บทที่ 5 ตอนที่ 5

แม้กระทั่งมันสัมปะหลังที่ว่าเป็นพืชทนแล้งที่สุดชนิดหนึ่ง ก็ถอดใจกับผืนดินกันดารแห่งนี้ ด้วยการให้ผลผลิตเป็นหัวมันที่เล็กลีบจนแทบจะเหลือแต่ราก หรือแม้กระทั่งแก้วมังกรที่ว่าเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย แม้จะไม่ยืนต้นตายไปกับความร้อนแล้ง…แต่ก็ให้ผลผลิตที่แคระแกรนเกินกว่าจะนำไปขายให้ได้ราคาเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้

และสุดท้ายเมื่อไม่มีรายได้พอจะชดใช้ภาระหนี้สินที่ไล่หลังอยู่ทุกวี่วันอย่างไม่ปราณี

วศินถึงขั้นเครียดจัดจนเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก ทิ้งให้รำเพยและลูกสาวต้องอยู่กันเพียงลำพังด้วยชีวิตที่แทบจะอดมื้อกินมื้อ

“น่าสงสารนะครับ” ไรอันน้ำเสียงเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่งสายตาเป็นสัญญาณให้สาวใช้ เติมไวน์ลงในแก้วที่เพิ่งว่างลงของคุณประภาษ เมื่อเห็นคุณประภาษนิ่งนานไปชั่วขณะหนึ่ง

ไรอันเห็นอาการกลืนน้ำลายลงคอเหมือนคนคอแห้งของทนายประภาษ เพราะเกิดความสะท้อนสะเทือนใจในเรื่องที่ตัวเองกำลังเป็นคนเล่าอยู่นั้น

“แล้วจากนั้น…เรื่องราวดำเนินไปอย่างไรครับ” ไรอันอยากรู้ต่อ

“วันหนึ่ง!...ข่าวการตายของวศินก็ถึงหูคุณพ่อของคุณไรอัน คุณพ่อของคุณไรอันได้ยื่นมือเข้าช่วยสองแม่ลูกในทันทีที่รู้ข่าว  คุณคีรีมีโอกาสพบเจอกับรำเพยเพียงช่วงเวลาสั้นๆของชีวิตก่อนที่จะเสียชีวิตลงไม่กี่วัน แต่ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้น…ที่แสนสุข จากที่ทั้งคู่แอบไปมาหาสู่กันโดยที่คุณแม่ของคุณไรอันไม่เคยล่วงรู้ความจริงในข้อนี้”

“คุณพ่อกับแม่ของเด็กสาวคนนี้คบหากันแบบชู้สาวใช่ไหมครับ?”

ไรอันถามออกไปตรงๆ

ทว่าสีหน้าก็ไม่ได้แสดงอาการตกใจ หากทนายประภาษจะตอบว่า “ใช่”

“ในความจริงก็ใช่!...ทว่าสองคนนี้เคยรักกันมาก่อน”

“รักกันมาก่อน?”

ไรอันขมวดคิ้ว กับคำตอบที่ยิ่งเพิ่มความสงสัย

“ครับ…สองคนนนี้เคยเป็นคนรักกันมาก่อน…ก่อนที่คุณคีรีจะมาแต่งงานกับคุณเดียน่าแม่ของคุณไรอันด้วยซ้ำ รำเพยที่เป็นแม่ของเด็กสาวที่ชื่อทอรุ้งเป็นคนรักคนแรกของคุณคีรี แต่ระหว่างที่คุณคีรีไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ด้วยขาดการติดต่อกันนานจนกลายเป็นความเข้าใจผิดมากมายตามมา เมื่อคุณพ่อของคุณไรอันทำผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อกัน เราเพยจึงตัดสินใจแต่งงานกับวศินในที่สุด เมื่อรำเพยได้ใคร่ครวญอย่างถึงที่สุดแล้ว ประกอบกับคำทัดทานที่รุมเร้าและเสียดแทงมาจากทุกทิศทุกทางถึงฐานะของรำเพยที่ไม่คู่ควรกับคุณคีรีพ่อของคุณ มิหนำซ้ำในตอนนั้น คุณย่าของคุณก็ยืนกรานด้วยการประกาศออกมาว่าจะไม่มีวันยอมรับสะใภ้จนๆอย่างรำเพยเป็นอันขาด”

ทนายประภาษเล่าเรื่องราวความลับนี้อย่างคนที่รู้จริง เพราะคุณคีรีไว้วางใจทนายประภาษประหนึ่งว่าเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่สามารถระบายปัญหาหัวใจแบบลูกผู้ชายต่อกันได้อย่างหมดเปลือก

“เป็นอย่างนี้นี่เอง...แล้วตอนนี้ ผู้หญิงที่ชื่อรำเพย…ยังมีชีวิตอยู่ไหมครับ?” ไรอันอยากรู้

“รำเพยคือผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาในรถกับคุณพ่อของคุณ ในวันที่ท่านประสพอุบัติเหตุขับรถชนต้นไม้ในที่คืนฝนตกเพราะถนนลื่นนั่นแหละครับ แต่เรื่องนี้ได้ถูกปกปิดเอาไว้โดยไม่มีใครล่วงรู้ กระทั่งมันกำลังถูกเปิดเผยจากปากของผมอยู่ในขณะนี้”

ทนายประภาษหยุดกลืนน้ำลาย

ก่อนจะกล่าวต่อ…..

“ก่อนหน้าที่คุณคีรีจะเสียชีวิตเพียงไม่กี่วัน ท่านได้เรียกผมมาพบเพื่อร่างพินัยกรรมตามความประสงค์ของท่าน...ผมคิดว่าท่านคงอยากชดใช้”

คุณทนายนิ่งนาน

ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดช่องให้ไรอันเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ชดใช้อะไรครับ?”

“ชดใช้ที่ได้ละทิ้งผู้หญิงที่ชื่อรำเพยเพราะ ‘คำสัญญา’ ที่ให้ไว้กับรำเพยว่าจะกลับมาแต่งงานกัน คุณพ่อของคุณไรอันเอง…ที่เป็นฝ่ายรักษามันเอาไว้ไม่ได้ ภายหลังจากที่ได้เจอกับคุณแม่ของคุณ”

“เพราะความรู้สึกผิดที่กร่อนกินใจคุณคีรีมาตลอด ท่านคงอยากชดใช้ด้วยการเลี้ยงดูลูกสาวของรำเพย อีกนัยก็คือลูกสาวของผู้หญิงที่คุณท่านรัก”

ทนายประภาษกล่าว

แอบสังเกตเห็นไรอันลอบถอนหายใจออกมาเช่นกัน กับเรื่องราวรันทด ซึ่งเป็นอดีตรักของผู้เป็นพ่อที่

ไรอันไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมารับรู้เรื่องราวเหล่านี้

ไรอันสังเกตเห็นทนายประภาษหยุดถอนหายใจเป็นช่วงๆ เช่นกัน

ก่อนจะกล่าวต่อ…..

“ตอนนี้เด็กสาวที่ชื่อ ‘ทอรุ้ง’ อาศัยอยู่กับยายซึ่งมีศักดิ์เป็นแม่ของรำเพย ญาติเพียงคนเดียวซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ทว่าก็ป่วยกระเสาะกระแสะและมีแนวโน้มว่าจะอยู่ได้ไม่เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง เหตุนี้ผมจึงต้องรีบเปิดพินัยกรรมโดยเร่งด่วน ตามที่คุณคีรีผู้เป็นพ่อของคุณไรอันได้สั่งเสียเอาไว้ ว่าให้เปิดพินัยกรรมทันทีภายหลังจากคุณไรอันเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ”

“คุณไรอันมีความเห็นว่าอย่างไรครับ?”

“ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้…ผมรบกวนคุณประภาษช่วยเป็นธุระเรื่องไปรับตัวเด็กสาวคนนี้ให้ทีนะครับ เพื่อวิญญาณของคุณพ่อจะได้หมดห่วงเสียที ท่านจะได้ไปสู่สุคติภพ”

ไรอันไหว้วาน เพราะตนมีงานอื่นที่รอให้สะสางอีกมากมายในวันพรุ่งนี้

“ครับคุณไรอัน”

ทนายประภาษรีบรับปาก ก่อนจะอำลาไปพร้อมๆกับไวน์โรมานี กองติ ที่ละเลียดลงคออันแห้งผากไปอย่างง่ายดายหลังจากรู้สึกผ่อนคลาย โล่งอกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ภายหลังจากได้เล่าความลับของคุณคีรีที่หนักอึ้งอยู่ในอกมาหลายปี ให้กับผู้เป็นลูกชายได้ฟังจนหมดสิ้น

ไม่มีสิ่งใดให้ต้องอึดอัดและค้างคาใจทนายประภาษอีกต่อไป

และเช้าวันรุ่งขึ้น คุณประภาษพร้อมกับลุงชิต สามีของนมช้อยที่เป็นคนขับรถประจำคฤหาสน์ ได้เดินทางออกจากคฤหาสน์แต่เช้าตรู่เพื่อไปรับตัวหญิงสาวที่ชื่อทอรุ้งตามที่พินัยกรรมได้ระบุเอาไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป