บทที่ 9 ตอนที่ 8 ข้อตกลงในการเป็นนางบำเรอ

ตอนที่ 8 ข้อตกลงในการเป็นนางบำเรอ

“มึงห้ามยุ่งกับน้องของกูเด็ดขาด ถ้าไม่อย่างนั้นกูไม่เอามึงไว้แน่” สิ้นประโยคที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ภูผาที่เพิ่งถูกจับโยนเข้ามาภายในห้องขังรู้สึกคับแค้นใจรีบปรี่เข้ามากระชากคอเสื้อมาเฟียผู้เหี้ยมโหดเอาไว้ด้วยความเดือดดาล ดวงตาแข็งกร้าวเพราะโกรธจัด ก่อนลูกสมุนสองคนจะพุ่งเข้ามาลากตัวไปล็อกแขนเอาไว้ ชายหนุ่มออกแรงดิ้นแต่เพราะร่างกายบอบช้ำเกินกว่าจะต้านแรงพวกมันได้ จึงทำให้หมดแรงจะสู้

“กลัวไม่ได้เป็นนางบำเรอกูขนาดนั้นเลยเหรอ”

“...”

“ถึงหน้าตาจะเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่กูว่าคิมหันต์ดูดีกว่ามึงเยอะ ผิวก็ขาวกว่า ส่วนมึงเนื้อตัวมีแต่แผล มือก็ด้าน หรือกูควรเปลี่ยนจับตัวน้องมึงมาเป็นนางบำเรอแทนดีวะ”

“อย่ายุ่งกับน้องกูไอ้แสง”

“งั้นมึงว่ากูควรทำยังไงดีล่ะ”

“มึงจะทำอะไรกูก็ได้ กูยอมมึงหมดเลย ขอแค่อย่างเดียว ห้ามยุ่งกับคิมหันต์” คนถูกพันธนาการสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

“ถึงจะต้องเป็นนางบำเรอกูก็ยอมงั้นสิ” พอเห็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายก็ดูจะสนุกขึ้นมา ก่อนหน้านี้ถูกซ้อมเกือบตายก็ไม่มีความกลัวสักนิด แต่พอเอาน้องชายมาขู่กลับดูกระวนกระวายเป็นพิเศษ

คนได้ฟังหยุดชะงัก นิ่งไปชั่วครู่จนเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้นก็คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของน้องชายอีกแล้ว

“ก็ได้ แต่มึงต้องรับปากกูก่อน ห้ามยุ่งกับน้องชายของกู”

ใบหน้าดุดันยิ้มร้ายที่ข้างมุมปากอย่างพอใจในคำตอบที่ได้ สองเท้าเดินตรงเข้าไปหาร่างสูงเพรียวก่อนที่บอดีการ์ดจะให้ความเป็นส่วนตัวกับเจ้านาย

“มะ... มึงจะทำอะไร” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก สองเท้าขยับถอยหลังเรื่อย ๆ จนไปชิดติดขอบกำแพง ไร้ซึ่งหนทางหนี

ต่อให้ฮึดสู้กับคนที่มีร่างใหญ่และกำลังเหลือล้นอย่างแสงหิรัญ ก็เหมือนเอาตัวเองไปตายเปล่า ๆ

“ก็กำลังทำตามที่มึงเลือกไง”

“งะ... งั้นมึงรับปากมาสิ ว่าจะไม่ยุ่งกับน้องกูใช่ไหม”

“ได้ งั้นมึงเลิกเถียงไอ้กะหรี่ เก็บเสียงไว้ครางอย่างเดียวก็พอ เพราะมันน่ารำคาญ” มือใหญ่เอื้อมไปบีบปลายคางมน ใบหน้าฟกช้ำบูดเบี้ยว รั้งให้เงยขึ้นมาป้อนจูบ แต่ดูเหมือนจะถูกต่อต้าน จึงเกิดการยื้อกันอยู่พักใหญ่

“กะ... กูยังไม่พร้อม รอกูหายดีก่อนได้ไหม”

“มึงมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอไอ้ผา”

“แต่เมียมึงให้คนมาซ้อมกูเกือบตาย ดูสภาพดูสิ ไม่ไหวหรอกนะ”

“อึดเหมือนควายขนาดนี้บอกไม่ไหว คนไม่ไหวจริงเขาไม่มายืนขู่จะฆ่ากูหรอก กูไม่ได้โง่”

คนถูกจับได้มีสีหน้าตื่นตระหนก พยายามหาทางเอาตัวรอดวันนี้ไปก่อน แต่ก็ยังคิดไม่ออกสักที

“ปากมึงก็น่าจูบดีเหมือนกัน แต่ปากแตกฉิบหาย บำรุงบ้างก็คงดี”

“ส่วนปากมึงน่าถีบไอ้แสง รอดตีนพวกมึงมาได้ก็บุญแล้ว กูจะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลตัวเอง อื้อส์...!”

หัวสมองยังไม่ทันได้ประมวลผลแสงหิรัญก็ก้มลงมาประทับริมฝีปากจนแนบสนิท ภูผาดิ้นขลุกขลักแต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็ต้านแรงของคนโตกว่าไม่ได้อยู่ดี

“อยู่นิ่ง ๆ แล้วแลบลิ้นออกมา”

“ไม่!” เพราะถูกบีบกรอบหน้าอยู่ทำให้เสียงที่เอ่ยออกมาฟังดูอู้อี้

“งั้นกูจะจูบให้ปากแตกเลยไอ้สัส ดื้อด้านดีนักนะมึง”

“อื้อส์...” ภูผาไม่อาจรับมือกับสถานการณ์ตรงนี้ได้ เพียงแค่ออกแรงดิ้นเล็กน้อยแรงบีบที่กรอบหน้าก็หนักหน่วงมากขึ้น เขาเจ็บจนต้องเบ้หน้าเมื่อถูกบดจูบอย่างหนักหน่วง แถมริมฝีปากทั้งบนและล่างถูกขบกัดจนได้กลิ่นคาวคละคลุ้งของสนิมเลือดเต็มไปทั่วโพรงปาก พอเริ่มนานเกินไปภูผาหายใจลำบากจนออกแรงทั้งหมดผลักใบหน้าอีกฝ่ายออกไปก่อน

“มึงจะฆ่ากูให้ตายเลยหรือ ไอ้สัส! กูหายใจไม่ออก แฮก ๆ” พูดเสียงแหบแห้งกอบโกยอากาศเข้าปอดตัวโยน

“อย่าสำออยไปหน่อยเลย”

“พ่องเถอะ! กูไม่ได้สำออย”

“งั้นก็ต่อเถอะ อ้าปากกว้าง ๆ ไม่งั้นกูจะกัดลิ้นมึงให้ขาด”

“อื้อ...!” ริมฝีปากหยักประกบลงมาอย่างฉับพลัน เขาดูดึงลิ้นเล็ก ๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ให้ออกมาต้อนรับจูบ ร่างสูงเพรียวยืนเกร็งลิ้นตัวแข็งทื่อ ถึงครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาจูบกันก็ตาม แต่การที่ต้องมายืนจูบกับผู้ชายที่มีรูปร่างล่ำสันพอ ๆ กัน มันไม่ได้ทำให้เขาคุ้นชินสักเท่าไร

มือหนาละออกจากกรอบหน้าเลื่อนไปประคองที่ท้ายทอย หมับ!... แสงหิรัญกระชากเส้นผมสีน้ำตาลเข้มรุนแรง ใบหน้าคมคร้ามขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่พอใจ

“อึก! กูเจ็บ จิกผมกูทำไมเนี่ย”

“ลงโทษที่มึงขัดขืนกูไง บอกให้อ้าปากกว้าง ๆ แต่ขัดคำสั่งก็ต้องโดนแบบนี้”

ภูผาเผลอร้องโอดครวญ แสงหิรัญอาศัยจังหวะนี้ฉกชิมอีกครั้ง สอดแทรกลิ้นเข้ามาภายใน ทั้งผลีผลามและอุกอาจ ทว่ากลับสร้างความปั่นป่วนให้คนที่ถูกไล่ต้อนได้เป็นอย่างดี จนร่างผอมเริ่มอ่อนระทวยเป็นน้ำ

มือใหญ่ที่ประดับไปด้วยเส้นเลือดปูดคลายเส้นผมออกจากมือ เคลื่อนต่ำลงมาคล้องไว้ที่เอวคอด ก่อนรั้งร่างกายเข้ามาให้แนบชิดกันมากขึ้น ซึ่งอวัยวะส่วนล่างที่แข็งตุงกางเกงเสียดสีกันและกันนอกเนื้อผ้า

“พอแล้ว มึงจูบจนกูปากแตกแล้วเนี่ย” ผลักร่างสูงสง่าออกไปด้วยความหงุดหงิดโดยที่ไม่กล้าเงยขึ้นสบสายตา เกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็นสีหน้าตัวเองว่าตอนนี้มันแดงก่ำยิ่งกว่าลูกตำลึงสุกเสียอีก

“มึงก็ร่านดี ใจร้อนอยากโดนเอาไปได้”

“กูเปล่า”

สิ้นคำก็ถูกมือใหญ่ยื่นเข้ามาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด ภูผาใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขัดขืนเกรงว่าจะทำให้มาเฟียแก่ไม่พอใจแล้วพาลไปทำร้ายน้องชายฝาแฝด ถึงภูผาจะดูออกว่าแสงหิรัญเอาเรื่องคิมหันต์มาต่อรองเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าหากเขาไม่ทำตามใจอีกฝ่ายแล้ว มันก็คงจะต้องไปทำร้ายคิมหันต์ขึ้นมาจริง ๆ อยู่ดี

“มองนมกูทำไม” เมื่อกระดุมเสื้อถูกปลดจนเม็ดสุดท้ายก็เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการ

“มองไม่ได้เหรอ จะอายทำไมเป็นแค่กะหรี่”

“อะส์...” ใบหน้าเรียวที่มีรอยฟกช้ำก้มลงไปมองหัวนมสีชมพูของตัวเองที่เพิ่งถูกแสงหิรัญดูดเม้มและขบกัดอย่างรุนแรงจนยืดติดปาก ยอดอกทั้งสองข้างของเขาเปียกชื้นจากการดูดดึงอย่างหิวกระหาย มันแข็งเป็นไตและสู้ลิ้นยามลิ้นสากปัดป่ายอย่างหยอกเย้า 

“โอ๊ย! ดูดเบา ๆ ดิวะ กูเจ็บนะโว้ย!”

“มึงเจ็บหรือเสียว”

ภูผาร้อนรุ่มไปทั่วร่างกายยามถูกลิ้นละเลงอยู่ที่หัวนมด้านซ้าย ส่วนนิ้วก็เขี่ยสะกิดหัวนมด้านขวาเพิ่มความเสียว จนกายบางเผลอแอ่นหน้าอกให้อีกฝ่ายรังแกได้ถนัดขึ้นพร้อมทั้งร้องครางเสียงสั่นเครือ

“มึงนี่ร่านกว่าที่กูคิดอีกนะไอ้ผา กะหรี่อย่างมึงเก็บสันดานตัวเองไม่มิดจริง ๆ”

“เลิกพูดมากสักที”

มือหนาลูบไล้ลงมาที่ก้นกลมบีบเคล้นอย่างมันมือจนกระทั่งเลื่อนมาที่กระดุมกางเกง เพียงแค่เสี้ยววินาทีกางเกงยีนสีดำก็หล่นลงมากองบนพื้นอย่างง่ายดาย ดวงตาดุจเหยี่ยวเหลือบมองอวัยวะบางอย่างที่แข็งดุนกางเกงในออกมาก็กระตุกยิ้มร้ายข้างมุมปาก

“กระตุ้นนิดหน่อยก็แข็งแล้วเหรอ ไม่ได้รับลูกค้ามานานหรือยัง”

“กูไม่เคย” ตอบออกไปเสียงแข็ง บอกว่าไม่เคยก็ยังจะถามอยู่ได้

“กูไม่เชื่อ”

“งั้นก็เรื่องของมึง หากมึงจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ไม่มีผลกับชีวิตกูอยู่แล้ว” คล้ายกับคนขี้เกียจสนทนาด้วย

พรึ่บ!... ป้อมปราการชั้นสุดท้ายถูกกระชากออกมากองรวมกับกางเกง ท่อนเนื้อขนาดใหญ่ดีดเด้งออกมาชี้ใบหน้าดุดัน นับว่าเป็นครั้งแรกที่ต้องมาแก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายอกสามศอกให้เห็นของลับแบบนี้ แถมอีกฝ่ายยังจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ

“หันหลังสิ”

“เออ รู้แล้ว” คนเด็กกว่าเริ่มทำตัวไม่ถูก ค่อย ๆ หมุนตัวหันหลังให้อีกฝ่าย ก่อนที่จะถูกผลักร่างกระเด็นไปติดขอบกำแพงห้องขังอย่างแรง จนรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าผากที่กระแทกเข้าอย่างจัง จนกระทั่งรู้สึกว่ามีของเหลวข้นหนืดไหลออกมา เมื่อเอามือไปแตะดูปรากฏว่าเป็นเลือด

หมับ!... มือหยาบกร้านเอื้อมไปจับที่บ่า ออกแรงกดลงให้บั้นท้ายแอ่นเข้าหาตัวเอง จากนั้นก็เปลี่ยนไปจับก้นกลมนวดเคล้นไปมาอย่างมันมือ ถึงจะสากมือไปสักหน่อย แต่ทางกลับกันยิ่งกระตุ้นเลือดในกายให้สูบฉีดยิ่งขึ้นกว่าเดิม

คนที่หันหน้าติดกำแพงทำอะไรไม่ได้นอกจากตีมือรัวใส่กำแพงแข็งไม่ยั้งเพื่อระบายความเจ็บปวด นิ้วแกร่งชำแรกเข้ามาภายในไร้สารหล่อลื่น ร่างบางสะดุ้งเฮือกใจเต้นรัว ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 

“โอ๊ยยย! กูไม่ไหวแล้วไอ้แสง เอาออกไป อะ!”

“โดนเอามากี่ทีแล้วยังตอดนิ้วกูอยู่เลย”

ดูเหมือนแสงหิรัญจะไม่ฟังในสิ่งที่เขากำลังแหกปากร้องลั่นภายในห้องที่คับแคบ ถึงภูผาจะดูหยาบกร้านไปบ้างแต่พอเปลือยกายออกมาผิวกายกลับมันสะท้อนแสงไฟขาวจนแสบตา

“อ๊ะ! อึก!” ความหนืดและฝืดทำให้การขยับเข้าออกของนิ้วเป็นไปได้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดันทุรังอยู่ดี คนถูกล่วงล้ำเกร็งขาทั้งสองข้างใบหน้าแนบชิดติดกำแพง เกร็งขากัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดจนน้ำตาคลอเบ้า

ได้ยินเสียงสะอื้นเข้าหูมาเฟียวัยสามสิบหกที่กำลังปลดหัวเข็มขัดตามด้วยกระดุมกางเกง ควักท่อนเนื้อใหญ่ยาวกว่าของภูผาออกมาด้วยมือข้างเดียว หลังจากที่ถอนนิ้วออกมาเพราะคิดว่าช่องทางหลังน่าจะขยายมากขึ้นแล้ว ก็จับส่วนหัวเห็ดบานแดงมาจ่อที่ปากรูรักสีสวย กดลึกเข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวก็ได้ยินเสียงร้องเหมือนวัวถูกเชือด

“ร้องไห้ดีใจจะโดนกูเอาหรือ” แสงหิรัญหยุดแช่เอาไว้เพียงแค่ครึ่งลำเพราะภายในตอดแน่นจนเกินไปทำให้รัดลำเนื้อจนปวดหนึบไปหมด

“กูเสียใจต่างหาก เอากับมึงเป็นสิ่งอัปมงคลที่สุดในชีวิตกูแล้ว”

“จะเปลี่ยนใจก็ยังไม่สายนะ เดี๋ยวกูจะไปลากตัวน้องชายมึงมาเอากับกูแทน”

“รีบ ๆ ทำเถอะ อย่าพูดมาก” พูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟันออกไป

กึก!... ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แสงหิรัญกัดสันกรามกระทุ้งสิ่งที่คาเอาไว้ครึ่งท่อนเข้าไปจนมิดด้าม

“โอ๊ยยยยย! เบาหน่อยสิวะ” ร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง ๆ รู้สึกปวดจนต้องจิกมือกับผนังกำแพง ทางกลับกันแสงหิรัญกลับระบายยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ มองท่อนเนื้อที่ขยับเข้าออกอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะได้ยินเสียงร้องเจ็บปวดเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้ชายล่ำสันรู้สึกเห็นใจหรือคิดจะเบามือลงเลยสักนิด

“บะ... เบา กูไม่ไหวแล้ว ฮึก!” เอ่ยออกมาเสียงปนสะอื้น

“ที่ไม่ไหว เจ็บหรืออยากโดนกูเอาแรง ๆ อย่ามาตอแหล”

ร่างสูงใหญ่ถอดแค่เพียงกางเกงให้มันร่นลงมากองบนพื้น ด้านบนไม่ได้ถอดออก แต่เสื้อเชิ้ตที่ถูกปลดกระดุมลงมาสามเม็ดทำให้เห็นรอยสักเสือคำรามน่าเกรงขาม เขากำลังขบกัดสันกรามแน่นเมื่อถูกภายในที่คับแน่นบีบตัวจนรัดแน่นไปหมด ภูผาร้องลั่นน้ำตานองหน้าแสนเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นก็เต็มใจอดทนรับความเจ็บปวดนี้ไว้เอง เพราะจะไม่มีทางให้น้องชายมาตกนรกเหมือนที่เขาโดนอยู่แบบนี้หรอก

กระทั่งกายบางสั่นเกร็งปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นออกมาทางส่วนหน้า ทั้งที่ไม่ได้แตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าโคตรดี

“โดนเอาจนแตกเลยเหรอ ตอดของกูขนาดนี้ มึงไม่ได้พักง่าย ๆ แน่” เพียงเท่านั้นแสงหิรัญก็ตะบี้ตะบันตอกอัดท่อนเนื้อเข้ามาไม่พัก ไม่นานก็ปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในโพรงเนื้อด้านใน ทว่าภูผาตาลอยจวนจะหมดแรง เพราะร่างกายถูกซ้อมมาอย่างสาหัส

พลั่ก!... ร่างทั้งร่างล้มลงกองบนพื้นทำให้อวัยวะที่เชื่อมกันก่อนหน้านี้หลุดออกจากกัน คราบน้ำสีขาวขุ่นไหลย้อนออกมาจากช่องทางหลัง ไหลลงมาตามง่ามขา ก่อนจะถูกร่างสูงใหญ่จับให้คลานสี่ขาบนพื้น รั้งสะโพกขึ้นจนลอยหวือ แล้วย่อกายลงมาซ้อนทางด้านหลัง

“มึงจะทำอะไรอีก”

“เอามึงท่าหมาไงไอ้ผา”

“กูไม่ไหวแล้วนะ”

“แต่กูไหวไง”

เพียงเท่านั้นก็จับแท่งร้อนระอุที่ไม่ยอมหดตัวเข้ามาภายในโพรงเนื้ออีกครั้ง แสงหิรัญกระหน่ำแทงเข้ามารุนแรงเสร็จสมอีกรอบก็คงยังไม่พอ ร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดวงตาฝืดปรือเริ่มไม่ไหว จนกระทั่งร่างกายอ่อนแรงแล้วสลบไปในไม่ช้า เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แสงหิรัญปลดปล่อยความต้องการออกมาอีกน้ำก็ผลักร่างกายไร้สตินั้นให้นอนจมกับคราบน้ำกาม ส่วนตัวเองก็หยิบเสื้อผ้าของภูผาที่ถูกถอดก่อนหน้า ขึ้นมาเช็ดคราบน้ำสีขาวขุ่นแล้วปาใส่หน้าคนสลบ เมื่อจัดการใส่กางเกงแล้วก็เดินออกไปด้านนอกโดยไม่หันหลังกลับมามองสักนิดเดียว

Take : สวัสดีนักอ่านทุกท่านค่ะ เดินทางมาถึงตอนที่แปดกันแล้ว บอกเลยว่าตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัด บีบหัวใจ และชวนกำหมัดแน่นกับความใจร้ายของ 'แสงหิรัญ' แบบสุด ๆ! หลังจากใช้ 'คิมหันต์' น้องชายฝาแฝดมาเป็นเครื่องมือต่อรองสำเร็จ ภูผาของเราก็จำยอมตกอยู่ในสถานะ "นางบำเรอ" อย่างเต็มตัวโดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของน้องชายสุดที่รัก

แต่ความเดือดมันอยู่ตรงที่พ่อมาเฟียตัวดีนอกจากจะไม่ปรานีแล้ว ยังจัดหนักจัดเต็มบทลงโทษบนเตียงแบบไม่สนองร่างกายที่บอบช้ำและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำของภูผาเลยแม้แต่น้อย จนถึงขั้นฝืนกระทำและซัดอารมณ์ใส่จนภูผาถึงกับสลบเหมือดคาห้องขังไปต่อหน้าต่อตา! บอกเลยว่าทั้งน่าสงสารทั้งน่าหงุดหงิดความใจร้ายของเฮียแสงซะเหลือเกิน

งานนี้หัวใจแกร่ง ๆ ของอดีตนักเลงอย่างภูผาจะทนรับมือกับความโหดเหี้ยมทั้งร่างกายและจิตใจนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน และแสงหิรัญจะยังใจร้ายกับเขาแบบนี้ไปตลอดเลยหรือเปล่า เตรียมมาลุ้นและส่งกำลังใจให้ภูผากันต่อในตอนหน้านะคะ รับรองว่าเข้มข้นและบีบหัวใจขั้นสุดแน่นอน!

ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นหนังสือ และคอมเมนต์พูดคุยติชมเป็นกำลังใจสำคัญให้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป