บทที่ 3 ต้องยอมไปก่อน
“อดีตเหรอ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย เรื่องระหว่างเรามันตายไปนานแล้ว ที่ฉันย้ายเธอก็แค่เพราะไม่อยากเห็นหน้าพนักงานที่มีประวัติสำส่อนจนท้องในวัยเรียนมานั่งเสนอหน้าในแผนกหลักให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง” ภูผาหัวเราะในลำคอเสียงนั้นเย็นเฉียบ
เพียะ!
ใบหน้ารองประธานสะบัดไปตามแรงตบของพลอยนัชชายืนตัวสั่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนแก้ม
“อย่ามาดูถูกฉันนะภูผา คุณไม่รู้อะไรเลย”
“ฉันรู้ดีกว่าที่เธอคิดซะอีก รู้ว่าเธอทิ้งฉันไปหาไอ้รุ่นพี่นั่น เพราะใจง่ายจนท้องโย้ เป็นไงล่ะ ผัววิศวะของเธอเลี้ยงไม่ดีหรือไง ถึงต้องกระเสือกกระสนมาหางานทำที่บริษัทแม่ฉัน” ภูผาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น บีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“ถ้าฉันรู้ว่าที่นี่คือบริษัทของแม่คุณฉันคงไม่มาทำงานที่นี่ตั้งแต่แรก และอย่ามาว่าพี่เมธเพราะเขาดีกับฉันมากกว่าที่คุณคิด” พลอยนัชชาโต้กลับเพื่อปกป้องความลับที่สำคัญที่สุด
“ดีจนทิ้งให้เธอเลี้ยงลูกคนเดียวเนี่ยนะ ฉันว่าเธอเก็บคำแก้ตัวของเธอไว้ แล้วไปที่คลังสินค้าซะ ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป แต่คนอย่างเธอก็คงไม่กล้า เพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ไม่มีพ่อไม่ใช่เหรอ” ภูผาโน้มตัวลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อน ๆ รดรินใบหน้าของเธอ
พลอยนัชชาสะอึกจนพูดไม่ออกเมื่อความจริงที่เธอปกปิดไว้กำลังถูกเขาเหยียบย่ำ
“ไปซะ! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วทำมากกว่าแค่ย้ายแผนก”
หญิงสาวมองชายตรงหน้าด้วยความผิดหวังเพราะไม่คิดเลยว่าคนที่จิตใจดีเห็นอกเห็นใจคนอื่นจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เธอหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมโมโหและโกรธแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้
เมื่อหญิงสาวเดินออกไปแล้ว ภูผาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมกับกำหมัดแน่นจน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด
เสียงเครื่องยนต์รถบรรทุกสิบล้อที่ดังกระหึ่มและกลุ่มควันสีดำพุ่งออกมาปกคลุมบริเวณหน้าคลังสินค้า 3 ทำให้ พลอยนัชชาต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูก เธอแหงนหน้ามองอาคารสังกะสีขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสุดของพื้นที่บริษัทมันทั้งเก่าและดูอึดอัดผิดกับตึกสำนักงานที่เธอเคยนั่งทำงานอย่างลิบลับ
“มาแล้วเหรอ พนักงานใหม่จากแผนกบัญชี” เสียงห้าวดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มที่เดินตรงมาหาเธอ เขาคือ วินัยหัวหน้าฝ่ายเช็กสต๊อกที่สายตาดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
“สวัสดีค่ะ หัวหน้าวินัย ฉันชื่อพลอยนัชชามารายงานตัวค่ะ” พลอยนัชชายกมือไหว้ด้วยความเคารพเธอหวังว่าการทำงานที่นี่จะราบรื่นและได้กลับไปทำงานที่แผนกเดิมเร็ว ๆ
วินัยกวาดสายตามองใบหน้าสวยหวานและผิวพรรณที่ดูเนียนละเอียดของคนตรงหน้าอย่างจาบจ้วงก่อนจะยิ้ม
“เรียกว่าพี่วินัยก็ได้นะ ท่านรองประธานสั่งกำชับพี่มาเป็นพิเศษเลยนะว่าให้ดูแลเธอให้ดี งานในนี้มันไม่มีแอร์ให้เปิดหรอกนะนัชชา มีแต่ฝุ่นกับเหงื่อ ถ้าทนไม่ไหวจะถอดใจตอนนี้ก็ได้นะ”
“นัชชาอดทนได้ค่ะ หัวหน้าสั่งงานมาได้เลย” เธอเชิดหน้าตอบพยายามไม่แสดงความหวั่นไหว
“วันนี้เพิ่งมาทำงานวันแรกงานยังไม่มีอะไรมาก นี่เป็นเอกสารของสินค้าทั้งหมดนะ แต่วันนี้ยังไม่ต้องศึกษาทั้งหมดหรอกนะ ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละนิด”
“ค่ะหัวหน้า” เธอรับเอกสารปึกใหญ่มาถือไว้แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปนั่งตรงไหนเพราะดูแล้วที่นี่ไม่มีห้องทำงานเลย
“เดี๋ยวเอาเอกสารไปวางที่โต๊ะนั้นก่อนก็ได้นะ” วินัยชี้ไปยังโต๊ะตัวยางที่มีทั้งกองเอกสารและของใช้ต่าง ๆ รวมกันอยู่แต่ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
“ค่ะ” เธอเดินเอาของมาวางและเห็นว่านอกจากเอกสารแล้วยังมีกระเป๋าแก้วน้ำวางอยู่ด้วย
“ที่นี่เราใช้โต๊ะร่วมกันน่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่วางของและกินข้าวเพราะงานของเราไม่ใช่งานนั่นโต๊ะ เดี๋ยววันนี้พี่จะสอนงานก่อนคร่าว ๆ ตามมาด้านหลังเลยพี่จะแนะนำให้รู้จักเพื่อนร่วมงานคนอื่นด้วย
วินัยพาพลอยนัชชามายังด้านในของโกดังสินค้าและแนะนำให้เธอได้รู้จักกับพนักงานคนอื่นที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ชายมีเพียงปรียาภรณ์หรืออิ๋วที่เป็นผู้หญิงซึ่งเธอมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนถามพี่ได้เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่อิ๋ว นัชชาฝากตัวด้วยนะคะ”
“ได้จ้ะ”
หลังจากนั้นวินัยก็พาหญิงสาวมายังด้านท้ายสุดของโกดังสินค้า
“นี่คือสต๊อกน้ำหอมล็อตใหม่ยังไงช่วยเช็กให้เสร็จด้วยนะ”
“ทั้งหมดนี่เลยเหรอคะ”
“อื้อ เช็กเสร็จส่งข้อมูลให้อิ๋วนะ รีบทำหน่อยก็ดีเพราะห้องนี้มันร้อนไม่เหมาะกับเก็บสินค้าพวกเครื่องสำอาง”
“แล้วเราต้องทำยังไงต่อกับของพวกนี้ล่ะคะ”
“พรุ่งนี้เช้าจะขนเข้าไปเก็บในที่ที่อุณหภูมิเหมาะสม ถึงเวลานั้นจะมีคนอื่นมาช่วย”
“ค่ะหัวหน้า”
พลอยนัชชาทำงานที่ได้รับมอบหมายจนเสร็จในเวลาเกือบจะหกโมงเย็น เมื่อเดินออกมาด้านนอกทุกคนก็กลับกันหมดแล้ว
“งานเสร็จแล้วใช่ไหม”
“ค่ะหัวหน้า”
“หวังว่าคงเรียบร้อยดีนะ”
“ค่ะ”
“เธอมาจากแผนกบัญชีพี่เชื่อว่างานจะละเอียดและรอบคอบดีนะ”
“ค่ะหัวหน้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วนัชชาขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“จะกลับบ้านแล้วเหรอ”
“ค่ะหัวหน้า”
“แล้วจะกลับบ้านยังไง”
“นั่งรถเมล์ค่ะ”
“ให้พี่ไปส่งไหมล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้า นัชชานั่งรถเมล์สะดวกกว่าขอบคุณมากนะคะ”
“พรุ่งนี้หวังว่าเราคงได้ทำงานร่วมกันอีกนะ” วินัยพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เขารู้สึกดีที่ในแผนกมีพนักงานผู้หญิงคนอื่นมาทำงานแล้วเธอยังสวยมากอีกด้วย
“ค่ะหัวหน้า สวัสดีค่ะ” พลอยนัชชายกมือไว้ก่อนจะเดินออกมารอรถเมล์
วันนี้งานในแผนกเช็กสต๊อกยังไม่ยุ่งมากอาจเป็นเพราะเธอเพิ่งได้ทำแค่ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็รู้ได้เลยว่าหลังจากนี้เธอจะต้องเจอศึกหนักแน่ ๆ เพราะที่นี่อากาศร้อนมากและยังต้องใช้แรงงานเยอะแต่หญิงสาวก็หวังว่าตัวเองคงจะทำงานนี้ได้ไม่นานและเธอจะต้องหาทางย้ายกลับไปแผนกเดิมให้ได้
