บทที่ 1 เข้าห้องผิดชีวิตเปลี่ยน
‘ฉันขอสาบานด้วยเกียรติของฟรีแลนซ์หน้าเงิน ถ้ารู้ว่า ‘กู้ฉือเจิง’ มีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ในกรอบรูปของห้องสวีทนี้ ฉันจะเรียกค่าจ้างเพิ่มอีกสิบเท่า’
เวลา 23.45 น. นิ้วของฉันกำลังรัวบนแป้นคีย์บอร์ดเร็วกว่าพนักงานออฟฟิศที่กำลังปั่นงานส่งเจ้านายก่อนเดดไลน์ห้านาที
ห้องสวีทสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางย่าน CBD ของปักกิ่ง เงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงปลายนิ้วกระทบแป้นพิมพ์ บนหน้าจอแล็ปท็อปของฉัน แถบดาวน์โหลดข้อมูลเซิร์ฟเวอร์กำลังวิ่งทะยานไปแตะที่ 97 เปอร์เซ็นต์ อีกแค่สามเปอร์เซ็นต์เท่านั้น งานโจรกรรมข้อมูลทางไซเบอร์มูลค่าห้าหมื่นหยวนก็จะเสร็จสมบูรณ์
ฉันเตรียมตัวจะกดส่งไฟล์เข้าคลาวด์ส่วนตัว พลางคำนวณในใจว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปจ่ายหนี้พนันของพ่อเลี้ยงเท่าไหร่ และเหลือพอจะไปกินชาบูหม่าล่าชุดใหญ่กี่มื้อ ทว่าในวินาทีที่แถบสีเขียวขยับไปแตะ 98 เปอร์เซ็นต์...
แถบดาวน์โหลดก็หยุดนิ่งไปดื้อ ๆ หน้าจอแล็ปท็อปของฉันกะพริบวาบ ก่อนจะปรากฏสัญลักษณ์รูป 'กรงเล็บหมาป่าสีเลือด' ซึ่งเป็นโลโก้ระบบป้องกันภัยคุกคามสูงสุดของหย่งเหย่อกรุ๊ป
'เดี๋ยว... โครงสร้างไฟร์วอลล์แบบนี้ โค้ดดักจับพวกนี้มันคือการเอาบั๊กที่ฉันเคยเจาะเมื่อเจ็ดปีก่อนมาสร้างเป็นกรงขังนี่นา!
แหม ๆ ประธานกู้ แค้นฝังหุ่นถึงขั้นทุ่มงบมหาศาลสร้างกับดักเพื่อย่างสดฉันโดยเฉพาะเลยเหรอเนี่ย! นิสัยคนรวยนี่มันกัดไม่ปล่อยจริง ๆ โชคดีนะที่คืนนี้ฉันอัปเกรดสกิลมาแล้ว ไม่งั้นคงโดนเขาส่งเข้าซังเตแน่'
ติ๊ด....กริ๊ก.
เสียงปลดล็อกอิเล็กทรอนิกส์จากประตูหน้าห้องสวีทดังขึ้น ทำเอาเส้นประสาททุกเส้นในร่างกายฉันกระตุกพร้อมกัน
ฉันรีบพับหน้าจอแล็ปท็อปฉับ คว้ามันยัดใส่เป้ใบเก่งด้วยความไวแสง ก่อนจะกวาดสายตามองหาทางหนีทีไล่ แต่ห้องสวีทชั้นห้าสิบไม่มีระเบียงให้ปีนหนี
มีเพียงบานกระจกใสแจ๋วบานยักษ์ที่มองเห็นวิวแสงไฟยามค่ำคืนของปักกิ่ง ซึ่งถ้าฉันกระโดดออกไป คงได้กลายเป็นเศษซากที่แม่จำหน้าไม่ได้แน่นอน
เสียงฝีเท้าหลายคู่ย่ำลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงระยับตรงเข้ามาในห้องนั่งเล่น ชายชุดดำร่างยักษ์สองคนเดินนำหน้าเข้ามา ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบไปยืนประกบซ้ายขวาอย่างรู้หน้าที่
และวินาทีต่อมา ผู้ชายคนนั้นก็ก้าวเข้ามา
เขา อยู่ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบสีเทาเข้ม ไหล่กว้าง บดบังแสงไฟจากโถงทางเดินจนเกิดเป็นเงาทาบทับลงมา รูปร่างสูงลิ่วระดับ 188 เซนติเมตร ดูคุกคามราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม นัยน์ตาคมกริบภายใต้แว่นตาขอบเงินเย็นชาเสียจนอุณหภูมิในห้องสวีทที่เปิดฮีตเตอร์ไว้แทบจะติดลบ
กู้ฉือเจิง... ซีอีโอแห่งหย่งเหย่อกรุ๊ป มหาเศรษฐีจอมเผด็จการที่สื่อตั้งฉายาให้ว่า 'สวะในคราบผู้ดี'
‘ฉิบหายแล้ว... โบนัสสิ้นปีบินหนีไปแล้ว ตอนนี้สวดมนต์บทไหนถึงจะทำให้เขาลืมตาไม่ขึ้นบ้าง’
ฉันกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พยายามงัดเอาทักษะการแสดงรางวัลออสการ์สาขาคนหน้าด้านแห่งปีออกมาใช้ ปั้นหน้าซื่อตาใส แสร้งทำเป็นกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนลูกกระต่ายตัวเล็กหลงทาง
"เอ่อ... ขอโทษนะคะ" ฉันฉีกยิ้มที่ดูไร้พิษสงที่สุด
"สงสัยฉันจะดื่มหนักไปหน่อยเลยเข้าผิดห้อง พนักงานต้อนรับบอกว่าห้อง 2804 อยู่ทางนี้นี่นา... ขอตัวก่อนนะคะ"
ฉันกระชับสายกระเป๋าเป้ เตรียมจะก้าวเท้าสับหนีออกไปทางประตูที่เปิดอ้าอยู่ แต่เพิ่งขยับได้แค่ครึ่งก้าว ชายชุดดำสองคนนั้นก็ขยับมายืนขวางทางออกราวกับกำแพงเหล็กแล้ว
กู้ฉือเจิงไม่แม้แต่จะปรายตามองท่าทางลุกลี้ลุกลนของฉัน เขายกมือขึ้นปลดกระดุมสูทเม็ดแรกออกช้า ๆ ทว่าท่าทางสุขุมเยือกเย็นนั้น ยิ่งขับให้เขาดูอันตราย
"รหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์หลักคือ 0809..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้น ทำเอาเท้าของฉันชะงักกึก
"เผื่อเธออยากจะประหยัดเวลาแฮก"
รอยยิ้มบนหน้าฉันแข็งค้างไปในเสี้ยววินาที
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมากระทบจมูก เมื่อชายหนุ่มตรงหน้าก้าวเดินเข้าหา มันเป็นกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบคออย่างช้า ๆ เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ก ก่อนจะดึงแท็บเล็ตขนาดเล็กออกมา วางกระแทกมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าฉันเสียงดังปึก
หน้าจอแท็บเล็ตสว่างวาบ ปรากฏภาพกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์... มุมกล้องถ่ายทอดจากกรอบรูปภาพวาดสีน้ำมันบนผนัง ซูมให้เห็นภาพผู้หญิงมัดผมทรงซาลาเปาลวก ๆ กำลังนั่งรัวคีย์บอร์ดแฮกข้อมูลตาเป็นมัน ชัดเจนระดับ 4K ชนิดที่ว่าเห็นแม้กระทั่งยี่ห้อเสื้อฮู้ดลดราคาที่ฉันใส่อยู่
‘ไอ้หน้าเลือดหวังไห่ จ่ายค่าจ้างฉันแค่ห้าหมื่นหยวน ทั้ง ๆ ที่ห้องนี้มีพญามารยืนคุม มีกล้องวงจรปิดซ่อน รู้งี้ ฉันจะเรียกสักห้าล้านก็ไม่น้อยไปด้วยซ้ำ’
“หึ” กู้ฉือเจิงแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง "หวังไห่จ่ายให้เธอเท่าไหร่ ถึงได้กล้าเอาชีวิตมาทิ้งในห้องนี้?"
สมองของฉันประมวลผลเร็วจี๋ ในเมื่อโดนจับโป๊ะได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ การแถหน้าด้าน ๆ ต่อไปก็เหมือนการเอาหัวไปพาดเขียง ฉันจึงยืดตัวขึ้น เก็บกวาดรอยยิ้มโง่งมเมื่อครู่นี้ทิ้งไปจนหมด
"ความลับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญค่ะ" ฉันตอบเสียงเรียบ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่าสายตาจะเผลอล็อกเป้าไปที่นาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์บนข้อมือซ้ายของเขาโดยอัตโนมัติ
"แต่ถ้าประธานกู้ยินดีจ่าย 'ค่าฉีกสัญญา' ให้ ฉันก็พร้อมจะเปลี่ยนเจ้านายทันทีนะคะ"
‘นาฬิกาเรือนนั้นซื้อห้องเช่าฉันได้สิบห้อง ถ้าเขย่งตัวกัดหน้าปัดแตก ฉันต้องทำงานชดใช้กี่ชาติเนี่ย’
ขายตัวให้ใครก็เหมือนกัน ตราบใดที่เงินโอนเข้าบัญชีตรงเวลาและคุ้มค่าความเสี่ยง กฎเหล็กของการเป็นฟรีแลนซ์หน้าเงินคือต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเสมอ
กู้ฉือเจิงหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาหลังเลนส์แว่นฉายชัดถึงความประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิด เขาคงไม่คิดว่าหัวขโมยกระจอก ๆ ที่ถูกต้อนจนมุมจะกล้ามาต่อรองราคาต่อหน้าเขา
"ออกไปให้หมด" เขาสั่งเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาไปจากฉัน
บอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสองคนโค้งคำนับ ก่อนจะเดินออกจากห้องและปิดประตูล็อกรหัสผ่านจากด้านนอกเสียงดังคลิก
บรรยากาศในห้องสวีทกว้างขวางพลันหดแคบลงจนน่าอึดอัด กู้ฉือเจิงก้าวประชิดตัวฉันเพียงสามก้าว ความสูงที่แตกต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตรทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเสียเปรียบ
สัญชาตญาณเอาตัวรอดร้องเตือนให้ฉันถอยหลังหนี แต่ส้นผ้าใบขอบเน่าของฉันก็ชนเข้ากับบานกระจกหน้าต่างด้านหลังเสีย
เอาล่ะ ตอนนี้ ฉันหมดทางหนีโดยสมบูรณ์
