บทที่ 5 ธุระด่วน
ภูผาทิ้งคำสั่งไว้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พลอยนัชชายืนมองตามด้วยสายตาตัดพ้อ เธอไม่รู้เลยว่าเมื่อเขาพ้นสายตาเธอไปภูผาก็รีบควักโทรศัพท์ออกมากดสั่งการบางอย่างทันที
“คุณพรทิพย์ผมว่าติดแอร์เพิ่มที่คลัง 3 หน่อยนะ ผมว่ามันร้อนไปหน่อยสินค้าเราจะเสียหายได้” ภูผาเอาสินค้ามาอ้างทั้งที่เขาทำไปเพราะสงสาร
“แต่คลังนั้นเป็นแค่จุดพักสินค้าเองนะคะ”
“ผมรู้ แต่บางครั้งเราก็พักสินค้านานเป็นวันเลยนะ ตอนนี้สินค้าเราเยอะมากขึ้นถ้าเสียหายขึ้นมาผมว่ามันไม่คุ้มเอานะครับ”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะรีบจัดการให้ค่ะ”
“มีอีกอย่างนะ ผมฝากกำชับหัวหน้าฝ่ายสต๊อกด้วยว่าอย่าทำรุ่มร่ามกับพนักงานหญิง” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหงุดหงิด ถึงแม้เขากับเธอจะเลิกกันไปนานแต่ภูผาก็ไม่ชอบเห็นใครรังแกหรือเอาเปรียบเพราะสิ่งนั้นเขาจะเป็นคนทำกับเธอเอง
“คนไหนคะท่านรอง”
“ก็ทุกคนนั่นแหละ ผมไม่อยากให้มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นในที่ทำงาน”
“ได้ค่ะ ทิพย์จะบอกให้ แล้วบ่ายนี้ท่านรองจะเข้ามาอีกไหมคะ”
“คงไม่แล้วล่ะ คุณมีอะไรด่วนก็โทรเข้ามือถือผมได้เลยนะ”
เวลา 17.00 น.
ขณะที่พลอยนัชชากำลังตรวจสอบรหัสสินค้า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ก็ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับเงาร่างสูงที่ทอดทับลงมา
“ดูเหมือนงานที่นี่จะเหมาะกับเธอดีนะ งานที่ต้องใช้แรง มากกว่าใช้สมอง”
หญิงสาวชะงักมือ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร ภูผายืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเย็นชา เขาจงใจมาตรวจงานเพื่อจะดูความพ่ายแพ้ของเธอ
“ถ้าคุณมาเพื่อจะดูว่าฉันร้องไห้หรือยัง คุณคงผิดหวังค่ะ” เธอตอบโดยไม่หันไปมอง พยายามประคองกล่องในมือไว้
“ปากดี แต่เหงื่อท่วมตัวเชียวนะหรือว่าจริง ๆ แล้วเธอถนัดงาน ใช้แรงอยู่แล้ว”
พลอยนัชชาไม่สนใจคำพูดของเขาหญิงสาวยังคงตั้งใจทำงานต่ออย่างไม่พัก
“เห็นแข็งแรงแบบนี้สงสัยคงต้องย้ายไปแผนกอื่นที่ลำบากกว่านี้”
“ท่านรองคะ ถ้าคุณเกลียดฉันนักก็แค่ไล่ฉันออก ไม่ต้องมาใช้วิธีสกปรกแบบนี้”
“ไล่ออกมันง่ายไปสำหรับคนอย่างเธอ ฉันอยากเห็นเธอคลานมาอ้อนวอนขอลาออกเองมากกว่า ผัววิศวะของเธอคงให้เงินใช้ไม่พอใช่ไหมล่ะที่ถึงได้ต้องมาทนทำงานที่นี่หรือว่าที่ทำงานหนักเพราะอยากจะเอาไปปรนเปรอผัวกันล่ะ” ภูผาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้า
“แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะท่านรอง” พลอยนัชชาเม้มปากแน่น
“ทำไม พูดยังไม่ออกเหรอหรือว่าความจริงมันค้ำคอ” เขายังคงพูดจาถากถางและเมื่อเห็นเธอโกรธก็ยิ่งสนุก
จังหวะนั้นเองโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของพลอยนัชชาก็ดังขึ้น เธอรีบหยิบออกมาและกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรของน้าสาว
“สวัสดีค่ะน้านี อะไรนะคะ เดี๋ยวนัชชาจะรีบไปค่ะ” สีหน้าของพลอยนัชชาเปลี่ยนจากโกรธเป็นตื่นตระหนกทันที เธอทิ้งทุกอย่างแล้วเตรียมจะวิ่งออกไป แต่ภูผากลับคว้าต้นแขนเธอไว้
“เธอจะไปไหน งานยังไม่เสร็จนะ”
“ปล่อยค่ะท่านรอง ลูกของฉันไม่สบาย ฉันต้องไปหาลูก” เธอสะบัดแขนอย่างแรง
“ลูกงั้นเหรอ หึ....ข้ออ้างเพื่อจะหนีงานล่ะสิ ถ้าเธอเดินออกไปจากคลังสินค้าตอนนี้ ฉันจะถือว่าเธอทิ้งงานและฉันจะหักเงินเดือนเธอ” ภูผาขู่เสียงเข้ม
“จะหักเงินเดือนหรือจะทำอะไรก็เชิญ ชีวิตลูกฉันสำคัญกว่าเงินเฮงซวยของคุณ” พลอยนัชชาผลักอกเขาเต็มแรงจนภูผาเซไปข้างหลัง เขาอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธที่มองมาทั้งที่แต่ก่อนมันเคยเต็มไปด้วยความรัก
พลอยนัชชาวิ่งออกจากคลังสินค้าโดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขู่ของภูผา เธอรีบโบกแท็กซี่มุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง เมื่อไปถึงก็รีบตรงไปยังแผนกผู้ป่วยเด็กทันที
“น้านีคะตะวันเป็นยังไงบ้างคะ”
“ตะวันเป็นไข้สูงมาก ครูที่โรงเรียนโทรมาบอกน้าก็เลยไปรับและรีบพามาที่นี่ตอนนี้หมอกำลังจะให้แอดมิทดูอาการ น้าทำเรื่องเสร็จแล้วตอนนี้รอเขาพาขึ้นห้อง”
“แล้วตะวันอยู่ไหนคะ”
“รออยู่ในห้องตรวจ ตามน้ามาทางนี้จ้ะ”
พลอยนัชชาเดินตามนลินีมายังเตียงผู้ป่วยที่อยู่ในห้องตรวจเด็ก
“ตะวันลูกแม่ดูสิหน้าแดงไปหมดเลย” พลอยนัชชารีบโผเข้ากอดด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวมองลูกชายที่หน้าแดงก่ำด้วยความสงสาร เธอทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงคนไข้และจับมือน้อย ๆ ไว้แน่น
“แม่คร๊าบ....”
“แม่มาแล้วนะลูก แม่มาแล้ว ตะวันคนเก่งของแม่เป็นยังไงบ้างหมอแทงเข็มเจ็บไหมครับ”
“ไม่ครับ”
“ลูกชายแม่เก่งมากครับ”
“น้าขอโทษนะนัชชาที่พาตะวันมาที่นี่ค่าห้องค่อนข้างแพงเราคงต้องจ่ายเพิ่มจากประกัน” นลินีรู้ว่าการนอนโรงพยาบาลเอกชนจะต้องเสียเงินเยอะแต่โรงพยาบาลนี้ก็อยู่ใกล้ที่สุด
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้านี ที่นี่คนไข้ไม่เยอะตะวันเลยได้ตรวจเร็วแล้วก็อยู่ใกล้บ้านเรา ถ้าเป็นนัชชาก็คงต้องพาตะวันมาที่นี่เหมือนกัน”
ในขณะที่พลอยนัชชากำลังคุยกับน้าสาวประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับพนักงานแปลที่เข็นรถเข้ามา
“ผมมารับขึ้นห้องพักครับ”
พลอยนัชชาอุ้มลูกชายลงมานั่งบนรถเข็นจากนั้นก็เดินตามออกไป สายตาของหญิงสาวสะดุดกับชายคนหนึ่งที่กำลังยืนมองหาอะไรสักอย่างและเธอภาวนาว่าขออย่าให้เขาเห็นเธอแต่ดูเหมือนคำขอของเธอจะไม่ได้ผล
ภูผาเห็นเธอแล้วและเขากำลังเดินตรงมาที่ทางนี้ พลอยนัชชาต้องรีบทำอะไรสักอย่างเพราะถ้าน้าสาวของเธอเห็นภูผาก็คงจะไม่สบายใจที่รู้ว่าบริษัทที่ตนเองทำงานนั้นเป็นของเขา
