บทที่ 11 ตอนที่ 11
“ค่ะ...แต่รุ้งก็ยังไม่เข้าใจซะทีเดียว...”
“ไม่เข้าใจอะไรหรือ?” แพคิ้วเข้มเหนือดวงตาคมของไรอัน หมวดเล็กๆ
“รุ้งเข้าใจถึงรายละเอียดในพินัยกรรมค่ะ...แต่รุ้งไม่เข้าใจในเหตุผลที่คุณพ่อของพี่ไรอันให้ความเมตตาอุปการะรุ้ง”
“เหตุผลอะไรที่ต้องอุปการะเธอน่ะหรือ?” ไรอันทวนคำถามของเด็กสาว
ทอรุ้งประสานสายตากับดวงตาคมกริบของเขาที่ยังคงจับจ้องมองเธอไม่กระพริบ
“รุ้งอยากรู้ว่ารุ้งมีความสำคัญอะไรคะ?...ที่ทำให้ครอบครัวของพี่ไรอันต้องยื่นมือเข้ามาอุปการะ” แววตาฉงนฉงาย เพราะร่างกายที่ใหญ่โตของไรอันทำให้เด็กสาวต้องแหงนหน้าขึ้นมอง
ทอรุ้งจ้องมองริมฝีปากบางและหยักลึกของไรอันอย่างคาดหวังถึงคำตอบที่จะได้รับ
“อืม...” ไรอันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อ
“รอให้เธอมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์...ถึงวันนั้นแล้วพี่จะบอกถึงเหตุผลที่รุ้งอยากรู้ รับรองว่ามันคือเหตุผลที่ดี” ไรอันแทนตัวเองว่า ‘พี่’ อย่างจงใจให้ความสนิทสนม ซึ่งทอรุ้งก็รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาในทันทีเช่นกันกับสรรพนามแทนตัวว่า ‘พี่’ ของไรอัน
“รุ้งจะต้องรออีกสองปีเชียวหรือคะ” เด็กสาวทำหน้าง้ำ เมื่อรู้สึกว่ามันนาน
ไรอันเอื้อมมือฝ่ามือใหญ่ไปลูบศีรษะของเด็กสาวเบา รู้สึกได้ถึงเส้นผมละเอียดอ่อน ดำขลับราวกับแพรไหม กลิ่นหอมของน้ำมันอ่อนๆที่นมช้อยชโลมเอาไว้ลอยอวลขึ้นมายั่วใจ กระทบเข้ากับจมูกจางๆ
ไรอันเผลอสูดลมหายใจแรงลึก เก็บเอาความหอมนั้นไว้ในอกอย่างลืมตัว
“รุ้งต้องขออนุญาตพี่หรือเปล่าค่ะ?” ทอรุ้งเอ่ยถาม
“ขออนุญาตเรื่องอะไรคะ?” ไรอันถามกลับ
“ถ้ารุ้งอยากออกมาเดินเล่นในสวนกุหลาบทุกๆเช้า”
เด็กสาวช้อนใบหน้างามขึ้นถาม นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ปอยผมบางส่วนที่ร่วงลงมาบดบังดวงตาให้กลับขึ้นไปทัดเอาไว้เหนือใบหู
“ไม่ต้องขออนุญาตพี่หรอก แต่ทุกครั้งที่รุ้งจะมาเดิน ควรรอให้เช้า รอให้ฟ้าสว่างเสียก่อน ห้ามรุ้งออกมาเดินตอนมืดๆค่ำๆ เพราะที่สวนดอกไม้นี้ค่อนข้างลับตาคน พี่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของรุ้ง” ไรอันกล่าวเพราะรู้สึกห่วงเด็กสาวขึ้นมาจับใจ ทั้งที่คฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีเหตุอันตรายอันใดให้ต้องกังวล แต่ที่ไรอันกำชับออกไปเป็นเพราะไรอันรู้สึกห่วงทอรุ้งมากเป็นพิเศษ
“ค่ะ…พี่ไรอัน” เด็กสาวตอบเบาๆ
เด็กสาวแหงนมองใบหน้าของเขา ไรอันช่างเป็นผู้ชายที่มีร่างกายสูงใหญ่ ไหล่กว้างและผึ่งผาย ในทุกอิรอยาบถของไรอัน ในทุกจังหวะที่ไรอันหายใจล้วนอยู่ในสายตาของทอรุ้งทั้งสิ้น
เด็กสาวรู้สึกได้ถึงแผงอกที่แกร่งราวปราการของไรอัน ขยับพองและดันอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตลายทางสีน้ำตาลเทาสลับขาว ในดวงตาสีน้ำตาลชวนฝันมีประกายความสุขแผ่ซ่านวิบวับ และทอดทอกลับมาทุกทีที่ไรอันมองดูเธอ
“ค่ะ...พี่ไรอัน” หญิงสาวกล่าวเบาๆจนกระแสเสียงแทบจะเจือจางไปกับสายลมที่พัดมาเบาๆ ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยหมู่ภมรมากมาย
“ครับ...น้องทอรุ้งของพี่” มือใหญ่ลูบศีรษะของเด็กสาวเบาๆ ก่อนจะพากันเดินอ้อยอิ่ง เคลียคลอ สร้างความคุ้นเคยด้วยการเดินคุยกันไปรอบๆสวนที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นบุปผานานาพรรณ ชูดอกลดหลั่น สลับสล้างอยู่กลางพุ่มพฤกษ์ที่เขียวขจีไปทั่วทั้งสวน
“พี่ชอบชื่อของเธอจัง...‘ทอรุ้ง’ ใครเป็นคนตั้งให้คะ?” ไรอันถาม
“แม่เป็นคนตั้งให้ค่ะ...แม่บอกว่ารุ้งเกิดตอนกลางวัน วันนั้นฝนตกหนักมาก รุ้งคลอดออกมาหลังฝนตก เป็นจังหวะที่แม่เหลือบไปเห็นสายรุ้งโค้งลงมารอรับ...หรือไม่...สายรุ้งนั้นก็นำชีวิตของเด็กคนหนึ่งโค้งลงมาส่งให้กับแม่” เด็กสาวกล่าว
ไรอันฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ นึกชื่นชมคนเป็นแม่ที่ช่างปลูกฝังความทรงจำดีๆเอาไว้ให้ลูกได้จดจำถึงความประทับใจของเหตุการณ์ในวันที่เกิด
“ทั้งไพเราะและมีความหมายที่ดี” ไรอันชม
เด็กสาวยิ้มหน้าบาน ก่อนที่มือเล็กๆของเธอจะคว้าลงมาที่ท่อนแขนรกไรขนของไรอัน รั้งท่อนแขนใหญ่ที่สองมือของเธอโอบไม่รอบ เหมือนจะพาเขาไปอีกด้าน ไปตามทิศทางของเสียงน้ำพุที่พุ่งเป็นสายท่ามกลางกอบัวหลากสีสันที่ด้านหน้าสวน
“ด…ด…เดี๋ยวก่อน เอ่อ” ไรอันกระอึกกระอัก
รู้สึกว่าร่างกายของเขาตอบสนองกับสัมผัสจากฝ่ามือของเด็กสาวอย่างแปลกประหลาด ชีพจรเต้นเร็วและรุนแรง เลือดในกายฉีดพ่นเป็นสาย หัวใจกระตุกตุบ ราวกับว่าสัมผัสที่ส่งผ่านมาจากมือของเด็กสาวคือการปลุกเร้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต
‘ทำไมเด็กสาวคนนี้จึงให้ความรู้สึกตอบสนองที่รุนแรงกับเขาเหลือเกิน’ ไรอันคิด
ในจังหวะที่ไรอันก้าวตามเด็กสาวไปอย่างว่าง่าย แต่เพราะอยู่ใต้ทิศทางลม ทำให้ไรอันรู้สึกถึงกลิ่นผิวกลิ่นผมและกลิ่นเนื้อสาวสะคราญที่ลอยลมมากระทบกับจมูกโด่งเป็นสันของตนเบาๆ กลิ่นเนื้อหนังมังสาของเด็กสาวช่างปลุกเร้ากำหนัดและปรารถนาของหนุ่มฉกรรจ์อย่างไรอันรุนแรงจนรู้สึกถึงความคัดคั่งในท่อนลำความเป็นชายที่ขยับขยายขึ้นภายใต้ร่มผ้ามาอย่างไม่น่าเชื่อ
‘บ้าจริงไรอัน! นายรู้สึกแบบนี้กับเด็กสาวคนนี้ได้อย่างไรกัน อย่าลืมว่านายเป็นผู้ปกครองของเธอนะ!’
