บทที่ 14 เด็กชายที่หน้าเหมือนตัวเอง
ภูผาเลิกสนใจหญิงสาวแล้วหันมาสนใจเด็กชายภูตะวันที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักเพราะกำลังการ์ตูนในทีวี
“ตะวันครับลุงกลับก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมใหม่”
“ครับบ๊ายบายครับคุณลุง” ภูตะวันมือไหว้แล้วส่งยิ้มจนตาหยีทำให้ภูผารู้สึกเอ็นดูเขาเอื้อมมือมาลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ความรู้สึกบางอย่างมันเล่นเข้ามาในหัวใจ ชายหนุ่มมองหน้าเด็กชายอีกครั้งและมันทำให้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเด็กคนนี้ต้องคือลูกชายของเขาแน่ ๆ
“ตะวันครับถ่ายรูปคู่กันดีไหมจะได้ยืนยันว่าครั้งหนึ่งลุงมาเยี่ยมตะวันไงโอเคไหม”
“ครับ” เด็กชายชู 2 นิ้วขณะที่ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเขาถ่ายรูปคู่กับภูตะวันไปหลายรูปก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่สับสน
เช้าวันนี้พลอยนัชชาดูแลภูตะวันทานข้าวทานยาเรียบร้อย แล้วก็เตรียมตัวจะออกไปทำงาน
“น้าไม่แน่ใจเลยว่าวันนี้หมอจะให้ตะวันกลับบ้านหรือเปล่า” นลินีพูดกับหลานสาวที่ดูอิดโรยเพราะอดนอน
“นัชชาว่าคงยังหรอกค่ะ เมื่อคืนตะวันยังมีไข้ต่ำ ๆ พยาบาลบอกว่าอาจจะต้องรับยาฆ่าเชื้อให้ครบก่อนจะกลับ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะพรุ่งนี้ก็เสาร์อาทิตย์แล้วเดี๋ยวนัชชาจะมาช่วยดูแลเอง น้านีคงเหนื่อยมาก ๆ ใช่ไหมคะ”
“ไม่เหนื่อยเลยจ้ะ นัชชานั่นแหละที่จะเหนื่อยกลางคืนจะต้องเฝ้าลูกกลางวันก็ยังต้องไปทำงานอีก”
“นัชชาไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตอนกลางคืนตะวันไม่ได้งอแงอะไรเลยจะตื่นก็ช่วงที่พยาบาลเข้ามาวัดไข้แค่นั้นเองค่ะ” พลอยนัชชาไม่ได้เหนื่อยอะไรเธอยินดีที่ได้ดูลูกชายเพียงคนเดียว
“แม่ครับผมอยากกลับบ้าน เมื่อไหร่คุณหมอจะเอาสายน้ำเกลือออกสักทีครับแม่”
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าวันนี้คุณหมอมาตรวจตะวันลองถามคุณหมอดีไหมครับ”
“คุณหมอจะไม่ว่าใช่ไหมครับ”
“ไม่หรอกครับลูก เราไม่รู้อะไรเราก็ต้องถามแค่นั้นเองแม่ไปทำงานก่อนนะอย่าดื้อมากล่ะเดี๋ยวยายนีจะเหนื่อย”
“ตะวันไม่ดื้อเลยครับแม่”
“ดีมากจ้ะคนเก่งของแม่” พลอยนัชชาหอมแก้มลูกชายเหมือนกับทุกครั้งก่อนจะหันมายิ้มให้กับน้าสาว
“น้านีคะนัชชาไปทำงานก่อนนะคะ”
“เย็นนี้ไม่ต้องรีบมาก็ได้นะนัชชา กลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ได้เดี๋ยวคืนนี้น้านอนเฝ้าตะวันให้เอง”
“ไม่เป็นไรค่ะน้านีพรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้ว”
“ถ้านัชชาเหนื่อยไม่ไหวก็บอกน้านะลูกอย่าฝืนตัวเอง”
“ค่ะน้านี นัชชาไหวอยู่แล้วค่ะไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอยิ้มให้กับน้าสาวก่อนจะเปิดประตูออกจากห้อง
หญิงสาวมาถึงบริษัทก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมงจะถึงแวะไปทานข้าวราดแกงจากนั้นก็ซื้อกาแฟก่อนจะขึ้นไปทำงานที่แผนกบัญชี
เธอเปิดคอมพิวเตอร์แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มทำงานตรงไหนเพราะสองวันมานี้เธอไปทำงานที่งานของเธอไม่ต่อเนื่องเลยต้องรอถามหัวหน้าว่าจะให้เริ่มจากตรงไหน
“สวัสดีค่ะพี่มลพี่ ก้อย” พลอยนัชชาทักทายพี่ทั้งสองที่เดินเข้ามาพร้อมกัน
“สวัสดีจ้ะ” นฤมลทักทายด้วยรอยยิ้ม
“พี่ดีใจด้วยนะได้กลับมาทำงานที่เดิมแล้ว”
“ตอนแรกพี่กับก้อยเครียดมากเลยนะ ตอนนี้ก็ใกล้สิ้นเดือนแล้วถ้านัชชาไม่กลับมาทำงานที่นี่พี่สองคนก็คงจะแย่”
“ว่าแต่ไปทำงานที่แผนกนั้นเป็นยังไงบ้างเหนื่อยไหม” รุจิรัตน์ถามเพราะเธอรู้มาว่างานแผนกนั้นส่วนใหญ่จะมีแต่พนักงานผู้ชาย
“เหนื่อยค่ะแต่ก็สนุกไปอีกแบบ”
“แต่พี่ดูหน้านัชชาเหมือนคนอดนอนเลยนะ”
“ที่หน้านัชชาเหมือนคนอดนอนไม่ใช่เพราะทำงานหรอกค่ะพี่มล พอดีน้องตะวันไม่สบายค่ะนัชชาก็เลยนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลค่ะ”
“แล้วเป็นอะไรเยอะไหมจะลางานก็ได้นะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ตะวันอาการดีขึ้นแล้วค่ะ หมอให้อยู่ต่อเพราะอยากจะให้รับยาฆ่าเชื้อให้ครบแค่นั้นแหละค่ะ ช่วงกลางวันก็มีน้านีเป็นคนดูแลค่ะนัชชาก็รับอาสาเฝ้าช่วงทั้งคืน” หญิงสาวอธิบายให้เพื่อนร่วมงานที่พอจะรู้ว่าชีวิตเธอมีแค่ลูกชายกับน้าสาว
“ถ้างั้นวันนี้นัชชาไม่ต้องทำโอทีนะ เลิกงานเสร็จก็กลับไปดูแลลูกได้เลย”
“ขอบคุณค่ะพี่มล แล้ววันนี้นัชชาต้องเริ่มทำงานจากตรงไหนคะ ไม่ได้ทำงานมาสามวันนัชชามึนไปหมดแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวนัชชารับงานต่อจากพี่ก็แล้วกันนะเดี๋ยวพี่อธิบายให้ฟัง” รุจิรัตน์รีบบอก
การได้กลับมาทำงานที่แผนกเดิมทำให้พลอยนัชชารู้สึกดีขึ้น หญิงสาวไม่รู้ว่าภูผาจะรู้สึกยังไงที่เธอได้กลับมาทำงานที่แผนกนี้โดยได้รับคำสั่งจากท่านประธานโดยตรง หญิงสาวรู้สึกว่ามันเป็นชัยชนะเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอและหวังว่าจากนี้ภูผาจะไม่มายุ่งกับเธออีก
.....
เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้คุณภัทราประธานบริษัทภัทรคอสเมติกเงยกน้สขึ้นจากเอกสารเธอยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือภูผาลูกชายคนเดียวของเธอ
“มาหาแม่ถึงนี้มีอะไรหรือเปล่า”
“ผมจะบอกแม่ครับว่า อาทิตย์หน้าผมอาจจะเข้ามาทำงานที่นี่ประมาณวันพุธนะครับพอดีจะต้องไปดูคอนโดที่เพิ่งเริ่มสร้างครับแม่”
“ได้สิ ช่วงนี้แม่ไม่มีธุระไปไหนแม่จะดูบริษัทให้เอง”
“แม่ครับตอนนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่า” ภูผามีบางอยากอย่างจะให้มารดาดูและขอความคิดเห็น
“ก็ไม่ยุ่งนะ ภูผามีอะไร”
“ผมจะให้แม่ดูอะไรหน่อยครับเดี๋ยวผมส่งให้ทางไลน์นะ”
เขาส่งรูปที่ตนเองถ่ายกับภูตะวันเมื่อวานให้มารดาเพื่อให้เธอเปิดดูในไอแพดที่จอใหญ่กว่ามือถือของเขา
“แม่ว่าเด็กคนนี้หน้าตาเป็นยังไงบ้างครับ”
“หน้าตาน่ารักนะ หน้าเหมือนภูผาค่ะตอนเด็ก ๆ เลยนี่ใช้แอปพลิเคชันเปรียบเทียบรูปเหมือนที่เขาทำกันใช่ไหม”
“แม่หมายถึงแอปฯ แต่งรูปพวกนั้นเหรอครับ”
“ใช้จ้ะแบบที่เอารูปในอดีตกับรูปปัจจุบันเมื่อใส่ไว้ในรูปเดียวกันไง”
“แม่ครับแม่ดูดี ๆ มันไม่ใช่รูปในอดีตนะ เป็นรูปปัจจุบันทั้งสองรูป”
