บทที่ 8 ตอนที่ 8
แม้เธอจะไม่เข้าใจทั้งหมดว่าการทำตัวให้ดีนั้นมีรายละเอียดครอบคลุมไปถึงเรื่องใดบ้าง? ซึ่งพี่ไรอันของเธอนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร? สูงต่ำดำขาวแค่ไหน? นิสัยใจคอจะเป็นอย่างไร? ดุหรือใจดี?…เด็กสาวก็ยังไม่อาจจะล่วงรู้ได้
แม้ความรู้สึกในใจจะเร่งเร้าเพราะความอยากรู้สักเพียงใด หากเด็กสาวจำต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ก่อนจะเดินตามนมช้อยก้าวขึ้นบันไดไปช้าๆอย่างว่าง่าย เพื่อจะไปดูห้องนอนตามที่นมช้อยบอก
เมื่อได้เข้ามาในบ้าน ยิ่งได้เห็นความอลังการ ได้เห็นการประดับตกแต่งบ้านด้วยเครื่องเรือนราคาแพง พื้นที่ทุกตารางนิ้วในบ้านปูด้วยพรมสีน้ำตาลอ่อนผืนใหญ่
เด็กสาวรู้สึกได้ถึงความนุ่มของพรม เมื่อเท้าน้อยๆของเธอเหยียบย่างตามนมช้อยไปตามผืนพรมช้าๆ ด้วยสายตาตะลึงพรึงเพริดกับความงดงามภายในคฤหาสน์หลังนี้
ที่ห้องนอนของทอรุ้ง
หน้าประตูห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ ประตูไม้บานใหญ่สีโอ๊คถูกมือผลักเข้าไปเบาๆ นมช้อยและทอรุ้งก้าวข้ามธรณีประตูตามกันมาช้าๆ
“โอ้โฮ!...ห้องใหญ่โตมากเลยค่ะ”
ทอรุ้งตะลึง
พลางกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆห้อง ทั้งห้องหวานไปด้วยสีชมพูอ่อนสลับขาว บ่งบอกว่าเป็นห้องของผู้หญิงชัดเจน
ข้าวของเครื่องใช้ถูกตระเตรียมเอาไว้พร้อมเพรียง เตียงนอนไม้กว้างใหญ่ ผ้าปูถูกสีขาวครีมขึงตึงแตะแต้มเอาไว้ด้วยลวดลายของดอกเดซี่สีขาวพราวเต็มผืน
รอบเตียงมีเสาไม้กลึงกลมทั้งสี่ด้าน มุ้งโปร่งบางถูกรวบรั้งและผูกเอาไว้ที่เสาไม้ ชายม่านที่บานหน้าต่างโชว์ระบายลูกไม้ชั้นดีที่สั่งเข้ามาจากอังกฤษ แลเห็นลูกไม้ระย้าย้วยออกมาอย่างสวยงามจากชายม่าน
“ถูกใจไหม?”
นมช้อยถาม
“ถูกใจที่สุดเลยค่ะ แต่ออกจะใหญ่โตเกินไปด้วยซ้ำสำหรับหนู ถ้าจะเป็นห้องที่เล็กกว่านี้ หนูก็ไม่มีปัญหานะคะ”
เด็กสาวตอบ
“ถูกใจก็ดีแล้ว…ห้องเล็กกว่านี้ไม่มีหรอกค่ะ สำหรับที่คฤหาสน์หลังนี้”
นมช้อยตอบสั้นๆ ก่อนจะก้าวนำเด็กสาวไปยังหน้าต่างเหนือเตียงนอน
ที่ภายนอกหน้าต่าง
ลำแสงสุดท้ายของแดดยามเย็นที่ทอดทอลงมากระทบกับบานกระจกที่หน้าต่าง ดึงดูดให้ทอรุ้งก้าวไปตามลำแสงที่สาดผ่านบานหน้าต่างนั้นช้าๆ
มือน้อยๆ ผลักบานหน้าต่างออกเบาๆ วูบแรก…รู้สึกถึงสายลมที่พัดเข้ามาลูบโลมใบหน้า เธอชะโงกออกไปสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ที่พัดพามากับสายลมเย็นที่โชยเข้ามา ใบหน้าแช่มช้อยสูดหายใจแรงลึกรับกลิ่นหอมของดอกไม้เอาไว้เต็มอก
“สวนดอกไม้จริงๆด้วย!”
ทอรุ้งอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทอดสายตาลงไปที่แปลงดอกไม้เบื้องล่าง กุหลาบที่กลางสวนหลากสีสัน อวดดอกสะพรั่งพราวอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจีที่แลไกลๆเหมือนกับผืนพรมสีเขียวผืนใหญ่
“คุณไรอันเลือกห้องนอนที่อยู่ใกล้กับสวนดอกไม้…เพราะเดาว่าเด็กสาวอย่างหนูจะต้องชอบ”
นมช้อยกล่าวเบาๆ ดีใจที่เห็นเด็กสาวแสดงอาการตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างที่จัดเตรียมเอาไว้ให้
ทอรุ้งรับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนว่ามันเป็นเหมือนความฝันมากกว่าจะเป็นความจริง
มือเล็กๆ ของเด็กสาวหยิกที่ต้นแขนของตัวเองเบาๆ ความเจ็บช่วยยืนยันว่าสิ่งที่สายตาตะลึงลานของเธอทอดมองดูอยู่นั้นคือความจริง
‘เธอไม่ได้ฝันไปหรอกหรือ…ทอรุ้ง’
เด็กสาวถามย้ำตัวเองอยู่ในใจ
นมช้อยชำเลืองมองดูความปรีดาของเด็กสาวด้วยสายตาพึงพอใจอีกครั้ง
หวังว่าคงใช้เวลาไม่นานนักที่หญิงสาวจะปรับตัวให้ลืมเรื่องราวความเศร้าในอดีต
นมช้อยสนทนากับทอรุ้งอยู่ครู่ใหญ่ พอให้เด็กสาวได้คุ้นเคยกับห้องนอนและสภาพแวดล้อมใหม่
นมช้อยแนะนำถึงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของคฤหาสน์หลังใหญ่ให้ทอรุ้งฟังอย่างคร่าวๆ อะไรที่ถือเป็นกฎระเบียบเคร่งครัดที่ควรต้องระมัดระวัง ทั้งเรื่องเวลารับประทานอาหารเช้า เวลารับประทานอาหารเย็น ตลอดจนเรื่องมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่ไรอันได้ฝากให้เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงของประเทศให้เป็นธุระดูแลให้
เด็กสาวพยักหน้าตามนมช้อยหงึกๆ
รู้สึกได้ว่าชีวิตในคฤหาสน์หลังนี้ช่างเต็มไปด้วยกฎระเบียบมากมายที่เธอควรรู้ แต่ทุกอย่างที่นมช้อยอธิบายก็ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลมากไปกว่า ‘คุณไรอัน’ ผู้เป็นเจ้าของบ้านซึ่งดูท่าทางจะเป็นผู้ชายที่เคร่งครัดกับกฎระเบียบเอามากๆ
‘หรือไม่พี่ไรอันก็คงหัวโบราณ และเจ้าระเบียบน่าดู!’ เด็กสาวคิด
คืนนั้นนมช้อยอยู่เป็นเพื่อนจนกระทั่งทอรุ้งอาบน้ำเสร็จ สายตานมช้อยที่ได้เห็นเรือนร่างของเด็กสาวที่แม้จะซ่อนสนิทอยู่ภายใต้ชุดนอนซาตินสีครีมเนื้อลื่นบางเบาที่แม้จะค่อนข้างมิดชิด ทว่าเมื่อแรงลมจากบานหน้าต่างที่พัดมากระทบเข้ากับเรือนร่างของเด็กสาว ความโค้งเว้าของสรีระตามแรงลมที่ลู่ไล้เนื้อผ้าก็คัดเน้นทรวดทรง สัดส่วนของความสาวจนเด่น แลเห็นเนินหนั่นนูนอูมอร่ามตา จนนมช้อยนึกสงสัยในวัย 18 ปีของทอรุ้งที่เธอดูเป็นสาวเกินอายุที่แท้จริง
“หนูอายุเท่าไรนะ?” นมช้อยถาม
ขมวดคิ้วเพราะความสงสัยไม่คลายแคลง จากสิ่งเย้ายวนใจที่ซุกซ่อนเอาไว้ในเรือนกายของเด็กสาวตรงหน้า
“18 ปีค่ะ” เด็กสาวตอบ
ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนมช้อยจึงตั้งคำถาม
