บทที่ 7 ข้อแลกเปลี่ยน
พลอยนภัสวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะราวกับมันเป็นของร้อน เธอผุดลุกขึ้นเดินวนเวียนไปมาอยู่ในห้องแคบๆ ท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนคนกำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ มือบางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวสั่นเทาขณะกดเบอร์ติดต่อของโมเดลลิ่งที่คุ้นเคย แต่แล้วเธอก็ชะงักและกดลบทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า
เธอบอกตัวเองว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางนั้นอีก... เส้นทางที่เธอเลือกก้าวเข้าไปในวันที่ใจสลายจากการเลิกรากับปรเมศวร์ ประจวบเหมาะกับที่มารดาป่วยหนักจนต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อนสนิทจึงชักชวนเธอเข้าสู่โลกของพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ ความสวยสะดุดตาทำให้งานหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย จนกระทั่งเหตุการณ์ในคืนนั้น...
คืนที่โมเดลลิ่งรับงานปาร์ตี้กลุ่มนักธุรกิจโดยไม่บอกรายละเอียด เธอถูกล่อลวงให้ไปในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยชายแก่หื่นกาม โชคดีที่เพื่อนของเธอสังเกตเห็นความผิดปกติและบุกเข้าไปช่วยไว้ได้ทันก่อนที่ฝันร้ายจะเกิดขึ้นจริง ตั้งแต่วันนั้น พลอยนภัสจึงตัดขาดจากวงการนี้อย่างสิ้นเชิงและปฏิญาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันกลับไปหามันอีก ทว่าในวินาทีนี้... ความเดือดร้อนของครอบครัวกำลังบีบคั้นจนเธอเริ่มหมดทางเลือก หญิงสาวลุกเดินไปมาหน้าตาเคร่งเครียด
“เธอจะโทรหาใครอีกเหรอ?” เสียงทุ้มถามขึ้นเรียบๆ แต่กลับกดดันอยู่ในที
“ฉัน... ฉันแค่อยากจะให้ป้าช่วยไปเจรจากับทางโรงพยาบาลดูอีกครั้งค่ะ” พลอยนภัสตอบโดยไม่หันมามองเขา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“เผื่อเขาจะยอมผ่อนผัน ตอนนี้ฉันหาเงินก้อนไม่ทันจริงๆ”
“เขาไม่ยอมเจรจาหรอกพลอย เรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่เรื่องที่จะมารอกันได้” ปรเมศวร์หักพวงมาลัยเข้าจอดข้างทาง ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรงๆ
“รับข้อเสนอของฉันเถอะ เรื่องทุกอย่างจะได้จบลงเสียที” พลอยนภัสเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอหันไปสบตากับเขา แววตาที่เคยหวั่นไหวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
“ฉันถามตรงๆ นะคะคุณเมศวร์... ถ้าฉันรับเงินก้อนนี้มา แล้ววันข้างหน้าฉันยังไม่มีคืนให้คุณ ฉันต้อง... นอนกับคุณเพื่อชดใช้หนี้หรือเปล่า? ถ้าข้อเสนอของคุณมันรวมถึงเรื่องนั้น ฉันขอไม่รับ” ปรเมศวร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มหยันที่มุมปาก
“ถ้าฉันต้องการแค่นั้น ฉันใช้เงินที่มีไปซื้อกินเอาไม่ง่ายกว่าเหรอพลอย? ฉันไม่จำเป็นต้องลำบากวางแผนอะไรให้วุ่นวายขนาดนี้... แต่ที่ฉันทำ เพราะอยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมต่างหาก”
“ฉันกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้หรอกค่ะ!” พลอยนภัสโต้กลับทันควัน แววตาไหวระริกด้วยความขมขื่น
“ฉันรักคนที่มีภรรยาแล้วไม่ได้ มันผิดศีลธรรม” คำพูดตัดรอนนั่นทำให้กรามของปรเมศวร์บดเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาพยายามสะกดอารมณ์กรุ่นโกรธไว้ลึกที่สุด
“เอาเป็นว่าตอนนี้เธอรับเงินฉันไปก่อนเถอะ ส่วนเรื่องอื่น... ฉันจะไม่เร่งรัดเธอ” พูดจบเขาก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาทันที
“เปิด QR Code สิ ฉันจะโอนให้” เด็กสาวนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังตีรันฟันแทงกับภาพของแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล สุดท้ายเธอก็ต้องยอมพ่ายแพ้ต่อความจริงอันโหดร้าย พลอยนภัสถอนหายใจยาวก่อนจะสแกนรับเงินจากเขาด้วยมือที่สั่นเทา
ตึ๊ง! เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังขึ้น ยอดเงินจำนวน 200,000 บาท ปรากฏบนหน้าจอจนเธอต้องเบิกตากว้าง
“มันมากเกินไปค่ะ ฉันใช้ไม่ถึงขนาดนี้ ฉันจะโอนคืนให้...”
“เก็บไว้เถอะ” เขาพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“แม่เธอยังต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกนาน เดี๋ยวก็มีค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ตามมาอีก และถ้าไม่พอก็ให้บอกฉัน แล้วก็อย่าไปคิดทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นอีก” พลอยนภัสก้มหน้านิ่ง ความรู้สึกขอบคุณปนเปไปกับความสมเพชตัวเอง
“ขอบคุณค่ะ”
“ว่าแต่วันนี้ จะให้ฉันไปส่งที่บ้านหรือเปล่า?” เด็กสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับชะตากรรม อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีเงินไปต่อลมหายใจให้แม่แล้ว
“ค่ะ แต่ฉันขอขึ้นไปจัดกระเป๋าเตรียมของใช้ไปค้างที่โรงพยาบาลแป๊บนึงนะคะ”
“ไปสิ... เดี๋ยวผมรออยู่ที่นี่”
ปรเมศวร์มองตามร่างบางที่เดินกึ่งวิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง แผนการดึงเธอกลับมาสู่วงจรชีวิตของเขาเริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้จะต้องใช้ ‘เงิน’ ซื้อโอกาส หรือถูกเธอมองว่าเลวแค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้เธอดิ้นหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง
ภายในห้องพักของเธอ พลอยนภัสพยายามตั้งสมาธิเพื่อเก็บกระเป๋า เธอไม่อยากคิดเกี่ยวกับเรื่องของปรเมศวร์อีกต่อไป ตอนนี้เธอมีเรื่องมากมายที่จะต้องให้คิด เรื่องเกี่ยวกับการรักษาของมารดา แต่เมื่อเธอรูดซิปปิดกระเป๋าใบใหญ่เสร็จ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ” พลอยนภัสรับสาย ขณะที่ลากกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ออกไปยังโถงทางเดิน
