บทที่ 7 ตอนที่ 7

หญิงสาวสะอึกสะอื้น ทว่าน้ำเสียงและแววตาของทนายประภาษที่มีแววโอบอ้อมอารีอยู่ในที ก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกอุ่นใจและวางใจขึ้นมาบ้าง แม้จะมีความสงสัยในบางประการผุดพรายขึ้นในใจเกี่ยวกับมูลเหตุแห่งพินัยกรรมฉบับนี้

‘หากตอนนี้คงไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะมาตั้งข้อสงสัยใดๆ ยังมีเวลาอีกมากมายที่จะไขข้อข้องใจในภายหลัง’

ทอรุ้งคิดในใจ

“ลุงเสียใจด้วยนะ ยายของหนูท่านหมดกรรมแล้ว”

มือของทนายประภาษลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆ ปลุกปลอบตามประสาผู้ใหญ่ที่เข้าใจถึงความสูญเสียของเด็กสาว เขาสาอาจะยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องงานศพด้วยตัวเอง

“ลุงจะพาหนูไปอยู่บ้านหลังใหม่ ลุงเชื่อว่าหนูจะต้องชอบ และลุงมั่นใจว่าคุณไรอันผู้เป็นทายาทคนเดียวของคฤหาสน์จะทำหน้าที่ผู้ปกครองดูแลหนูเป็นอย่างดี ในฐานะน้องสาวคนหนึ่ง”

ทนายประภาษกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาอ่อนโยน ให้ความเชื่อมั่นกับทอรุ้ง

ในวันรุ่งขึ้นทนายประภาษก็พาทอรุ้งขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับคฤหาสน์ของไรอัน ทำตามหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายเอาไว้ในพินัยกรรม หลังจากช่วยจัดการเรื่องงานศพคุณยายของทอรุ้งจนเสร็จสิ้น

‘คุณไรอันคนนี้จะดุไหม?  เขาจะดีต่อเธอไหม? หน้าตาของเขาจะเป็นอย่างไร? ทำไมชื่อเป็นฝรั่ง?’ ทอรุ้งครุ่นคิดในใจถึงชีวิตใหม่ บ้านหลังใหม่ ผู้ปกครองคนใหม่ที่รอคอยเธออยู่ข้างหน้า

ตอนที่ 3

รถตู้คันสีขาวที่มีลุงชิตเป็นคนขับ พร้อมด้วยทนายประภาษและเด็กสาวที่ชื่อทอรุ้ง พากันกลับมาถึงคฤหาสน์จนเกือบค่ำ  เมื่อรถตู้ได้แล่นผ่านประตูอัลลอยด์สูงใหญ่ที่ประดับประดาเอาไว้ด้วยเลื่อมลายเหล็กดัดสีเงินยวงทั้งบานประตู ที่ด้านซ้ายและขวาของประตูเชื่อมต่อด้วยกำแพงรั้วสูงตระหง่าน เป็นกำแพงรั้วที่ก่อขึ้นด้วยหินศิลาแลงก้อนใหญ่ ดูแน่นหนาเหมือนป้อมปราการ

แนวรั้วทอดตัวยาว ขนาบทั้งขวาซ้ายเหมือนอ้อมแขนที่เอื้อมโอบคฤหาสน์ทั้งหลังเอาไว้ ปราการรั้วสีเขียวเข้มที่เกิดจากต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยระขึ้นปกคลุมไปตลอดทั้งแนวรั้ว จนแทบมองไม่เห็นสีส้มของก้อนหินศิลาแลง เพราะถูกแทนที่ด้วยใบสีเขียวของต้นตีนตุ๊กแกที่แผ่คลุมจนทั่วทั้งรั้ว

ความอลังการที่ไม่คาดคิดไม่คาดฝันว่าในชีวิตจะได้มาสัมผัสพบพาน ทำให้ทอรุ้งเผลอแนบหน้าไปกับกระจกของรถตู้อย่างไร้เดียงสา  

ลมหายใจอุ่นๆของเด็กสาวกระทบเข้ากับกระจกที่ฉาบไอเย็นจากแอร์ในรถจนเกิดเป็นฝ้า ทอดสายตามองผ่านกระจกบานกว้างของรถตู้ แลดูสิ่งรายรอบที่แปลกใหม่และไม่คุ้นเคยด้วยสายตาอยากรู้

