บทที่ 6 ปราบพยศ

เช้าวันต่อมา ปราณนต์ตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ เขามีคนรอให้ต้องกลับไปปราบพยศ จึงอยู่เที่ยวกับที่บ้านต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรกไม่ได้

“เก็บกระเป๋าไปไหนครับพี่ปราณต์”

ปุณณัตถ์ น้องชายคนสุดท้องเอ่ยถามขึ้นเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าพี่ชายของตัวเองกำลังเก็บกระเป๋า ทั้งๆที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะอยู่พักผ่อนกับครอบครัวต่ออีกหนึ่งวัน

“พี่ต้องรีบกลับ มีงานด่วน”

“งานอะไรครับ ไหนว่าเคลียร์เรียบร้อยแล้วไง ลูกน้องพี่ก็อยู่ครบ จัดการกันไม่ได้เหรอครับ”

“เรื่องนี้ต้องพี่คนเดียวว่ะ โทษที ไว้คราวหน้าค่อยหาโอกาสมาพักผ่อนกันใหม่นะ ฝากบอกทุกคนด้วย”

พูดจบก็หอบหิ้วกระเป๋ารีบร้อนออกไป ไม่สนใจเสียงทัดทานของน้องชายอีกเลย

“ทำไมไม่กินข้าว อย่ามาดื้อกับฉันนะ มานี่”

ปราณนต์ตวาดเสียงดังเมื่อกลับมาถึงห้องพักที่อยู่ชั้นบนของผับหรูใจกลางเมืองของตนเอง แล้วพบว่าคนที่เขาจับมาขังเอาไว้ ไม่ยอมกินข้าวกินปลาเลย ตั้งแต่วันที่เขาเดินทางไปร่วมงานแต่งงานของพี่ชายที่กระบี่แล้ว พร้อมกันนั้นก็ฉุดกระชากลากถูสาวงามร่างบางแสนดื้อนั่นมาที่โต๊ะอาหาร

“โอ๊ยยย ปล่อยนะ ไอ้มาเฟียบ้า จะจับฉันมาทำไม บอกแล้วไงว่าไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ ฉันกับพี่ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว ไปตามหาเอาเองสิ ฉันต้องไปเรียนนะ จะมาขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้”

“อยากไปเรียนเหรอ ได้ แต่เธอต้องเชื่อฟังฉันทุกอย่าง แล้วฉันจะให้เธอไปเรียนกับเพื่อน อีกปีเดียวก็จบแล้วนี่”

“ฉันต้องทำอะไร”

“ใช้ร่างกายของเธอตอบสนองฉันให้ถึงใจ เพื่อใช้หนี้แทนพี่ชายสวะๆของเธอซะ ไม่อย่างนั้น ก็บอกมา ว่าพี่ชายเธออยู่ที่ไหน”

เขาบีบแขนเธอแน่นขึ้น ในขณะที่เธอใช้มือน้อยพยายามแกะมือที่แข็งดังคีมเหล็กของเขาออกจากแขนของเธอ ที่ตอนนี้มันเจ็บร้าวระบมไปหมดแล้ว

“ไม่มีวัน ถ้าคุณรู้ว่าพี่ฉันอยู่ที่ไหน แล้วคุณจะทำอะไร คุณจะฆ่าเขาเหรอ”

“หึ ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้”

งั้นก็ฝันไปเถอะ ว่าเธอจะบอกที่ซ่อนของพี่เธอให้เขาไปฆ่า ต่อให้เธอต้องตาย เธอก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรพี่ชายของเธอเด็ดขาด เพราะในชีวิตนี้ เธอเหลือกันแค่สองคนพี่น้องแล้ว หากพี่ชายของเธอเป็นอะไรขึ้นมา เธอก็คงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวอีกต่อไป

“ไปกินข้าว”

“ฉันไม่หิว”

“ไม่หิวใช่ไหม แต่ฉันหิว และถ้าฉันหิวแล้วก็ต้องได้กิน เธอทำตัวเธอเองนะ ณิชา”

มือใหญ่กระชากร่างบางให้ลอยหวือไปล้มลงบนเตียง แล้วขยับกายขึ้นทาบทับเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็ไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัวใดๆ เมื่อเขาก้มหน้าลงประกบปากบดจูบเธออย่างเร่าร้อนหิวกระหาย ท่ามกลางการต่อสู้ดิ้นรนของเธอ

“อื้อ อ่อย อื้อ อื้อ”

นอกจากจะไม่ปล่อยแล้ว เขายังไถลปากและจมูกไปที่ซอกคอหอมๆของเธอแล้วซุกไซ้ขบเม้มที่ซอกคอเธออย่างบ้าคลั่ง

“อื้อ ปล่อยฉัน อื้อ”

คนตัวบางใต้ร่างดิ้นรนสุดแรง แต่เพียงไม่นาน ก็หยุดต่อสู้นอนนิ่งไปเฉยๆ เสียอย่างนั้น เขาเอะใจจึงยกใบหน้าขึ้นมาจากซอกคอของเธอ ปรากฏว่าแม่ตัวดีได้เป็นลมแน่นิ่งไปแล้ว

“ณิชา เป็นอะไร ณิชา”

เขาเขย่าตัวเธอหลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ไหวติงอีกเลย ชายหนุ่มตกใจตะโกนเรียกลูกน้องดังลั่น ไม่กี่วินาที โชคชัยก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตามเสียงตะโกนเรียกของเจ้านาย

เมื่อเข้ามาเขาก็เบือนหน้าหนีภาพที่ไม่ควรมอง เพราะไม่รู้ว่าคนตัวบางใต้ร่างของเจ้านายเขาโป๊เปลือยแค่ไหน

“นาย เกิดอะไรขึ้นครับ”

“โทรตามไอ้หมอที ณิชาเป็นลม”

“ได้ครับ”

ไม่นานจากนั้น หมอนพพร เพื่อนสนิทของเขาก็เข้ามาในห้องพร้อมกระเป๋าอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน

“ใครเป็นอะไรวะ ไอ้ปราณต์”

“ผู้หญิงของกู อยู่ๆก็แน่นิ่งไปเลย สงสัยจะเป็นลม”

หมอนพพร ปรายตามองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ก่อนรีบทำการรักษาตามขั้นตอนทันที

“ทำไมเธอเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น”

“เธอประท้วงฉัน เมื่อวานทั้งวันไม่ยอมกินข้าวสักมื้อ เมื่อกี้ฉันเลยจะทำโทษเธอนิดหน่อย แต่เธอก็เป็นลมไปซะก่อน”

“ไอ้เวร อย่าบอกว่ามึงปล้ำเธออะ”

“เออ ก็ประมาณนั้น แต่แค่จะขู่ๆ ไม่ได้จะทำจริงจังขนาดนั้นซะหน่อย”

“พอเลยมึง หยุดหื่น แล้วไปนั่งไกลๆ เลย กูจะรักษาคนไข้ อย่ามากวนสมาธิกู”

หมอหนุ่มมองร่างบางที่นอนหลับตาพริ้ม ใบหน้าซีดเซียวก็สงสาร เธอยังดูเด็กมาก ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้หญิงของปราณนต์เพื่อนรักขาหื่นของเขาได้ เขาให้น้ำเกลือและฉีดยาบำรุงให้เธอ แล้วเดินไปนั่งคุยกับเจ้าของห้องที่โต๊ะอาหารตัวเล็กมุมห้อง

“มึงบอกความจริงกูมา ว่าเด็กคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่กับมึงได้”

“ก็บอกแล้วไงว่าเป็นผู้หญิงของกู”

“ไอ้ปราณต์ มึงอย่ามาโกหกกู เด็กๆ หน้าใสๆแบบนั้นน่ะหรือ ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่มึงจะลากขึ้นเตียงหรอก อย่างมึงต้องพวกเซ็กซี่ๆ แก่ประสบการณ์โน่น”

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่าเธอไม่แก่ประสบการณ์”

“ปิดตาข้างเดียวก็รู้ มึงอย่ามาปิดบัง บอกเรื่องจริงกูมาเดี๋ยวนี้ไอ้ปราณต์”

“เออ กูเล่าแล้ว กูจับเธอมาขังไว้ เพราะพี่ชายเธอเป็นหนี้พนันในกาสิโนกูอยู่สิบล้าน”

“เห้ย มึงทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ ต่อให้พี่ชายเขาติดหนี้มึง แต่มึงไม่มีสิทธิ์ไปจับตัวเขามากักขังหน่วงเหนี่ยวแบบนี้”

“กูรู้ แต่ถ้ากูไม่ทำ เงินกูสูญแน่ สิบล้านนะมึง ไม่ใช่สิบบาท”

“เออ กูเข้าใจ แต่ไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้เหรอวะ”

“กูตามหาตัวมันมาอาทิตย์กว่าแล้ว เฝ้าหน้าบ้านมันทุกวัน ขนาดน้องมัน มันยังไม่โทรมาหาเลย มันไม่เป็นห่วงน้องสาวมันสักนิด แล้วแบบนี้ ถ้ากูไม่จับเธอมา มึงคิดว่ากูจะได้เงินคืนไหม”

“แต่มึงห้ามข่มขืนเธอเด็ดขาดนะ ไม่งั้นถ้าเธอหนีออกไปได้ เรื่องใหญ่แน่”

“เออ กูรู้แล้วน่า กูไม่นิยมทำอะไรคนที่ไม่เต็มใจหรอก”

“แล้วมึงจะเอาไงต่อไป ถ้าพี่ชายเธอไม่ติดต่อมาเลย แล้วมึงตามหาตัวมันไม่เจอ มึงไม่ต้องขังเธอไว้ตลอดชีวิตหรือไง”

“กูมีเวลาให้มันอีกแค่สามวัน ถ้ามันยังไม่ติดต่อมาหรือกูยังหามันไม่เจอ กูมีวิธีอื่นแล้ว”

“มึงจะทำอะไร”

“เออน่า ไม่ทำอะไรน่าหวาดเสียวแบบนั้นหรอก กูสัญญาว่านอกจากกักตัวเธอไว้อีกสามวัน กูจะไม่ฝืนใจอะไรเธออีก”

“เออ ที่กูพูดเนี่ย เพราะกูเป็นห่วงมึงนะ ไม่อยากให้มาตกม้าตายเพราะเรื่องง่ายๆ มึงอย่าประมาทเด็ดขาด เพราะเรื่องบางเรื่อง อำนาจและเงินของมึงก็ไม่สามารถช่วยมึงได้”

“อืม กูรู้แล้ว ขอบใจมากที่เป็นห่วง”

“งั้นเดี๋ยวกูรอจนน้ำเกลือหมด กูถอดเข็มให้เรียบร้อยแล้วกูค่อยกลับ”

“อืม ขอบใจมึงมาก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป