บทที่ 10 แอบห่วง

“ได้สิคะ ณีญาจะรีบศึกษางานจากคุณศรุตเลยค่ะ รับรองว่าพี่ภูจะไม่ผิดหวัง” ราณีญาดีใจที่ตนเองจะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่กับภูผาอย่างที่หวังไว้

“งั้นพี่ขอทำงานต่อก่อนนะ”

“เดี๋ยวค่ะพี่ภู” หญิงสาวรับร้องห้ามเพราะเธอจะทวงคำสัญญาที่เขาให้ไว้

“มีอะไรอีกพี่มีงานต้องทำนะ” ภูผาเริ่มจะหงุดหงิดแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ

“เรื่องที่พี่ภูจะพาณีญาไปฟังเพลงเราจะไปวันไหนคะ”

“พี่ขอดูก่อนนะ ถ้าลีญาทำงานดีพี่ก็อาจจะพาไปเร็ว ๆ นี้”

“ลีญาตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่เลยค่ะ หวังว่าพี่ภูจะรักษาสัญญานะคะ”

“ครับ”

เมื่อวางสายจากราณีญาแล้วภูผาก็ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะเลี่ยงการทำงานกับเธอไปได้นานแค่ไหน อันที่จริงก็อยากปฏิเสธตั้งแต่แรกแต่เพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของคุณอารีรัตน์ก็เลยยากที่จะปฏิเสธเพราะที่ผ่านมาเขาก็เห็นแล้วว่าคุณอารีรัตน์ดีกับเขาและครอบครัวมาตลอด

......

ถึงแม้ว่าลูกชายจะไม่สบายและแอดมิทที่โรงพยาบาลแต่วันนี้พลอยนัชชาก็ยังคงมาทำงานตามปกติ เพราะไม่อยากจะลางานทั้งที่เพิ่งได้เป็นพนักงานประจำแค่เดือนเดียว หญิงสาวตอกบัตรเข้าทำงานที่คลังสินค้าแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเข้ามาแล้วเห็นคนงานกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอะไรสักอย่างบนผนัง

“สวัสดีค่ะหัวหน้า พวกเขาทำอะไรกันคะ”

“ท่านรองสั่งให้ติดแอร์เพิ่มน่ะ สงสัยกลัวสินค้าจะเสียหายวันนี้นัชชาเข้าไปเช็กสินค้าที่คลังสองนะ แต่ของพวกนั้นต้องระวังหน่อยห้ามกล่องตกเด็ดขาด” วินัยกำชับ

“ได้ค่ะหัวหน้า ถ้างั้นนัชชาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวเข้าไปยังคลังเช็กสินค้าสองซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะมีพวกลิปสติก บลัชออนสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ที่ต้องใช้ความละเอียดในการตรวจเช็กมากกว่าสินค้าชนิดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า

ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์หรือระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยนับสินค้าแต่คุณภัทรากลับเลือกที่จะใช้คนงานแทนด้วยเหตุผลที่ว่าถึงแม้งานจะช้าแต่ก็อยากจะสนับสนุนให้ทุกคนให้คนที่อยู่ละแวกนี้ได้มีงานทำพลอยนัชชาเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้

ภายในคลังสินค้าสองมีพนักงานกำลังนั่งเช็กสินค้าอยู่หลายคนหญิงสาวเข้ามาสวัสดีทักทายจากนั้นก็รับแฟ้มจากปรียาภรณ์ก่อนจะเริ่มทำงานของตนเองจนกระทั่งถึงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน

วันนี้พลอยนัชชาได้ออกมาทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานเพราะน้าสาวของเธอไม่ได้ทำอาหารมาให้

“วันนี้ไม่ได้ห่อข้าวมาเหรอนัชชา” ปรียาภรณ์ถามขึ้นเพราะเมื่อวานเธอเห็นว่าหญิงสาวเอาอาหารกลางวันมาจากที่บ้าน

“วันนี้น้าสาวไม่ได้ทำให้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พร้อมกับรอยยิ้ม พลอยนัชชายังไม่สนิทกับใครในแผนกดีมากนะเธอจึงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่าชีวิตของเธอเป็นยังไงและมันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องพูดถึงชีวิตของตัวเองให้ใครฟัง

หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จพลอยนัชชาและเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็กลับมาทำงานกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสาม ปรียาภรณ์ก็เดินเข้ามาหาพลอยนัชชาที่กำลังเช็กสต๊อกขนตาปลอมอยู่ด้านในสุด

“นัชชาจ๊ะพี่รบกวนอะไรหน่อยนะ”

“อะไรคะพี่อิ๋ว” หญิงสาววางงานในมือแล้วหันมาถาม

“พี่อยากให้นัชชาเอาเอกสารพวกนี้ขึ้นไปให้ฝ่ายบัญชีหน่อยน่ะ นัชชาสะดวกไปไหม” ปรียาภรณ์กลัวว่าการให้เธอกลับไปที่แผนกเดิมจะทำให้พลอยนัชชาคิดมาก

“สะดวกค่ะนัชชาจะได้ไปทักทายเป็นเพื่อนร่วมงานด้วย แล้วนัชชาต้องรอเอาเอกสารกลับมาหรือเปล่า”

“ถ้ารอได้ก็ดีนะ งานตรงนี้ไม่รีบเท่าไหร่วันนี้พวกเราคงไม่ต้องทำโอทีกัน”

“ดีเหมือนกันค่ะ นัชชาจะได้รีบกลับไว ๆ” หญิงสาวยิ้มเมื่อจะได้เลิกงานตรงเวลา

“พี่จะถามตั้งแต่เมื่อเช้าก็ลืมเลยเมื่อวานมีอะไรหรือเปล่าเห็นรีบร้อนออกไปจากบริษัท”

“เมื่อวานลูกชายไม่สบายค่ะ”

“แล้วเป็นยังไงบ้างอาการดีขึ้นหรือยัง อันที่จริงวันนี้นัชชาน่าจะลางานดูแลลูกนะ” ปรียาภรณ์เห็นใจเพราะเธอเองมีลูกก็เลยเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดีกว่าเวลาลูกเจ็บป่วยจะทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน

“ลูกชายของนัชชาเป็นไข้สูงค่ะ แต่ตอนนี้ไข้ลดลงแล้ว ตอนกลางวันน้าสาวช่วยดูแลให้ค่ะ นัชชาก็แค่นอนเฝ้าตอนกลางคืน”

“แล้วยังมาทำงานแต่เช้าเนี่ยนะ ถ้าไม่ไหวก็บอกพี่นะ ลางานได้ตามสบายเลยเรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก”

“ขอบคุณพี่อิ๋วมาก ๆ ค่ะแต่นัชชาคิดว่ายังไหวค่ะ อยากเก็บวันลาไว้พาลูกชายไปเที่ยวดีกว่าค่ะ อีกอย่างก็เพิ่งทำงานได้ไม่นานแล้วก็เพิ่งย้ายมาทำงานที่แผนกนี้นัชชากลัวว่าลางานขึ้นมาท่านรองไม่พอใจจะย้ายนัชชาไปแผนกไหนอีกก็ไม่รู้ค่ะ”

“อันที่จริงเรื่องย้ายแผนกพี่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะ ท่านรองย้ายพนักงานบัญชีมาทำงานฝ่ายสต๊อกทำไมก็ไม่รู้ พี่ไม่เข้าใจท่านรองเลยจริง ๆ” ปรียาภรณ์นึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม

“นัชชาก็ไม่เข้าใจค่ะ ไม่รู้คนตำแหน่งสูงแบบนั้นคิดอะไรอยู่นะคะ นัชชาขอเอาแฟ้มไปให้ฝ่ายบัญชีก่อนนะคะ”

เธอพูดแล้วยิ้มก่อนจะหยิบแฟ้มและเดินออกมาจากคลังสินค้าเพื่อตรงไปยังตึกของบริษัทซึ่งอยู่ด้านหน้าของคลังสินค้า

พลอยนัชชายกแฟ้มขึ้นบังแดด แล้วรีบเดินเข้ามาในตึกเพียงแค่ประตูเปิดไอเย็นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่น เธอเดินเข้ามาแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นประธานบริษัทยืนอยู่ที่แผนกประชาสัมพันธ์

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พลอยนัชชารีบเข้าไปทักทาย

“สวัสดีจ้ะ นี่ไปข้างนอกมาเหรอร้อนจนหน้าแดงเชียว”

“นัชชาเอาแฟ้มมาให้ฝ่ายบัญชีเซ็นค่ะ” เธอตอบพลางชูแฟ้มในมือให้ท่านประธานดู

บทก่อนหน้า
บทถัดไป