บทที่ 8 ที่พึ่งสุดท้าย
“เสี่ยมีข่าว คิดว่าหนูคงอยากฟัง” เสี่ยชัชนั่นเอง หญิงสาวยืดตัวขึ้น แล้วทิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ตรงประตู
“หนูมีเรื่องหลายอย่างที่จะทำตอนนี้ คงไม่มีเวลาฟังหรอกค่ะ” คำพูดนี้ทำให้เสี่ยเลือดขึ้นหน้าพลอยนภัสปฏิเสธความรักความหวังดีจากเขา สรรพนามที่คุยกันก็เลยเปลี่ยนไปทันที
“มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพชรน้องชายของหนูนะ”
“ทำไมหรือคะเกิดอะไรขึ้นกับเพชร”
“เพชรถูกจับคดีมียาบ้าไว้ในครอบครอง”
“เสี่ยคิดว่าน้องชายของหนูถูกยัดข้อหา”
“ถ้าหนูยอมรับข้อเสนอของเสี่ย เสี่ยก็ยินดีช่วยเคลียร์ให้”
“เสี่ยหมายความว่ายังไงคะ”
“ถ้าหนูยังจำข้อตกลงของเราได้... เสี่ยก็คงไม่ต้องเสียเวลาพูดซ้ำหรอกนะ”
น้ำเสียงแหบพร่าของเสี่ยชัชแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ขณะที่เขายิ้มหยันที่มุมปาก แววตาหื่นกระหายฉายชัดว่าคราวนี้เขาหมายหัวจะครอบครองเหยื่อสาวอย่างเธอให้ได้ พลอยนภัสถือโทรศัพท์แนบหูด้วยมือที่สั่นเทา
ไม่จริง!!!...น้องชายของเธอไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องสกปรกพวกนั้น เพชรไม่ใช่เด็กเกเร เขาเป็นเด็กดีที่เรียบร้อยเสียจนค่อนไปทางเซ่อซ่าด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะพาตัวเองไปตกอยู่ในเงื้อมมือของคนอย่างเสี่ยชัชได้... เว้นเสียแต่ว่านี่จะเป็นหลุมพรางที่ถูกขุดไว้รอเธออยู่แล้ว!
“หนูเชื่อว่าเพชรไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนค่ะ..ต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ๆ” เธอพูดอย่างอ่อนแรง ยกมือขึ้นกอดอกเหมือนกับจะสู้กับความเยือกเย็นที่แล่นเข้ามาจับหัวใจ
“หนูจะรู้ได้ยังไง เมื่อหนูไม่ได้อยู่กับเจ้าเพชรตลอดเวลา”
“พวกตำรวจจับได้ว่าเขาโยนของกลางทิ้ง และวิ่งหนีจากที่เกิดเหตุ”
“ไม่ใช่แน่ ๆ ค่ะ...เพชรไม่ทำแบบนั้น...” แล้วน้ำเสียงของเธอก็ขาดห้วง ขณะที่ภาพของเพชรน้องชายได้หวนกลับมาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งนำของขวัญวันเกิดมาให้เธอ เมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา หลังจากที่โรงเรียนเลิกแล้ว เธอยังมองเห็นกระดาษสีขาวกับโบว์ไหมสีสวย ที่ทิ้งไว้บนหัวเตียง
“หนูจะไปคุยกับตำรวจเจ้าของคดีเองค่ะ” พลอยนภัสกัดริมฝีปากล่าง
“อันที่จริงโทษก็ไม่ได้หนัก เพราะเป็นเยาวชน ก็คงจะมีการลงโทษอย่างเบาที่สุด แต่เพชรจะต้องมีประวัติและเสียอนาคตแน่ ๆ ถ้าหนูต้องการให้เสี่ยช่วยก็โทรบอกละกัน”
“พลอย..ใครโทรมาอีก” เสียงถอนหายใจของพลอยนภัส ทำให้ปรเมศวร์อดห่วงไม่ได้จึงขึ้นมาตามเธอ
“มีเรื่องอะไรอีก บอกฉันมา..พลอย!!!” เด็กสาวกลืนน้ำลาย เมื่อรู้สึกเหมือนว่าหัวใจของเธอแทบจะเต้นออกมานอกอก เห็นได้ชัดว่าไม่มีทางที่น้องชายเธอจะทำอย่างที่เสี่ยชัชว่ามาเลย
“คุณเมศวร์คะ เพชรน้องชายฉันถูกจับคดีครอบครองยาเสพติด...”
“อะไรกัน ..เป็นไปได้ยังไง”
“มันเป็นไปแล้ว และฉันก็ไม่อยากเชื่อเลย!”
“เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปที่สถานีตำรวจเอง ใจเย็น ๆ ก่อนนะ” เด็กสาวยังคงส่ายหน้า มันไม่เป็นความจริง เธอไม่มีวันเชื่อจนกว่าจะได้พูดคุยกับน้องชายของเธอ
“คุณช่วยกรุณาพาฉันไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เธอไม่ต้องกังวลไป เพราะถึงอย่างไรตำรวจจะต้องสอบปากคำของเขาก่อน” พลอยนภัสหลับตาแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“คุณช่วยพาฉันไปหาน้องชายด้วยนะคะ คุณเมศวร์!!!” พลอยนภัสบอกอย่างร้อนรนราวกับคนเสียสติ
“ฉันรู้….ฉันรู้ ฉันรู้ว่าเธออยากจะช่วยน้องชาย...แต่เธอต้องตั้งสติ แล้วก็แล้วก็ใจเย็น ๆ ก่อน วันนี้เธอเจอเรื่องปวดหัวพร้อมกันตั้งสองเรื่อง รับรองฉันจะช่วยเธอเอง”
เมื่อรถไปจอดที่หน้าสถานีตำรวจ เขายื่นมือมาให้เพื่อรับเธอลงจากรถ หญิงสาวไม่อยากรับแต่ก็ปฏิเสธเขาไม่ได้ เธอไม่อยากเสียเวลาต่อต้านเขาในตอนนี้ หญิงสาวอึกอักที่จะจับมือเขา รู้สึกถึงนิ้วของเขาที่สัมผัสมา
“มือเธอเย็นเฉียบเลย” ปรเมศวร์พูด ขณะที่เธอก้าวไปยืนที่ริมทางเท้า
“ฉันตื่นเต้นน่ะ” เธอสารภาพ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล ตอนนี้มันเริ่มมืดแล้ว สีหน้าของเขาดุดัน
“เธอคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเพชรใช่ไหม”
“ค่ะ ฉันแน่ใจว่าเพชรไม่ได้ทำ แต่ฉันกลัวแทนเขา ถ้าหากตำรวจจะดำเนินคดีด้วยที่เขาต้องจำนนต่อหลักฐาน” หญิงสาวส่ายหน้า
“ฉันหวังว่าเรื่องนี้คงจะไม่เกิดขึ้นจริงนะคะ”
“แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้เราไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ภายในโรงพักปรเมศวร์ได้รับความเคารพจากพนักงานในสถานีตำรวจทุกคน ตั้งแต่นายสิบที่นั่งโต๊ะเสมียนด้านหน้า ไปจนถึงสารวัตรทำความเคารพยิ้มแย้มต้อนรับปรเมศวร์กันเป็นแถว และหลังจากสิบนาทีในการต้อนรับอันอบอุ่นแล้ว สารวัตรกับปรเมศวร์ก็ปลีกตัวออกไปพูดคุยกันตามลำพัง ระหว่างนั้นพลอยนภัสรอคนทั้งคู่อย่างกระวนกระวาย ภาวนาให้ปรเมศวร์คุยกับสารวัตรเพื่อให้เธอเข้าไปพบน้องชายได้ตอนนี้ ในที่สุดปรเมศวร์ก็ออกมาเรียกเธอ
