บทที่ 10 ตอนที่ 10

แม้จะมีแววดุอยู่บ้างในดวงตาสีน้ำตาลชวนฝันทว่าคมกริบคู่นั้น หากยิ้มแรกที่ไรแย้มออกมาทายทักกับเธอเมื่อครู่ ก็บ่งบอกได้ว่าหนุ่มฉกรรจ์คนนี้มีทั้งความอ่อนโยนและแกร่งกร้าวผสมผสานอยู่ในใบหน้าคมคร้ามอันเดียวกันนั้น

รอยยิ้มของไรอัน เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกร้อนผะผ่าวไปทั้งสรรพางค์กายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิต หญิงสาวรู้สึกหวิวๆ วูบวาบ หวั่นไหว ใจสั่น ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างมิอาจล่วงรู้เท่าทันในอารมณ์สาวที่เป็นแรงผลักดัน กระทั่งบันดาลให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ และเป็นไปอย่างไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ‘ว่าความรู้สึกรุนแรงจากการสบตาคุณพี่ไรอันเพียงครั้งแรกนั้น…มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?’ ทอรุ้งคิด

“ยินดีที่ได้รู้จักเธอ...แต่ดูท่าทางเหมือนเธอจะรู้จักพี่แล้ว” ไรอันกล่าว

นมช้อยก้าวเข้ามาเสริฟกาแฟในแก้วที่กรุ่นกลิ่นจากเมล็ดขั้วบดของมันลอยอวลกับควันจางๆโชยฉุย

“รู้เท่าที่ได้คุยกับนมช้อยค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงอันนอบน้อม ก่อนจะก้าวช้าๆไปทรุดร่างบางลงนั่งตรงหน้าเขา เมื่อไรอันผายมือเชิญ 

ทันทีที่ทอรุ้งทรุดร่างรัดรึงลงนั่ง มันทำให้เธอเห็นว่าร่างกายของไรอันนั้นช่างดูกำยำล่ำสัน เขาสูงใหญ่จนดูน่ากลัว  นอกจากภาษาไทยอันฉะฉานก็แทบไม่มีส่วนไหนที่จะบ่งบอกว่าไรอันเป็นคนไทยได้อีกเลย

“รุ้งขอบคุณที่...” ไม่ทันที่เด็กสาวจะพูดจบ ไรอันยกมือขึ้นห้าม เพราะรู้ดีว่าทอรุ้งกำลังจะพูดอะไร

“ยังไม่ต้องขอบอกขอบใจพี่ในตอนนี้ เวลาที่จะทำความรู้จักกันของเรายังมีอีกมาก ทานข้าวเถอะ...แล้วเดี๋ยวพี่จะพาเธอเดินชมรอบๆบ้าน”  ไรอันกล่าวด้วยอารมณ์แจ่มใส สายตาคมกริบแทบจะไม่ละจากใบหน้าของเด็กสาว อยู่ๆไรอันก็นึกอยากจะคุยกับเด็กสาวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เพราะทอรุ้งเพิ่งมาถึงเมื่อวาน ตอนที่มาถึงก็โพล้เพล้จวนเจียนจะค่ำ วันนี้น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะพาเด็กสาวผู้นี้เดินชมบ้านชมสวน และทำความรู้จักกับที่อยู่ใหม่ เพื่อเด็กสาวจะได้คุ้นเคยกับมันได้เร็วขึ้น  

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปท่ามกลางความอบอุ่น ทอรุ้งรู้สึกว่าเช้านี้เป็นอีกวันที่เหมือนกับว่าชีวิตเธอยังไม่ตื่นขึ้นจากความฝัน วันที่ได้เจอกับข้าวปลาอาหารที่ไม่คิดว่าชีวิตจะได้เจอ ทั้งที่เมื่อวานเธอเพิ่งยังชีพด้วยมันต้มมันเผาและน้ำพริกในถ้วยเก่าที่เก็บไว้กินราวกับว่ามันจะไม่มีวันบูดวันเน่า น้ำพริกที่ไม่เคยรับรู้ถึงรสชาติอร่อยอื่นใดมากไปกว่าเผ็ดและเค็ม  

“ทานเยอะๆ” ไรอันกล่าวด้วยน้ำเสียงแจ่มใส คะยั้นคะยอทั้งรอยยิ้ม ตักกับข้าวใส่จานให้ทอรุ้งด้วยแววตาเปี่ยมรัก เด็กสาวรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแววตาของไรที่อันวิ่งวูบเข้าจับหัวใจของเธอ ทอรุ้งลอบมองมือใหญ่ที่หลังมือรกไปด้วยไรขนของไรอัน  ชายหนุ่มรูปงามผู้ที่กำลังจะกลายมาเป็นผู้ปกครองและพี่ชายของเธอในเวลาเดียวกัน

ไรอันบรรจงจับช้อนอาหาร ตักและเอื้อมใส่จานให้กับเด็กสาวตรงหน้าเบาๆด้วยแววตาเป็นสุข นมช้อยยืนยิ้มกริ่มอยู่ใกล้ๆ  นึกในใจว่าจะมีผู้ชายคนไหนหนอที่จะไม่เอ็นดูเด็กสาวพราวเสน่ห์ผู้นี้ได้ลงคอ

นมช้อยอดที่จะนึกหวั่นลึกๆในใจไม่ได้

‘เด็กสาวผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนในทุกกิริยาอาการ กับหนุ่มฉกรรจ์อย่างไรอันที่แววตากำลังฟ้องว่ากระหายในเนื้อหนังมังสาของเด็กสาวตรงหน้าอย่างมิอาจปิดซ่อน จะอยู่ร่วมกันในฐานะเด็กในปกครองและผู้ปกครองได้นานแค่ไหน? นมช้อยล่วงรู้ได้อย่างคนที่ผ่านความรักมาก่อนว่าทอรุ้งกำลังจุดไฟสวาทให้กับไรอันอยู่เงียบๆโดยที่เด็กสาวไม่รู้ตัว คฤหาสน์ทั้งหลังกำลังจะลุกร้อนขึ้นด้วยเพลิงปรารถนาของหนุ่มฉกรรจ์และสาวสะคราญขึ้นมาอีกครั้งก็คราวนี้แหละ!’

นมช้อยพึมพำอยู่ในใจ ทอดสายตามองดูไรอันที่ชำเลืองมองทอรุ้งด้วยสายตาอบอุ่น…อ้อยอิ่ง หากแฝงไปด้วยสายตาที่มุ่งมาดปรารถนาถึงความเร่าร้อนรุนแรงในตัวเด็กสาวตรงหน้า ที่กำลังก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างไร้เดียงสา  ทอรุ้งมิอาจล่วงรู้ได้ถึงชะตาสวาทที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตน้อยๆของเธอจะได้มาพบพานจากผู้ปกครองที่นมช้อยแนะนำให้เด็กสาวเรียกเขาว่า ‘พี่ไรอัน’ คนนี้­­

ที่สวนดอกไม้ที่อยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ 

ท่ามกลางแสงแดดอุ่น ในกระแสลมพัดเอื่อย ไรอันและทอรุ้งเดินเคียงกันอ้อยอิ่ง อบอุ่น ชี้ชวนกันชมผีเสื้อและดอกไม้ที่อวดดอกละลานตาอยู่กลางสวน ทอรุ้งยื่นปลายจมูกโด่งเข้าหาดอกกุหลาบที่เพิ่งคลี่บานอวดกลีบกำมะหยี่สีแดงเข้ม สูดหายใจเบาๆ 

“หอมจังค่ะ...” ทอรุ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส ชื่มชมกับความรื่นรมย์รายรอบ

ไรอันไม่ได้ตอบอะไร นอกจากสายตาที่ทอดมองเด็กสาวอย่างเป็นประกาย ในใจพลางคิด ‘ให้ตายสิ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวที่ซ่อนทรวดทรงสาวสะพรั่งที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินนำหน้าเขาไปนั้นจะมีอายุแค่เพียง 18  ปี’

“คุณประภาษคงคุยกับเธอแล้วใช่ไหม เรื่องรายละเอียดที่พินัยกรรมได้ระบุเอาไว้” ไรอันถามทั้งที่สายตายังจับจ้องเด็กสาวแสนงามตรงหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป