือตั้งใจเรียนเลย ผลการเรียนของเขาอยู่ระดับกลางๆ ของห้องตลอด ที่หันมาตั้งใจเรียนมากขึ้นจนสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ก็เพราะแก้วกานดา เพราะเขาอยากเรียนที่เดียวกับแฟนสาวถึงแม้จะเรียนคนละคณะแต่ชายหนุ่มก็อยากเห็นหน้าแฟนสาวของเขาทุกวัน ดังนั้นตั้งแต่ขึ้นชั้น ม.5 เขาก็ตั้งใจเรียนมาโดยตลอดและเกรดเฉลี่ยก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนมารดาของเขายังสงสัยว่าทำไมพอขึ้นม.ปลายมาแล้ว ลูกชายตั้งใจเรียนมากๆ

จากที่ตอนแรกมารดาคิดไว้แล้วว่าจะให้คเชนทร์เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่ไม่ต้องสอบเข้า แต่พอลูกชายสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ได้ท่านก็ดีใจและรู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน ลูกชายสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้แถมยังชนะการประกวด ดาว-เดือน ของมหาวิยาลัยอีกด้วยนั่นก็สร้างความประทับใจให้คุณแม่เป็นอย่างมาก ส่วนเพื่อนๆ อีก 4 คนในกลุ่ม คนที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับคู่รักคู่นี้ก็มีแค่มะนาวคนเดียว แต่ก็เรียนคนละคณะกันและถึงแม้ทุกคนจะไม่ได้สนิทกันเท่ากับเมื่อก่อน เพื่อนๆ ที่เหลือก็กระจัดกระจายกันไปคนละที่ แต่ความเป็นเพื่อนนั้นยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิม

เวลาต่อมา

หลังจากที่พาแฟนสาวไปทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วคเชนทร์ก็ขับรถมาส่งเธอที่หน้าหอพักพิศพิรมย์

“เดี๋ยวก่อนสิ” หญิงสาวกำลังจะเปิดประตูรถแต่โดนแฟนหนุ่มรั้งไว้ซะก่อน คเชนทร์ดึงแฟนสาวเข้ามากอดและจุมพิตอย่างดูดดื่มด้วยความรัก

“พรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวแล้วนะดีใจมั้ย” เขาพูดขึ้นหลังจากถอนจูบ คเชนทร์กับแก้วกานดาได้วางแผนกันไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วว่าจะไปเที่ยวด้วยกันก่อนสิ้นปี อันที่จริงก็อยากไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ด้วยกันในวันสิ้นปีมากกว่า แต่เป็นเพราะแก้วกานดากับพี่สาวต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดทุกวันสิ้นปี ดังนั้นทั้งสองจึงไม่เคยได้อยู่ด้วยกันในวันสิ้นปีเลย ก็เลยคิดว่าอยากจะไปเที่ยว ไปมีความสุขด้วยกันก่อนวันสิ้นปี แม้จะได้ไปแค่ 2 วัน 1 คืน แต่มันก็เป็นการไปเที่ยวและนอนค้างคืนด้วยกันครั้งแรกของเขากับเธอ

“ดีใจสิ” เธอตอบก่อนที่ทั้งสองคนจะกอดกันอีกครั้งและคเชนทร์ก็ปล่อยให้แฟนสาวของเขาเดินลงจากรถไป ชายหนุ่มนั่งยิ้มจ้องมองจนเห็นร่างเล็กของเธอเดินเข้าไปในประตูหอพักเขาจึงยอมขับรถออกมา ตั้งแต่วันนั้นที่คบกันตอน ม.4 มาถึงวันนี้ก็เท่ากับผ่านมา 3 ปีกว่าๆ แล้ว แต่คเชนทร์ก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมในใจของเขามันยังมีแต่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวเสมอมาเมื่อก่อนเคยรักมากแค่ไหนตอนนี้ก็ยังรักมากเท่าเดิม

เช้าวันต่อมา @คฤหาสน์หลังงามของครอบครัวคเชนทร์

“วันนี้จะไปเที่ยวเขาค้อกับเพื่อนแล้วเหรอลูก” คุณสรวงสุดา มารดาของคเชนทร์ถามขึ้นในระหว่างที่ทานอาหารเช้าอยู่กับลูกชาย ที่ตั้งแต่เข้าเรียนมหา’ ลัย ก็ไม่ค่อยจะกลับมาบ้านเลย

“ใช่แล้วครับ” คเชนทร์ตอบกลับด้วยท่าทีร่าเริงและมีความสุข เมื่อเห็นว่าลูกชายเพียงคนเดียวของท่านดูมีความสุขแค่ไหนคนเป็นแม่ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

“แม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะเชน สอบเข้ามหา’ ลัยชื่อดังได้แถมยังได้เป็นเดือนอีก แม่ขอให้ลูกใช้ชีวิต 4 ปีในรั้วมหา’ ลัยอย่างมีความสุขนะ และค่อยเรียนปริญญาโทต่ออีกสัก 2 ปี จากนั้นตำแหน่งรองประธานของ APL รอยัล ก็จะตกเป็นของลูกทันที ตั้งใจเรียนทำตัวดีๆ นะ ลูกเป็นความหวังเดียวของแม่” ถึงแม่จะไม่บอกคเชนทร์ก็รู้ตัวดีอยู่แล้ว เขารักแม่มากแม่เป็นผู้หญิงแสนสวยที่แข็งแกร่ง บิดาของคเชนทร์จากโลกนี้ไปตั้งแต่ตอนที่เขาอายุ 12 ปี แต่เพราะว่าแม่เป็นผู้หญิงที่เก่งและแกร่งมากดังนั้นท่านจึงสามารถดูแลคเชนทร์และธุรกิจของครอบครัวได้เป็นอย่างดีเสมอมา

“ครับ ไม่ต้องห่วงผมจะไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวังแน่นอน” สิ่งเดียวที่คเชนทร์จะตอบแทนความรักของแม่ได้ก็คือ เขาต้องเป็นคนที่ประสบความสำเร็จรีบเรียนให้จบปริญญาตรีกับปริญญาโท เพื่อเข้ารับตำแหน่งรองประธาน และในระหว่างที่เรียนอยู่ก็ต้องไม่สร้างเรื่องที่ทำให้มารดาต้องอับอายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด

“ดีมากจ้ะ” ใบหน้าสวยของผู้หญิงที่อายุเข้าเลข 4 ระบายยิ้มออกมา เพราะรู้สึกดีใจที่ลูกรับปากให้คำมั่นสัญญาแบบนี้

ทางด้านแก้วกานดา

คเชนทร์จะขับรถมารับตอนสายๆ แต่เป็นเพราะว่าแก้วกานดาตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนหนุ่มเป็นครั้งแรก ดังนั้นเธอจึงตื่นมานั่งเล่นอย่างอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า

“จะไปเที่ยวเขาค้อใช่มั้ยวันนี้” พิณรดาที่เตรียมตัวจะไปราวน์วอร์ดตรวจคนไข้ตั้งแต่เช้าเอ่ยถามน้องสาว

“ค่ะ คุณหมอ” แก้วกานดาตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

“ระวังตัวด้วยแล้วกัน” มันฟังดูเหมือนคำเตือนธรรมดาๆ ทั่วไป แต่สำหรับคนพูดนั้นเธอไม่ได้มีเจตนาจะเตือนแบบธรรมดา

“ค่ะ ไปดีมาดีนะคะ” แต่แก้วกานดาก็มีความสุขมากเกินกว่าจะมานั่งสนใจคำเตือนของพี่สาว

นักศึกษาแพทย์ปี 4 เดินออกมาจากห้องหลังจากเอ่ยเตือนน้องสาว พิณรดาเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกเป็นคนเงียบๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถึงจะไม่พูดและไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาแต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องที่น้องสาวแอบมีแฟนและเธอก็เดาว่าครั้งนี้น้องสาวอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนอย่างที่บอก พิณรดารู้มานานแล้วว่าแก้วกานดาแอบมีแฟนแต่ก็ไม่เคยจับได้หรือว่าเห็นกับตา นั่นก็เป็นเพราะว่าหญิงสาวเรียนหนักจนไม่ได้มีเวลามาสนใจเรื่องของน้องสาวสักเท่าไหร่

ถึงจะอยู่ห้องเดียวกันเจอหน้ากันทุกวันนอนเตียงข้างๆ กัน แต่ก็ใช่ว่าจะได้พูดคุยกันในทุกๆ เรื่อง เธอไม่เคยเห็นหน้าแฟนหนุ่มของน้องสาวและแก้วกานดาก็ไม่เคยโทร.คุยกับคเชนทร์เวลาที่พี่สาวอยู่ห้องด้วย แต่คนที่โตกว่ามีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าน้องและสนิทกับน้องมาก ก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าน้องน่าจะแอบมีแฟนตั้งม.4

เพราะแก้วกานดาระวังตัวมาก เธอรู้ตารางเรียนของพี่สาวรู้ว่าพี่สาวจะออกจากหอและกลับหอตอนไหน ดังนั้นคเชนทร์จึงไม่เคยบังเอิญมาเจอกับพิณรดาเลย แถมที่มหาวิทยาลัยคณะบัญชีกับคณะแพทยศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจ ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กัน ทั้งสองคนจึงสามารถไปไหนมาไหนด้วยกันได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงว่าพี่สาวจะบังเอิญมาเห็น

‘พี่เตือนแล้วนะ’ เธอคิดในใจ พิณรดาไม่รู้หรอกว่าน้องจะไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆ หรือว่าโกหก แต่เธอก็คิดว่าเธอได้เตือนไปแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าแก้วกานดาจะระวังตัวอย่างที่พี่สาวเตือนไหม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป