บทที่ 11 ข้อตกลง
“ฉันเข้าใจดีค่ะ ชีวิตฉันนอกจากแม่ที่ป่วยแล้ว ก็เหลือเพียงแค่น้องชายเพียงคนเดียว” เขาไม่เคยได้ยินผู้หญิงคนไหนพูดด้วยอารมณ์สิ้นหวังแบบนี้ นอกจากพลอยนภัส
“แต่อย่างน้อย ๆ ก็แล้วแต่ศาลจะพิจารณา แต่ฉันจะช่วยจนสุดความสามารถ เพชรก็อาจจะต้องรับโทษบ้าง”
“โทษคงไม่รุนแรงใช่มั้ยคะ” เธอถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงน้องชาย
“ไม่รุนแรงแน่นอน” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นเวลานาน สีหน้าวิงวอนอย่างที่สุด
“ได้โปรดช่วยเพชรด้วยนะคะ คุณเมศวร์ แล้วฉันยอมคุณทุกอย่าง” รอยหม่นผุดขึ้นที่ดวงตาของเธอ เป็นเงาแห่งความกังวลและไม่ไว้วางใจ จากนั้นเธอก็ส่ายศีรษะพร้อมกับใบหน้าที่กระจ่างขึ้น
“คุณต้องการฉัน” เธอพูดอย่างหนักแน่น
“ที่คุณมาหาฉันวันนี้ เพราะต้องการตัวฉันไปสอนพิเศษหลานสาว เอ่อ...” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ก่อนที่จะพูดต่อว่า
“ช่วยเพชร!!! แล้วฉันจะช่วยคุณในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าค่ะ.”
“ไม่!!...เธอจะต้องเปลี่ยนที่ฝึกงานไปอยู่ใกล้ ๆ ฉัน แต่ไม่ใช่อีกสองอาทิตย์ เธอต้องไปภายในสองวันนี้”
เมฆหมอกกลับมาปกคลุมดวงตาคู่สวยนั้นอีกครั้ง แก้มของเธอเรื่อขึ้นเป็นสีชมพู
“ค่ะ...ฉันตกลง”
“ฉันจะหาที่พักให้เธอเอง” พลอยนภัสเงยหน้าขึ้นมองเขา กัดริมฝีปากแน่น ซึ่งรู้ว่าชายหนุ่มต้องการอะไรมากกว่านั้น เธอรู้สึกขุ่นใจ แต่ก็ตระหนักดีว่ามีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถช่วยในสิ่งที่เธอต้องการได้ เธอยังคงมองเขาอยู่อย่างนั้นเหมือนกับจะชั่งน้ำหนักการตัดสินใจ หญิงสาวไม่ไว้ใจเขา
ปรเมศวร์มองเห็นมันในดวงตาคู่นั้น และนั่นเพียงสิ่งเดียว ทั้งที่ใจจริงเขาอยากลากเธอกลับไปที่บนเตียงนอนของเขา เธอเป็นคนทรยศเขา เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ไว้ใจเขา เขาต่างหากที่เป็นคนถูกหักหลัง เธอหนีจากเขาไปก่อนวันแต่งงานเพียงไม่กี่วัน
ตอนนี้เขาเป็นเจ้าหนี้เธอแล้ว ไม่เพียงแต่คำขอโทษเท่านั้นที่หล่อนติดค้าง แต่ยังรวมถึงความจริงอีกด้วย เธอจะต้องรับรู้ความจริงทั้งหมดด้วย หลังจากสามปีกว่าที่ผ่านมา เขาจะต้องให้เธอได้รู้ความจริง ความจริงที่เขาจำใจต้องแต่งงาน ไม่ใช่เพราะเขาอยากแต่งงานแล้วทิ้งเธอไปอย่างที่เธอคิด พลอยนภัสใช้ปลายลิ้นแตะริมฝีปากบน
“ฉันไม่ขัดข้อง แต่ถ้าคุณจะให้ฉันอยู่อพาร์ตเม้นต์เดิมก็ได้”
“ไม่ต้อง ฉันจะให้เธออยู่ในที่ที่ฉันหาให้เท่านั้น” พลอยนภัสรู้สึกกลัว แต่เธอก็ไม่ยอมแสดงมันออกมา แต่ดวงตาของเธอกลับเป็นประกาย ก่อนที่จะเชิดหน้าขึ้น
“ถ้าอย่างนั้น นี่คือข้อตกลงของเรา” ชายหนุ่มสำรวจใบหน้าของเธอจนทั่ว เขามองเธอให้ชัดๆ รู้ว่านี่อาจไม่มันยุติธรรมสำหรับเธอ แต่เขาก็จะฉวยโอกาสนี้เอาไว้
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เขาไปส่งเธอที่บ้านแล้ว ปรเมศวร์ได้ไปเจรจากับเสี่ยชัชที่บ้าน เขาอ้างว่าไม่รู้เรื่องการว่าจ้างเพชรน้องชายขนของ
“นี่คุณก็หลงเสน่ห์พี่สาวของไอ้เพชรเหมือนกันรึ”
“มันไม่ใช่เรื่องของเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ได้เกี่ยวข้องก็แล้วไป”
“ว่าแต่เธอเด็ดเหมือนกันนะ รับรองคุณถอนตัวไม่ขึ้นแน่”
“เธอมีหนี้ติดค้างคุณเท่าไหร่ ผมยินดีจ่าย”
“ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอก หนึ่งแสนพร้อมดอกเบี้ยอีกห้าหมื่น”
“มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอครับ ดอกเบี้ยห้าหมื่น” เสี่ยชัชออกอาการเซ็งที่โดนต่อว่าเหมือนเขาจะเดินหนี ปรเมศวร์จึงรีบเอ่ยขึ้นทันที
“แล้วหลักฐานที่ครอบครัวเธอนำมากู้มีมั้ย ถ้ามีผมยินดีจ่าย” เสี่ยชัชยิ้มที่มุมปาก หันไปหาลูกน้องแล้วรีบให้ลูกน้องนำเอกสารโฉนดที่ดินของบ้านพลอยนภัสมาให้ดู พร้อมกับสัญญาเงินกู้
ปรเมศวร์โอนเงินชำระให้เสี่ยชัชเรียบร้อยเขาฉีกสัญญาทิ้ง ต่อหน้าเสี่ยชัช พร้อมกับที่ลูกน้องยื่นใบโฉนดที่ดินคืนให้เขา เพราะหลังจากนี้เขาจะเป็นเจ้าหนี้พลอยนภัสแทน
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว” ปรเมศวร์ไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระที่เสี่ยพูด แต่ก็ยังไม่วายที่เสี่ยจะพูดทิ้งท้าย
“ถ้าคุณจะลงทุนกับแม่นั่น โดยช่วยน้องชายเธอล่ะก็ ผมจะเตือนว่าคุณต้องรีบตักตวงความสาวของเธอเสียก่อนนะ เผื่อว่าอีกหน่อยเธออาจจะเปลี่ยนใจมาให้ผมช่วยเหมือนครั้งก่อน ๆ ฮ่า ๆๆ” เสี่ยชัชพูดทิ้งท้ายจนทำให้ปรเมศวร์คิด
ชายหนุ่มขับรถกลับมาบ้านของพลอยนภัสทันที เพราะเมื่อคืนหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่ของเธอที่โรงพยาบาล ป้าของเธอก็จัดห้องนอนสำหรับเขาไว้ เช้านี้ปรเมศวร์ทำเสร็จไปหนึ่งเรื่อง คือเรื่องของเสี่ยชัช เพื่อให้เธอไม่ต้องติดค้างอะไรกับเสี่ยเจ้าเล่ห์คนนั้นอีก
“นี่โฉนดที่ดินของแม่เธอ เก็บไว้นะ” ตอนแรกปรเมศวร์คิดว่าจะยังไม่คืนให้เธอ แต่เขาก็อยากคบเธออย่างบริสุทธิ์ใจมากกว่า ไม่ได้อยากนำของพวกนี้มาเป็นเครื่องต่อรอง แต่ก็อดคิดเรื่องที่เสี่ยชัชพูดไม่ได้
“ขอบคุณค่ะ เสี่ยชัชว่าไงบ้าง เขายอมรับมั้ยคะ”
“คนอย่างเสี่ยชัยไม่มีวันยอมรับง่าย ๆ หรือ ที่ฉันไปหาเสี่ยชัช ไม่ได้ต้องการคำตอบเรื่องนี้ ฉันไปเพราะจะเคลียร์หนี้สินทั้งหมดให้เธอ
