บทที่ 10 เดินเป็นเป็ด
‘ไอ้บอสโรคจิต ไอ้ตู้เอทีเอ็มหื่นกาม กางเกงในทรงสายสิญจน์ประดับลูกไม้แบบนี้ จะเอาพื้นที่ทุ่งหญ้าสเตปป์ที่ไหนไปแปะปีกผ้าอนามัย แค่เป้านิดเดียวยังปิดอะไรแทบไม่มิด ขืนแปะกาวลงไป เดิน ๆ อยู่ผ้าอนามัยหลุดพรวดลงไปกองตรงตาตุ่ม ฉันไม่ต้องกัดลิ้นตัวเองตายหน้าแผนกสูติฯ เลยหรือไง?’
ฉันยืนกำกางเกงในลูกไม้แน่น หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและอยากจะปาทิ้งลงชักโครก แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพยายามบรรจงแปะแผ่นผ้าอนามัยลงบนเศษผ้าลูกไม้นั้นอย่างทุลักทุเล และสวดมนต์อ้อนวอนในใจขออย่าให้กาวมันหลุด
สิบนาทีต่อมา ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยสภาพที่ดูดีขึ้นมากในชุดเดรสผ้าทวีตหรูหรา... ทว่าท่วงท่าการเดินของฉันกลับพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี
ฉันต้องเดินหนีบต้นขาเข้าหากัน ค่อย ๆ ก้าวเตาะแตะทีละก้าวราวกับเป็ด เพราะกลัวเหลือเกินว่าขยับตัวแรงแล้วกาวผ้าอนามัยจะหลุดลอกออกจากลูกไม้ราคาแพง
กู้ฉือเจิงที่ยืนรออยู่หน้าประตูขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นท่าเดินของฉัน เขาหรี่ตาลง "ขาเป็นอะไร ทำไมเดินแบบนั้น"
"ปะ... เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็นอะไร" ฉันอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ หลบสายตาคมกริบที่จ้องจับผิด
"ถ้าไม่ได้เป็นอะไรก็เดินให้มันปกติ" เขาสั่งเสียงดุ
"หรือต้องให้ฉันให้หมอตรวจช่วงล่างของเธอซ้ำอีกรอบ?"
หน้าฉันร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีเมื่อเขาพูดจาคุกคามออกมาต่อหน้าพยาบาลที่เพิ่งเข็นรถมารอรับ
"ไม่ใช่นะคะ! ก็... ก็ชุดชั้นในที่คุณให้คนเอามาให้ มันไม่เหมาะจะใส่ตอนเป็น ปจด. นี่คะ" ฉันเผลอตะโกนสวนกลับไปอย่างเหลืออด
กู้ฉือเจิงเลิกคิ้วสูง นัยน์ตาฉายแววฉงน "อะไรคือ ปจด.?"
ฉันกลอกตาแทบจะหมุนได้สามร้อยหกสิบองศา ‘แหม ทีเรื่องเจาะระบบปั่นหุ้นล่ะฉลาดเป็นกรด ทีเรื่องแค่นี้ทำเป็นสมองกลับ คำย่อเบสิกของมนุษย์ผู้หญิงแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ’
"ประจำเดือนไงคะท่านประธาน" ฉันกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างลืมกลัวตาย
"กางเกงในลูกไม้เว้าสูงของคุณมันแปะผ้าอนามัยไม่อยู่ค่ะ เข้าใจหรือยังคะว่าทำไมฉันถึงต้องเดินเหมือนเป็ด"
สิ้นเสียงของฉัน พยาบาลสาวก็ถึงกับต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำจนไหล่สั่น ส่วนกู้ฉือเจิงหน้าตึงไปชั่วขณะ ริ้วรอยความกระดากอายจาง ๆ พาดผ่านใบหน้าหล่อเหลาที่เคยวางมาดนิ่งขรึม
เขาแอมป์ในลำคอแก้เก้อ ก่อนจะก้าวประชิดตัวฉัน "ถ้าเดินไม่สะดวกก็บอก..." ท่อนแขนแกร่งขยับทำท่าจะช้อนตัวฉันขึ้น
"ฉันจะอุ้มเธอไปเอง"
"ไม่ต้องค่ะ" ฉันรีบเด้งตัวหนี ถอยหลังกรูดไปนั่งแหมะลงบนรถเข็นวีลแชร์ที่พยาบาลเตรียมไว้อย่างรวดเร็วราวกับนินจา
"ฉันระวังเองได้ค่ะ ไม่รบกวนท่านประธานหรอกค่ะ"
พูดจบฉันก็รีบหันไปกดกริ่งเรียกพยาบาลรัว ๆ "คุณพยาบาลคะ รีบพาฉันไปแผนกสูติฯ เถอะค่ะ ฉันอยากไปจากตรงนี้จะแย่แล้ว"
พยาบาลสาวรีบเข็นรถพาฉันพุ่งทะยานไปตามโถงทางเดิน VIP อย่างรู้งาน โดยมีร่างสูงใหญ่ของประธานกู้เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามมาติด ๆ ด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก
แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาก็ทำเอาคนไข้และพยาบาลคนอื่น ๆ ต้องหลีกทางให้เป็นแถบ
สิบห้านาทีต่อมา ณ แผนกสูตินรีเวช VIP
บรรยากาศในห้องตรวจแผนกนี้แตกต่างจากแผนกฉุกเฉินลิบลับ ที่นี่หอมกลิ่นอโรมาอ่อน ๆ และเปิดเพลงคลาสสิกคลอเบา ๆ แต่รังสีเยือกแข็งที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของกู้ฉือเจิง กลับทำให้ดอกไม้ประดับห้องแทบจะเหี่ยวเฉา
"สวัสดีค่ะคุณหมอ" ฉันเอ่ยทักทายอาจารย์หมอสูติฯ วัยสี่สิบต้น ๆ ที่นั่งส่งยิ้มละมุนละไมอยู่หลังโต๊ะตรวจ
"สวัสดีค่ะ วันนี้คนไข้ต้องการมาปรึกษาเรื่องอะไรคะ"
"เอ่อ..." ฉันอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ บีบมือตัวเองแน่นบนตัก
"มา... ตรวจร่างกายค่ะ"
‘มาตรวจร่างกายก่อนถูกเชือดน่ะสิ จะให้บอกหมอยังไงว่ามาตรวจภายใน แถมพญามารข้าง ๆ นี่ยังจะมาขอใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่าตัวเองปลอดโรค ก่อนจะบังคับซะบึลาฮากันแบบไร้เครื่องป้องกันในรอบหน้า ฉันหน้าหนาก็จริง แต่เรื่องแบบนี้มันกระดากปากนะ’
"ตรวจร่างกายทั่วไปใช่ไหมคะ" หมอถามอย่างใจดี
"ตรวจภายในและสุขภาพทางเพศอย่างละเอียดครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกู้ฉือเจิงแทรกขึ้นมาดื้อ ๆ เขาไม่ได้ขยับตัวจากหน้าประตู แต่คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ามากลางวง
"ผมต้องการใบรับรองแพทย์ว่าผมสะอาด ปราศจากโรคติดต่อ เพราะใครบางคนแถวนี้เขาจะได้มั่นใจ... และรบกวนจัดการฝังยาคุมกำเนิดให้เธอด้วยครับ"
‘กรี๊ดดด! ไอ้ตู้เอทีเอ็มปากสว่าง! เรื่องแบบนี้เขาพูดกันหน้าตายกลางห้องตรวจแบบนี้เลยเหรอ! คุณท่านจะโพล่งตรงไปไหน ไม่เหลือพื้นที่ให้ฉันยางอายบ้างเลยหรือไง’
ฉันอ้าปากพะงาบ ๆ หน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกตำลึงสุก แต่อาจารย์หมอกลับยังคงรักษารอยยิ้มระดับมืออาชีพไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีแม้แต่อาการตกใจกับความขวานผ่าซากของท่านประธาน
"เข้าใจแล้วค่ะ ตรวจเพื่อเตรียมความพร้อม... หรือในกรณีนี้คือการคุมกำเนิดระยะยาวนะคะ" คุณหมอจดข้อมูลลงในแท็บเล็ตอย่างคล่องแคล่ว
"โชคดีมากเลยค่ะที่คนไข้กำลังมีประจำเดือนพอดี เพราะตามหลักการแพทย์แล้ว การฝังยาคุมในช่วงหนึ่งถึงห้าวันแรกของการมีประจำเดือน จะทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ป้องกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอค่ะ"
หลังจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และเจาะเลือดส่งแล็บเสร็จสิ้น ฉันก็ถูกพาไปจัดการฝังหลอดยาคุมกำเนิดขนาดจิ๋วลงใต้ผิวหนังบริเวณท้องแขน
"เรียบร้อยแล้วค่ะ แผลฝังเข็มเล็กนิดเดียว บริเวณท้องแขนอาจจะมีรอยช้ำอยู่บ้างสักสองสามวันนะคะ" อาจารย์หมอเอ่ยด้วยรอยยิ้มละมุนละไม หลังจากจัดการปิดพลาสเตอร์กันน้ำให้เสร็จสรรพ
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" ฉันลูบพลาสเตอร์กันน้ำที่แปะทับรอยแผลเบา ๆ รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก
‘อย่างน้อยสวัสดิการของหย่งเหย่อกรุ๊ปก็ครอบคลุมถึงการคุมกำเนิดฟรีล่ะนะ... ถึงเจ้านายจะยืนหน้ายักษ์เหมือนอยากจะกินหัวฉันแทนข้าวเช้าก็เถอะ’