‘ทำไมบ้านของพี่ไรอันใหญ่โตอลังการขนาดนี้’ เด็กสาวพึมพำในใจ

และจากสิ่งที่ได้เห็น ยิ่งเร่งเร้าให้ทอรุ้งอยากเจอหน้าของไรอันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ในฐานะผู้ปกครองซึ่งเป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อทอรุ้งค่ะ” ริมฝีปากสีชมพูอิ่มเต็มทั้งบนล่างของเด็กสาว ขยับเบาๆ อย่างน่าเอ็นดู 

“ไหว้พระเถอะหนู” 

นมช้อยกล่าว

สายตาจ้องมองใบหน้าหวานหยาดและดวงตาใสๆของเด็กสาวตรงหน้าด้วยความตะลึงลาน

‘ไม่น่าเชื่อว่าเด็กบ้านไร่ท้ายฟาร์มจะมีหน้าตาที่งดงามถึงเพียงนี้’

“หน้าตาสะสวยอะไรอย่างนี้!”

นมช้อยอุทาน เมื่อเสี้ยวหน้าด้านหนึ่งของเด็กสาวที่ซ่อนอยู่ในเงาของความสลัวของยามเย็น เผยเด่นออกมาชัดเจน เต็มดวงหน้า

“วันนี้คุณไรอันไม่อยู่ แต่ได้ฝากให้นมจัดการเรื่องห้องหับไว้ให้กับหนูแล้ว”

นมช้อยบอก

ทอดสายตามองดูเด็กสาวที่อยู่ในอาการสงบเสงี่ยมเจียมตัว

ทอรุ้งนิ่งนานจนนมช้อยไม่อาจคาดเดาได้ว่าเด็กสาวกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใด กระทั่งทอรุ้งเอ่ยออกมา

“หนูจะได้เจอคุณไรอันเมื่อไรคะ?”

ทอรุ้งถามด้วยความใจร้อน

“ยังมีเวลาอีกถมเถค่ะ...แต่หนูไม่ต้องกังวล วันนี้คุณไรอันเธอมีงานยุ่ง อาจจะกลับค่ำๆ หรือบางทีก็อาจจะไม่กลับ แต่ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะป้าดูแลหนูเอง”

นมช้อยกล่าวให้เด็กสาวอุ่นใจ

“ขอบคุณมากค่ะ”

“เอ่อ..ขออนุญาตให้หนูเรียกคุณว่าป้านะคะ” เด็กสาวเอ่ย

นมช้อยหันมายิ้มกับเด็กสาวบ้านนอกที่ดูมีกิริยามารยาทจนน่าแปลกใจ

“ได้สิคะ เรียกนมช้อยว่าป้าหรือจะเรียกว่านมช้อยก็ได้ ตามใจหนู แต่คุณไรอันเธอมันจะเรียกป้าว่านมช้อยจนติดปาก เพราะป้าเป็นแม่นมของคุณไรอัน เลี้ยงดูคุณไรอันมาตั้งแต่เล็กๆ”

นมช้อยอธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ค่ะ…นมช้อย”

เด็กสาวรู้สึกได้ถึงแววของความโอบอ้อมอารีที่ทอดทออยู่ในดวงตาของนมช้อย

“หนูควรจะเรียกคุณไรอันว่าอย่างไรคะนมช้อย?”

เด็กสาวถามขึ้นด้วยความสงสัย

“เอ่อ...หนูควรจะเรียกคุณไรอันว่า ‘พี่ไรอัน’ ต่อจากนี้พี่ไรอันจะเป็นผู้ปกครองของหนู ซึ่งหมายความว่าต่อไปนี้หนูจะเป็นเด็กในปกครองของคุณไรอัน” นมช้อยพยายามอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย

“แล้วหนูต้องทำอย่างไรบ้าง?”

เด็กสาวยังไม่หยุดสงสัย

นมช้อยระบายยิ้มเมื่อเห็นเด็กสาวตั้งคำถามไม่หยุดหย่อน

“ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ทำตัวให้ดี ตั้งใจเรียน และเชื่อฟังพี่ไรอัน” นมช้อยกล่าว

“ค่ะ…รุ้งจะเป็นเด็กดี จะตั้งใจเรียน และจะเชื่อฟังพี่ไรอันค่ะ”

เด็กสาวพยักหน้ารับช้าๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป