บทที่ 8 ตอนที่ 7 ตัวเลือกที่ต้องรอด

ตอนที่ 7 ตัวเลือกที่ต้องรอด

หลังจากถูกซ้อมกระทืบเกือบเอาชีวิตไม่รอด ภูผาก็ยังต้องกัดฟันฝืนมาทำงานในบ่อน ใบหน้าเรียวมีรอยฟกช้ำแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เดินถือถาดเหล้าไปบริการลูกค้าตามจุดต่าง ๆ

พรึ่บ!... อยู่ ๆ ภูผาก็เดินชนเข้ากับใครคนหนึ่งหลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำ อีกฝ่ายมีรูปร่างและส่วนสูงพอ ๆ กับเขา แถมยังมีท่าทีแปลกประหลาดไม่หาเรื่องด่าเขาเฉกเช่นลูกค้าคนอื่น ซ้ำยังก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยขึ้นมา

ภูผาขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ราวกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน จนกระทั่งจังหวะหนึ่งที่อีกฝ่ายเงยขึ้นมาสบสายตาชั่วครู่ก็พาให้ใจสั่นแรง ดวงตาคู่นั้นเขาเคยเห็นมันมาตั้งแต่เด็ก ภูผาจำได้ดีว่าเป็นใคร...

“คิมหันต์!” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นสั่นเครือ พาให้ชายลึกลับที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กำลังจะเดินหนีออกไปหยุดชะงัก หันกลับมามองคนที่เพิ่งเรียกชื่อเมื่อสักครู่พร้อมกับดวงตาสั่นระริก

“พี่ภูผา!”

เพียงเท่านั้นทั้งสองร่างก็โผเข้ากอดกันอย่างตื่นเต้น ความดีใจไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ส่งผลให้มีธารสีใสไหลออกมาจากหางตา ไม่ใช่เสียใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ

ตั้งแต่ภูผาหายออกจากบ้านไปถึงหกปีเต็ม ในหัวสมองของคนเป็นน้องไม่มีวันไหนเลยที่ไม่คิดจะออกตามหา คิมหันต์อาศัยช่วงวันหยุดแฝงตัวไปตามบ่อนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยอย่างมีความหวัง จนกระทั่งตัดสินใจมาทางภาคใต้ เดินทางมาไกลมันไม่สูญเปล่าจริง ๆ

“ตามพี่มาทางนี้” ภูผาลากน้องชายฝาแฝดเข้าไปในห้องน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมาเห็น การที่น้องชายเข้ามาในนี้ได้ เขาไม่มีเวลามานั่งสอบสวนเหมือนพวกตำรวจที่ชอบทำกัน แต่ถ้าถูกจับได้ตอนนี้ต้องมีอันตรายแน่ ไอ้แสงไม่มีทางปล่อยคิมหันต์ออกไปจากบ่อนนี้ได้อย่างแน่นอน

“กลับบ้านกับผมนะพี่ภูผา”

“แต่ว่า...”

“ชู่วว!... อย่าเพิ่งพูดอะไร ตามผมมาก็พอ”

ถึงภูผาจะมีคำถามมากมายอยู่ในหัว แต่ถึงกระนั้นก็เดินตามน้องชายฝาแฝดออกมาถึงเกือบทางเข้าของบ่อนชั้นใต้ดิน พรึ่บ!... ลูกสมุนสองนายเดินถือปืนตรวจเข้มทำให้สองพี่น้องหันกลับมากอดกัน พวกมันหยุดมองอย่างจับสังเกต แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ไม่ได้แปลกใจเพราะคิดว่าลูกค้าทางร้านกำลังนัวเนียพนักงานเสิร์ฟในบ่อน ซึ่งมีให้เห็นเป็นประจำกลายเป็นภาพชินตาไปแล้ว

“คิมหันต์รีบหนีไป ที่นี่ไม่ปลอดภัย” กระซิบข้างหูเสียงเบาเมื่อเห็นว่าลูกน้องของแสงหิรัญยังอยู่บริเวณใกล้ ๆ

“ไม่! ผมจะออกไปพร้อมพี่” นายตำรวจหนุ่มยืนกรานเสียงแข็ง มือสองข้างโอบกอดพี่ชายเอาไว้แน่นราวกับถ้าปล่อยแล้วจะไม่ได้เจออีกแสนนาน

กึก!... อยู่ ๆ ปืนพกขนาดสั้นก็มาจ่อที่ศีรษะสองพี่น้อง ไม่คิดว่าพวกมันจะจมูกไวขนาดนี้ สัญชาตญาณคนเป็นพี่ชายรีบเอาตัวมากันปลายกระบอกปืนของแสงหิรัญเอาไว้ สายตาดูตื่นตระหนกทั้งยังหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“มึงเป็นของกู ถ้ากูไม่อนุญาตให้มึงออกไปจากที่นี่ มึงก็ห้ามออกไปจากที่นี่ไอ้ผา”

สองพี่น้องถูกลากตัวมาไว้ในห้องขัง ไม่ต้องสืบสาวราวเหตุก็พอจะเดาออกว่าบุคคลที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนภูผาราวกับถอดแบบกันมา เป็นน้องชายฝาแฝดที่กำลังออกตามหาพี่ชายเหมือนที่สายเคยได้รายงานเอาไว้

ก่อนหน้านี้แสงหิรัญนั่งทำงานอยู่ภายในห้องส่วนตัว ลูกน้องเดินเข้ามารายงานพบบุคคลน่าสงสัยแฝงตัวเข้ามาภายในบ่อน ภาพในกล้องวงจรปิดทำให้เฮียแสงรับรู้ได้ทันทีว่าชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่พอ ๆ กับเขานั้นก็คือเพลิงกัลป์ มาเฟียที่คุมพื้นที่ทั้งภาคกลางรวมถึงเมืองหลวง

แสงหิรัญแปลกใจกับการปรากฏตัวของเพลิงกัลป์ในพื้นที่ของเขา  ซ้ำยังปลอมตัวปกปิดตัวตนเข้ามาในบ่อนแห่งนี้ ย่อมมีความนัยแอบแฝง

ไอ้กระจอก มึงคิดว่าเนียนแล้วหรือไง?

ดวงตาคมดุจเหยี่ยวหรี่มองชายใบหน้าเรียวที่อยู่ภายใต้แว่นตาหนาเตอะข้างกายของเพลิงกัลป์อย่างจับสังเกต ก็พอจะเดาออกว่าเป็นใคร แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ ตำรวจหนุ่มไฟแรงอย่างคิมหันต์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลทางด้านมืดอย่างเพลิงกัลป์

“อยากให้กูปล่อยพี่ชายมึงเหรอ” โทนเสียงหนาทุ้มถามออกไปทั้งที่รู้เจตนาอีกฝ่ายดีอยู่แล้ว

“ก็เออสิ กูอยากพาพี่กูกลับบ้าน” สวนออกไปทันควัน ดวงตานายตำรวจหนุ่มจ้องมองผู้ทรงอิทธิพลในแถบตอนใต้อย่างไม่เกรงกลัว

“กูไม่อนุญาตให้ไอ้ผาก้าวขาออกไปจากที่นี่ ยกเว้นแต่...”

“แต่อะไรวะ”

“มึงจะยอมอยู่ที่นี่แทนมัน ทำได้ไหมล่ะ” ใบหน้าคมคร้ามเลิกคิ้วถาม นัยน์ตาสีทมิฬจ้องไปยังภูผาที่ดูมีสีหน้าตื่นตระหนก ท่าทีหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ขนาดตัวเองถูกซ้อมเกือบตายก็ไม่เห็นแววตาที่สั่นกลัวเช่นนี้เลย

“ได้สิ กูยอมทุกอย่าง ขอแค่ให้พี่กูกลับบ้านก็พอ” ตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด แต่แล้วภูผาไม่เห็นด้วยจึงแทรกมาทันควัน

“ไม่ได้! พี่ไม่ยอมนะคิม” อดีตนักเลงหัวไม้ขมวดคิ้วเคร่งเครียด สายตาตวัดมองมาเฟียหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างท่าทางสบายอารมณ์ พลางส่งยิ้มเยาะเย้ยให้ราวกับว่าเป็นผู้ชนะ

“ผมก็ไม่ยอมเหมือนกันที่ต้องทิ้งพี่ไป พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมทนได้”

“นายทนไม่ไหวหรอก เชื่อพี่” ที่ผ่านมาเขาถูกซ้อมอาการสาหัสเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่สิ่งที่ปรารถนาเดียวให้อยู่ต่อคือการได้พบหน้าน้องชายอีกครั้ง เพราะฉะนั้นชีวิตของเขามันจะไปมีประโยชน์อะไรอีกเล่า นอกจากปล่อยให้ความตายมันพรากความทุกข์ทรมานไปจากเขา

“นี่กูต้องมานั่งดูพวกมึงสองพี่น้องแสดงความรักกันต่อหน้าปานจะกลืนกิน แม่งถูกใจจริง ๆ เลยว่ะ” มาเฟียวัยสามสิบหกยกมือขึ้นมาปรบรัวราวกับถูกใจ ทั้งน้ำตาและความหวาดกลัว ไม่ได้ทำให้คนเย็นชารู้สึกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย

“ปล่อยน้องกูไปเถอะ ได้โปรด กูขอร้อง” เอ่ยออกมาเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำไม่อาจซ่อนความหวาดกลัวได้

“ปล่อยพี่กูไป แล้วจับตัวกูไปแทน” เพราะถ้าหากว่าแสงหิรัญยอมปล่อยภูผาไปแล้ว คิมหันต์เชื่อว่าเพลิงกัลป์ต้องหาทางมาช่วยเขาไม่ปล่อยให้ตายในนี้แน่

ทว่าหัวอกคนเป็นพี่ก็ไม่มีทางเอาเปรียบน้องชาย เด็กที่วิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็ก ถูกพ่อแม่ด่า มีเรื่องชกต่อยมาด้วยกัน มันทนไม่ได้หรอกที่จะเห็นแก่ตัวเพื่อเอาชีวิตรอดออกไปจากนรกแห่งนี้

“งั้นเอาอย่างนี้... ถือว่ากูจะใจดีกับพวกมึงยอมปล่อยออกไปก็ได้ แต่มีข้อแม้... ว่าคนใดคนหนึ่งต้องอยู่กับกูที่นี่ พวกมึงก็ตกลงกันเองก็แล้วกันว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป”

ทันใดนั้นสองพี่น้องก็หันมามองหน้ากัน เพียงแค่สบสายตาก็รู้ใจว่าภูผากำลังคิดอะไรอยู่คิมหันต์จึงส่ายหน้ารัวปฏิเสธ คลานเข้าไปกอดพี่ชายฝาแฝดเอาไว้แน่น ร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนสมัยเด็ก ตอนโดนเพื่อนแกล้งก็มีภูผานี่แหละที่คอยปกป้องมาตลอด จนถึงวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

แค่ภูผารู้ว่าน้องชายได้เป็นตำรวจ เป็นความภาคภูมิใจของพ่อและแม่ ชีวิตนี้ก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว

“ไม่พี่ผา ผมไม่ยอม” ตำรวจหนุ่มร้องไห้งอแงไม่มีมาดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หลงเหลืออยู่เลย

“ให้พี่กลับไปทำไมถ้าไม่มีคิมหันต์อยู่ด้วย บ้านหลังนั้นไม่ได้ต้องการพี่แล้ว”

“ไม่จริง พ่อกับแม่รักพี่มากนะครับ”

ภูผาหัวเราะในลำคอราวกับสมเพชตัวเอง กระบอกตาร้อนผ่าวยามนึกถึงใบหน้าพ่อและแม่ที่คอยด่าทอเขาว่าเป็นลูกอกตัญญู “รักเหรอ! พี่หายมาหกปีแล้ว พวกท่านก็ไม่คิดจะออกตามหา”

“...” น้ำตาลูกผู้ชายไหลพรากเป็นสายยามเมื่อถูกพี่ชายฝาแฝดแกะมือออกมา

“ฟังพี่นะ ตอนนี้พี่รู้ว่าคิมหันต์ได้เป็นตำรวจแล้ว พี่ดีใจมากที่เห็นน้องประสบความสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว ส่วนพี่คือความล้มเหลวของครอบครัว ถ้ากลับไปก็ทำให้พ่อแม่อายขายขี้หน้าเขาเปล่า ๆ ส่วนคิมหันต์ยังคงต้องกลับไปดูแลประชาชนที่เดือดร้อนไม่ได้รับความยุติธรรมอีกเยอะ เชื่อพี่เถอะ ถือว่ามันเป็นคำขอร้องจากพี่” มือสองข้างกำเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะแสงหิรัญไม่ใช่พวกนักเลงหัวไม้ที่จะมีเรื่องชกต่อยด้วยได้แบบเมื่อก่อน เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น เพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเล็ดลอดออกไป

เสียงถอนหายใจหงุดหงิดดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ยืนขึ้นเต็มความสูง “กูเปลี่ยนใจแล้ว ในเมื่อพวกมึงตัดสินใจไม่ได้ กูก็ให้อยู่ด้วยกันที่นี่แหละ”

ปัง!... เสียงประตูห้องขังถูกเปิดออกด้วยแรงถีบของชายผู้หนึ่งที่มีส่วนสูงพอกันกับแสงหิรัญ เพลิงกัลป์กำลังล็อกคอลูกค้าวีไอพีคนหนึ่งเข้ามาเป็นตัวประกัน

“ปล่อยคนของกู ไม่งั้นกูยิงไอ้แก่นี่สมองกระจุยแน่” เสียงขู่กรรโชกอาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนหวาดกลัว แต่ไม่ใช่กับแสงหิรัญที่ยืนเท้าเอวมองมาเฟียผู้เย่อหยิ่งบุกถิ่นเขาเข้ามาคนเดียว

เพลิงกัลป์ออกแรงลากชายวัยกลางคนที่ดูตื่นกลัวเพราะถูกปลายกระบอกปืนจ่อเอาไว้ที่หัว อาจดูเป็นการกระทำที่โง่แต่ก็คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้

“ใครเหรอคนของมึง สงสัยจะสำคัญมากเสียด้วย ถึงได้บุกเข้ามาถึงที่นี่” แสงหิรัญเอ่ย

“ไอ้เพลิง ทำไมมึงไม่หนีไปวะ เข้ามาช่วยกูทำไม กูไม่ไปไหนกับมึงทั้งนั้น ถ้ามึงจะช่วยก็มาช่วยพี่กู”

“อย่าโง่! กูจะช่วยพี่มึงไปทำไม เมียกูคือมึง ไม่ใช่พี่มึง”

ภูผาได้ยินแบบนั้นก็หันมามองหน้าน้องชายที่รีบก้มหน้าหลบสายตา เพลิงกัลป์เอ่ยย้ำคำว่าเมียชัดเจนขนาดนี้จะเอาหน้าที่ไหนไปกล้าสู้พี่ชาย กลัวผิดหวังที่ตัวเองกลายเป็นคนผิดเพศที่รักพวกไม้ป่าเดียวกัน

“มึงรู้ใช่ไหมถึงมึงจะเก่งแค่ไหน แต่บุกเข้ามาถึงที่นี่ มีแต่ตายกับตาย” แสงหิรัญหันไปถามผู้ทรงอิทธิพลทางภาคกลางที่ขมวดคิ้วไม่คลายออกจากกัน

“กูรู้ แต่กูห้ามเมียกูไม่ให้มาตามพี่มันไม่ได้ แล้วกูก็รักมัน มึงจะให้กูทำยังไง”

แสงหิรัญแปลกใจมาก เท่าที่ทราบมานั้นเพลิงกัลป์มีคู่หมั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้อยากรู้ชีวประวัติของใคร สองเท้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าภูผา ย่อกายลงแล้วยื่นมือไปบีบปลายคางมนให้เงยขึ้นมาสบสายตา

“กูให้มึงตัดสินใจก็แล้วกัน ว่าจะเอายังไง”

“ปล่อย-น้อง-กู-ไป” ภูผายังคงยืนยันคำเดิม ทำให้แสงหิรัญผลักหน้าภูผาหัน ไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องปล่อยตัวของคิมหันต์ ซึ่งเจ้าตัวไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ต้องจำใจเดินไปหาแฟนหนุ่มทันที

“แต่ก่อนที่กูจะปล่อยมึงกับเมียมึงไป กูขออะไรอย่างหนึ่งสิ”

“อะไร”

ปัง!... ปืนในมือของแสงหิรัญลั่นไกลงมาที่ขาของเพลิงกัลป์ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วมาเฟียวัยสามสิบสองก็ไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวด เพลิงกัลป์กัดฟันกรอดข่มความเจ็บปวดเอาไว้ไม่แสดงมันออกมา

“ออกไปซะ ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจฆ่าพวกมึงทั้งหมด”

“วันนี้กูจะยอม แต่ถ้าเมื่อไรที่มึงเหยียบไปที่ถิ่นกูบ้าง ก็อย่าหวังว่ากูจะปรานี”

เพลิงกัลป์ลากตัวแฟนตำรวจออกไปแล้ว แสงหิรัญกระตุกยิ้มข้างมุมปาก ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวใด ๆ เลย

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่เจ็ดกันแล้ว บอกเลยว่าตอนนี้มีครบทุกอารมณ์ ทั้งดราม่าเรียกน้ำตาและฉากบู๊เดือดระอุแบบพริกสเกลร้อยเม็ด! หลังจากที่ 'ภูผา' ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในขุมนรกมานานนับหกปี ในที่สุดปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้บังเอิญพบกับ 'คิมหันต์' น้องชายฝาแฝดที่ปลอมตัวตามหาพี่ชายจนเจอคาบ่อนของแสงหิรัญ!

แต่ความซึ้งกินใจอยู่ได้ไม่นานเมื่อมาเฟียใหญ่อย่าง 'แสงหิรัญ' เข้ามาจับกุมตัวและยื่นคำขาดสุดโหดให้เลือกคนใดคนหนึ่งต้องอยู่ชดใช้กรรมแทน งานนี้หัวอกคนเป็นพี่อย่างภูผาเลือกที่จะเสียสละปกป้องน้องชายและยอมจมปลักอยู่ในนรกต่อ แต่พีกยิ่งกว่าคือการบุกเดี่ยวเข้ามาช่วยเมีย (น้องชายฝาแฝด) ของพ่อมาเฟียสายเปย์อย่าง 'เพลิงกัลป์' ที่คุมพื้นที่ภาคกลาง ที่ยอมเจ็บตัวโดนยิงขาเพื่อพาตัวคิมหันต์หนีออกไปได้สำเร็จ!

โอโห... บอกเลยว่าเข้มข้น ดราม่า และลุ้นระทึกทุกวินาทีจริง ๆ ค่ะ คิมหันต์รอดออกไปได้แล้ว แต่ชะตากรรมของภูผาที่ยังคงต้องติดอยู่ภายใต้เงื้อมมือของแสงหิรัญจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อไม่มีน้องชายให้ออกตัวปกป้องแล้ว เฮียแสงจะจัดหนักจัดเต็มภูผาขนาดไหน เตรียมมาลุ้นและส่งกำลังใจให้ภูผากันต่อในตอนหน้านะคะ รับรองว่าห้ามพลาดเด็ดขาด!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป