บทที่ 9 ผมบอกไม่ได้
“คุณเข้าไปหาน้องชายได้แล้วค่ะ แต่คุณต้องเข้าใจนะคะว่าตำรวจมีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะดำเนินคดีกับน้องชายได้” เจ้าหน้าที่สาวเอ่ยขึ้น ก่อนจะนำทางทำให้พลอยนภัสไปหาน้องชาย
ปรเมศวร์จ้องมองเธอเขม็งด้วยแววตาที่อ่านยาก ก่อนที่เขาจะหลับตาลงนิ่งเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง... โทษของยาเสพติดมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยเท่าเพชรจะรับไหว และนั่นคือความกลัวที่เกาะกินใจพลอยนภัสจนแทบขาดใจ
“เธอพร้อมมั้ยพลอย”
“พร้อมค่ะ” พลอยกระซิบตอบเขาเบา ๆ
ทั้งสองถูกพาเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียด ระหว่างที่รอการปรากฏตัวของน้องชาย พลอยนภัสเผลอหมุนแหวนทองที่นิ้วกลางไปมาอย่างลืมตัว มันเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อมอบให้เธอตอนอายุสิบห้า เธอเรียกมันว่าแหวนนำโชคและในวินาทีนี้... เธอพร่ำสวดมนต์ในใจ ขอให้ปาฏิหาริย์และโชคชะตาเข้าข้างครอบครัวของเธอสักครั้ง
ในที่สุด ประตูก็เปิดออกพร้อมกับการก้าวเข้ามาของสารวัตรที่คุมตัวเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาด้วย พลอยนภัสหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นข้อมือของน้องชายถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเหล็กวาววับ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้กรีดร้องด้วยความตกใจ สารวัตรก็ไขกุญแจมือออกแล้วดึงเก้าอี้ให้เขานั่งลง
“เพชร!!” พลอยนภัสเรียกชื่อน้องชายด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพชรโผเผนั่งลงอย่างหมดแรง เขาเอาแต่ก้มหน้าคอตก ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านจนน่าเวทนา เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว พลอยนภัสก็ได้เห็นใบหน้าที่อาบไปด้วยคราบน้ำตา แก้มที่เคยสดใสเลอะเทอะไปด้วยความโศกเศร้า จมูกแดงก่ำและดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตาราวกับจะขาดใจ
“พี่พลอยครับ...” เสียงเรียกชื่อเธอนั้นตะกุกตะกักและแหบพร่า หัวใจของพลอยนภัสหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม การได้เห็นน้องชายที่เธอรักปานแก้วตาดวงใจในสภาพผู้ต้องหาทำให้เธอเจ็บปวดจนพูดไม่ออก เธอยังจำคำสัญญากับพ่อก่อนท่านจะสิ้นลมได้ว่าจะดูแลน้องชายให้ดีที่สุดแต่ตอนนี้เธอกลับปล่อยให้เขามาอยู่ในห้องขังอันมืดมน
“ผมไม่ได้ทำนะครับพี่พลอย... ผมสาบานได้ว่าไม่ได้ทำ ไม่ใช่ผม... ไม่ใช่ผมจริงๆ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมาเหมือนจะอ่านใจพี่สาวได้
พลอยนภัสถลาเข้าไปกอดน้องชายพยายามปลอบประโลม ทั้งที่ในหัวใจของเธอเองก็ยังสับสนและไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
“ไม่ได้ทำ... แล้วของกลางที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุนั่นล่ะเพชร?”
“ไม่ใช่ของผมครับพี่!” เด็กหนุ่มมองหน้าเธอด้วยดวงตาที่วาวไปด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
“ผมแค่... ผมแค่อยากช่วยพี่หาเงินไปรักษาแม่ ผมรับจ้างขนกระเป๋า... ผมขอโทษครับพี่พลอย ผมไม่รู้จริงๆ”
ปรเมศวร์ที่ยืนกอดอกดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามเด็กหนุ่ม
“ใครเป็นคนจ้างเธอ เพชร?”
เด็กหนุ่มกัดกรามแน่น นัยน์ตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดปนหวาดกลัว
“ผมบอกพี่ไม่ได้ครับ...”
“ทำไมจะบอกไม่ได้?” ปรเมศวร์คาดคั้น
“ผมพูดไม่ได้จริงๆ ครับ!” เพชรก้มหน้าต่ำลงอีกครั้ง ไหล่ทั้งสองข้างห่อเหี่ยวลงราวกับคนสิ้นหวัง พลอยนภัสโน้มตัวไปหาขยับเข้าไปใกล้
“เพชร!!!... เพชรฟังพี่นะ ถ้าเพชรรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง แล้วยอมบอกความจริง มันจะช่วยลดโทษให้เพชรได้นะ”
“ถ้าผมบอกพี่... พี่ก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากผมหรอก!” เพชรสะอื้นออกมาอย่างแรง น้ำตาหยดลงบนพื้นซีเมนต์หยดแล้วหยดเล่า
พลอยนภัสหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ เธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ชัดเจน... เสี่ยชัช! มันต้องเป็นเสี่ยชัชที่ทวงหนี้ไม่ได้จึงเบนเป้ามาที่น้องชายของเธอ และบังคับให้เพชรทำงานเสี่ยงตายนี้เพื่อใช้หนี้แทน หญิงสาวหันไปหาปรเมศวร์ด้วยแววตามุ่งมั่น
“ฉันอยากคุยกับคุณค่ะ”
“ได้สิ...”
