บทที่ 5 ไม่ได้เป็นอะไรกัน
“เธอรังเกียจฉันเหรอ?” เขาพูดเกือบจะหัวเราะเสียด้วยซ้ำ ใจหนึ่งก็รู้สึกโกรธกับความไม่ใยดีของอีกฝ่าย แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกแปลกใจและทึ่ง ซึ่งนี่เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ในตัวของมันเอง เขาพบว่าตัวเองต้องแปลกใจและทึ่งกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในหลายเรื่อง พลอยนภัสสบตาเขานิ่ง ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาเวลานี้สับสนปนเปกันไปหมด
“เปล่าค่ะ เพียงแค่ฉันไม่ไว้ใจคุณ..”
“ทำไมเธอถึงไม่ไว้ใจฉัน” หญิงสาวขยับสายกระเป๋าที่บ่าให้กระชับขึ้น เหงื่อชื้นออกมาเล็กน้อยเพราะอากาศที่ร้อน จนที่แขนรู้สึกได้ จึงไม่อยากอยู่คุยกับเขาตรงนี้ นาน ๆ ‘คนอะไรตื๊อซะมัด’
“คุณแต่งงานแล้ว”
“พลอยนภัส” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่แผ่วลง เหมือนกับจะเกลี้ยกล่อม
“นี่ฉันกำลังจะช่วยเธอนะ อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ฉันได้อธิบายบ้างสิ” เธอเหลือบมองไปยังรถหรูของเขาที่จอดอยู่
“ฉันจะกลับบ้าน แม่ไม่สบาย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอยิ่งควรให้ฉันไปส่ง” หญิงสาวหันกลับมา เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย เส้นผมดำขลับของเธอล้อมกรอบรูปหน้าสวยของหญิงสาวไว้ ชายหนุ่มชอบมองดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นที่อยู่บนใบหน้าสีซีด ชอบความดื้อดึงที่ประทับอยู่บนริมฝีปากคู่นั้น และความท้าทายที่อยู่ตรงปลายคางของเธอด้วย
ภายในรถยนต์คันหรูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอม ความเงียบปกคลุมจนน่าอึดอัด พลอยนภัสกำสายกระเป๋าสะพายแน่น สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถ
“อย่าพาไปที่อื่นนะคะ...ขอร้อง” เธอเอ่ยทำลายความเงียบเพราะกลัวเขาพาเข้าโรงแรม ไม่นานนักเธอก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“เกือบถึงอพาร์ตเมนต์ของฉันแล้วค่ะ คุณส่งฉันแค่ข้างหน้านั่นก็พอ”
“อ่าว!..เธอไม่ได้จะกลับบ้านไปหาแม่เหรอ” ปรเมศวร์ถามโดยไม่ละสายตาจากถนน
“ฉันต้องแวะเอาของค่ะ” เธอตอบห้วน ๆ พลางชี้นิ้วไปทางถนนข้างหน้าเพื่อตัดบทสนทนา แต่ปรเมศวร์กลับไม่ยอมให้บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น เขาชะลอความเร็วรถลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“พอดีหลานสาวฉันอยากได้ครูสอนพิเศษช่วงภาคฤดูร้อน หนูนาเพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำ พื้นฐานภาษาอังกฤษอ่อนมาก” พลอยนภัสขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากปฏิเสธ เขาก็ยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องชะงัก
“ฉันยินดีจ่ายค่าจ้างให้เธอชั่วโมงละ 1,000 บาท สอนวันละสองชั่วโมง และฉันจะเพิ่มค่าแท็กซี่ไป-กลับให้เธออีกวันละ 1,000 บาท... รวมเป็นวันละ 3,000 บาท”
ตัวเลขนั้นทำเอาหัวใจของคนรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาแม่สั่นไหว วันละสามพัน... เดือนหนึ่งเธอจะมีรายได้เกือบแสน แต่มันก็ต้องแลกมากับการต้องเผชิญหน้ากับเขา
“เทอมนี้ฉันต้องไปฝึกงานค่ะ คงไม่มีเวลา” พลอยนภัสพยายามเค้นเสียงให้ปกติที่สุด
“คุณอย่าเสียเวลาเลยค่ะ ไปหาครูพิเศษมืออาชีพคนอื่นให้หลานสาวคุณเถอะ”
“เธอไม่สงสารเด็กเหรอพลอย...” น้ำเสียงของปรเมศวร์เศร้าลง
“แม่ของหนูนาเพิ่งเสียไปไม่นาน ตอนนี้หนูนาอยู่กับแม่ฉันที่บ้าน หนูนาปิดกั้นตัวเองจากคนแปลกหน้าทุกคน... แต่กับเธอ ฉันคิดว่าหนูนาอาจจะยอมเปิดใจ”
คำบอกเล่านั้นกระแทกใจคนรักแม่อย่างพลอยนภัสเข้าอย่างจัง เธอเม้มริมฝีปากแน่น ในใจต่อสู้กันอย่างหนัก...
“รับรองเด็กจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของเรา” เขาพูดเสริมเหมือนอ่านใจเธอออก
“ฉันจ้างเธอในฐานะคุณครู... ไม่ใช่ฐานะอื่น เธอสบายใจได้”
พลอยนภัสหลับตาลงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ความทรงจำที่เขาเคยทำลายอนาคตเธอด้วยการไม่ให้ไปเรียนต่อนั้นยังฝังใจ แต่ความจำเป็นเรื่องค่ารักษาแม่ในปัจจุบันก็บีบคั้นจนแทบกระดิกตัวไม่ได้
“ฉันวางแผนอนาคตของตัวเองเอาไว้แล้วค่ะ” เธอพูดซ้ำอย่างใจเย็น
“อนาคตมันเปลี่ยนแปลงกันได้นี่” ปรเมศวร์พยายามหว่านล้อม และตอนนี้เธอก็ไม่ไว้ใจเขา บางทีอาจเป็นเพราะเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ดีพอก็ได้ ปรเมศวร์ที่เธอเคยคบหาเขาเป็นคนบูชาในความรัก แต่ทำไมถึงได้ยอมแต่งงานเพียงเพื่ออาณาจักรของครอบครัว
การแต่งงานของเขาถูกนำไปขึ้นปกนิตยสารชื่อดังในแวดวงนักธุรกิจ และนิตยสารทุกเล่มที่เกี่ยวกับการแต่งงาน ด้านล่างของทุกภาพจะเขียนว่า คุณชายปรเมศวร์ลูกชายหม่อมเจ้าธราธร สละโสดแต่งงานกับ นิรนาทลูกสาวเจ้าของห้างดังหลังจากที่หมั้นกันนานเป็นปี เป็นไปไม่ได้ หกเดือนก่อนการแต่งงาน เธอยังคบหาอยู่กับเขาเลย
!
