บทที่ 12 มีโอกาสเป็นไปได้

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ตอนนี้แม่มีเรื่องจะถามภูผาสักหน่อย”

“ถามอะไรครับแม่”

“แม่ได้ข่าวว่าภูผาสั่งย้ายพนักงานบัญชีไปทำงานที่คลังสินค้าเหรอลูก”

“นี่เธอเอาเรื่องนี้มาฟ้องแม่เหรอครับเด็กชะมัด” เขาบ่นอย่างไม่พอใจเพราะไม่คิดว่าพลอยนัชชาจะกล้าเอาเรื่องนี้มาฟ้องประธานบริษัท

“ทำไมถึงไปว่าเธอแบบนั้นล่ะ แม่ถามหน่อยนะว่าทำไมถึงย้ายเธอไปทำงานที่แผนกนั้นล่ะ เธอเรียนจบบัญชีและทำงานในแผนกของเธอได้ดีมาก”

“ผมก็แค่เห็นว่าคนเช็กสต๊อกที่คลั่งสินค้าไม่และเห็นว่าเธอทำงานแผนกบัญชีก็น่าจะมีความละเอียดรอบคอบก็เลยให้ไปช่วยงานที่นั่น”

“แน่ใจนะว่าเพราะเหตุผลนี้จริง ๆ ไม่ใช่ว่าจะแกล้งเธอ”

“แม่ครับผมเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่วันไม่รู้จักเธอสักหน่อยผมจะไปแกล้งเธอทำไม”

“แม่จะไปถามเซ้าซี้แต่แม่จะย้ายเธอกลับมาที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนะ ส่วนพนักงานที่ไม่พอภูผาก็ไปบอกฝ่ายบุคคลเอง เขาจะได้ประกาศรับสมัคร ไม่ใช่มาดึงคนของแม่ไปแบบนี้”

“ก็ได้ครับแม่ ว่าแต่แม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับใครเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่ คุณพรทิพย์หรือเปล่า”

“อย่าโทษคนอื่นอะไรที่ยิ่งปิดมันก็จะยิ่งโผล่”

“แม่โกรธผมไหมครับที่ผมทำแบบนี้”

“แม่ไม่โกรธหรอกคนที่จะโกรธน่าจะเป็นหนูนัชชามากกว่า”

“เธอเป็นแค่พนักงานจะมาโกรธรองประธานอย่างผมได้ยังไง” ตอนนี้เขากำลังโกรธที่เธอทำให้เขาถูกมารดาตำหนิและคิดว่าถ้ามีโอกาสจะต้องหาทางเอาคืน

“พนักงานก็คนเหมือนกันนะภูผา ไปแกล้งเขาแบบนั้นเขาฟ้องกรมแรงงานขึ้นมาจะทำยังไง”

“แม่ครับก็แค่ให้ไปช่วยงานที่คลังนิดเดียวเองผมคิดว่าพอใกล้สิ้นเดือนก็จะให้เธอกลับมาทำที่แผนกบัญชีอย่างเดิมนั่นแหละ ไม่ได้ย้ายไปตลอดสักหน่อย” ภูผารีบอธิบายพลางคิดในใจว่าเรื่องนี้คนที่ฟ้องมารดาน่าจะเป็นพลอยนัชชาแน่ ๆ

“ครั้งนี้ถือว่าภูผาทำไปเพราะหวังดีกับบริษัท แล้วไม่ต้องคิดแก้แค้นหรือไปต่อว่าเธอนะเพราะเรื่องนี้เธอไม่ใช่เป็นคนมาฟ้องแม่ แต่แม่รู้ของแม่เอง” คุณภัทราดักทางลูกชายอย่างรู้ทัน

“ผมไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกครับ” ภูผารับปากมารดาแต่เขาจะต้องหาทางเอาคืนพลอยนัชชาเรื่องนี้ให้ได้

.....

หลังเลิกงานวันนี้ภูผาก็รีบขับรถไปที่โรงพยาบาลแล้วขึ้นไปหาหมอนุกูลที่ห้องด้วยความร้อนใจ

“อ้าว....มาได้ยังไงไหนว่าเย็นนี้นัดกินเหล้ากัน”

“เปลี่ยนใจแล้วก็เลยจะมาให้นายเก็บตัวอย่างเลย”

“ใจร้อนเหมือนกันนะ เก็บตัวอย่างเสร็จแล้วจะไปไหนต่อล่ะ”

“ว่าจะไปเยี่ยมภูตะวันสักหน่อย”

“จะไปเยี่ยมเขาในฐานะอะไร”

“ก็ในฐานะเจ้านายของนัชชาไงล่ะ” ภูผาหัวเราะก่อนจะอ้าปากกว้างให้หมอนุกูลเก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้ม

“ไปเยี่ยมตอนนี้เลยเหรอ”

“ก็ใช่น่ะ เสร็จแล้วใช่ไหม”

“อือ เสร็จแล้วแต่นายไม่กลัวเจอน้าสาวของเธอหรือไง”

“เจอแล้วจะยังไง”

“ก็ถ้าน้าสาวของเธอรู้ว่าเธอไปทำงานที่บริษัทของนายแล้วน้าของเธอจะยอมไหม”

“นั่นสิฉันลืมคิดเรื่องนี้ไป ตอนที่ฉันคบกับนัชชาฉันกับน้านีก็สนิทสนมกันมาก แต่ที่จริงทำไมฉันจะต้องกลัวการเจอหน้านี้ด้วยล่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะนัชชาเป็นคนบอกเลิกฉันเอง”

“ฉันรู้ว่านัชชาเป็นคนบอกเลิกเองแต่น้านีคงไม่สบายใจหรอกถ้ารู้ว่าหลานสาวตัวเองมาทำงานที่บริษัทของแฟนเก่า แล้วเรื่องของตะวันก็ยังคาราคาซังอยู่ถ้าเกิดน้าของเธอไหวตัวทันยกเลิกการตรวจดีเอ็นเอแล้วพาน้องตะวันหนีไปอยู่ที่อื่นคิดว่านายจะทำยังไงล่ะ”

“นายพูดเหมือนกับมั่นใจว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกชายของฉัน”

“วันนี้ฉันเข้าไปในห้องนั้น ฉันเห็นหน้าของน้องตะวันแล้วเหมือนกับรูปถ่ายของนายตอนเด็ก ๆ มากเลยนะ เลือดก็กรุ๊ปเดียวกันทีนี้ก็รอแค่ผลดีเอ็นเอ”

“แล้วนายคิดว่าโอกาสเป็นไปได้สูงไหม”

“ฉันคิดว่าโอกาสสูงเลยนะ ดูจากวันที่คลอดแล้วช่วงนั้นนัชชาน่าจะยังคบกับนายอยู่นะ” นุกูลอธิบายไปตามที่เขาดูประวัติของเด็กชายภูตะวันมา

“แต่ตอนนั้นเธอบอกฉันเองว่าเธอคบกับไอ้หนุ่มวิศวะคนนั้นด้วย ฉันก็เลยไม่แน่ใจ”

“เท่าที่ฉันรู้จักนัชชามาเธอไม่น่าจะทำแบบนั้นน่ะ”

“แต่เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าเธอเลือกไอ้หนุ่มคนนั้นแทนที่จะเป็นฉันหรือว่ามีเหตุผลอะไรทำให้เธอถึงเลิกกับฉันนายนึกออกไหม” เขาถามความเห็นเพราะตนเองนึกไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่พลอยนัชชาจะบอกเลิกนอกเสียจากว่าเธอมีคนอื่น

“ฉันเองก็ไม่รู้แต่เรื่องมันผ่านไปแล้วเราอย่าคิดให้มันปวดหัวเลยนะ”

“ฉันจะพยายามไม่คิดแต่ระหว่างรอผลออกฉันก็คงเครียดน่าดู”

“อย่าเครียดไปเลยน่าความจริงยังไงก็คือความจริง ถ้านายจะไปเยี่ยมน้องตะวันเดี๋ยวฉันจะถามพยาบาลให้ว่าน้าสาวของนัชชากลับหรือยัง”

“ขอบใจนะ”

เมื่อพยาบาลที่เคาน์เตอร์พยาบาลโทรมาบอกว่าตอนนี้คุณยายของเด็กชายภูตะวันกลับออกไปแล้วภูผาก็รีบเดินตรงมายังห้องพักผู้ป่วยทันที

ชายหนุ่มเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในตอนนี้เด็กชายนั่งอยู่บนเตียงสายตาจับจ้องอยู่บนทีวีจอใหญ่ ขณะที่มารดาของเขาก็นั่งอยู่ใกล้ ๆ หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่พยาบาลอย่างที่คิดไว้

“ท่านรองมาได้ยังไง” พลอยนัชชาตกใจมากที่เห็นภูผาเข้ามาในห้องนี้เพราะเธอไม่ได้บอกเขาว่าลูกชายเธอพักอยู่ห้องไหนและก็กลัวว่าภูผากับภูตะวันจะได้เจอกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป