บทที่ 11 ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้

"ส่วนเรื่องฮอร์โมน..." คุณหมอหันไปหาผู้ชายเพียงคนเดียวในห้อง ที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบนิตยสารธุรกิจ

"ช่วงแรกคนไข้อาจจะมีอารมณ์แปรปรวน หรือมีเลือดกะปริบกะปรอยบ้างเป็นเรื่องปกตินะคะ"

"ใช้เวลาปรับตัวนานแค่ไหน" น้ำเสียงของกู้ฉือเจิงราบเรียบ แต่แฝงความกดดันจนพยาบาลผู้ช่วยต้องแอบลอบกลืนน้ำลาย

"ประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ค่ะ" คุณหมอตอบอย่างใจเย็น ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางห้องด้วยรอยยิ้มการค้า

"และเนื่องจากคนไข้อยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนพอดี แถมร่างกายยังดู... เอ่อ... อ่อนเพลียมาก หมอขอสั่งให้งดกิจกรรมเข้าจังหวะ หรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยเจ็ดวันนะคะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและให้ร่างกายได้พักฟื้นเต็มที่"

"เจ็ดวัน?"

คิ้วเข้มของประธานกู้กระตุกเข้าหากันทันที นัยน์ตาภายใต้เลนส์แว่นฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด "มีวิธีที่เร็วกว่านี้ไหม"

คุณหมอสูติฯ ยิ้มค้างไปครู่หนึ่ง คงไม่คิดว่าจะมีใครกล้าต่อรองเรื่องเวลาพักฟื้นของมดลูก "ธรรมชาติของผู้หญิงต้องใช้เวลาค่ะท่านประธาน รบกวนอดทนสักนิดนะคะ"

ฉันก้มหน้างุด ซ่อนรอยยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงรูหูของตัวเองเอาไว้สุดฤทธิ์

‘วันแดงเดือดจงเจริญ! เจ็ดวันนี้ฉันรอดตายแล้วโว้ย! อยากจะจุดพลุฉลองหน้าโรงพยาบาลจริง ๆ สีหน้าพญามารตอนโดนคุณหมอสั่งเบรกหัวทิ่มนี่มันบันเทิงกว่าดูคลิปหมาตกน้ำในโต๊วอินอีก’

"เข้าใจแล้ว" เขากัดกรามตอบเสียงแข็ง ก่อนจะตวัดสายตาดุดันมาทางฉัน

"เดินไหวไหม หรือต้องให้ฉันอุ้ม"

"หะ... ไหวค่ะ! ไหวแน่นอน" ฉันรีบเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ตรวจราวกับติดสปริง ขืนปล่อยให้เขาอุ้มฉันออกจากแผนกสูติฯ ในสภาพใส่กางเกงในซีทรูลูกไม้ พรุ่งนี้รูปฉันคงได้ขึ้นหน้าหนึ่งแท็บลอยด์ซุบซิบของปักกิ่งแน่ ๆ

เวลา 13.00 น. ณ ห้องสวีท โรงแรมห้าดาว

การเดินทางกลับมาที่โรงแรมเต็มไปด้วยความอึดอัด กู้ฉือเจิงนั่งเงียบกริบตลอดทาง แผ่รังสีเย็นชาจนฉันต้องพยายามเบียดตัวเองให้ลีบติดประตูรถมายบัคมากที่สุด

ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องสวีทเข้ามา ฉันก็พบว่ากองเลือดสยองขวัญบนเตียงคิงไซซ์ถูกจัดการทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเซ็ตใหม่เอี่ยมเรียบร้อยแล้วด้วยการจัดการของผู้ช่วยเฉินที่ยืนสแตนด์บายรออยู่

ผู้ช่วยเฉินค้อมศีรษะทักทายเจ้านาย ก่อนจะวางแฟ้มหนังสีดำขลับลงบนโต๊ะอาหารกระจกใส

กู้ฉือเจิงเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งหัวโต๊ะ ปลดกระดุมสูทออกด้วยท่วงท่าสบาย ๆ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ เขาพยักพเยิดหน้าไปทางแฟ้มหนังนั่น

"อ่านซะ แล้วเซ็นชื่อตรงหน้าสุดท้าย"

ฉันเดินกระย่องกระแย่งไปทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม หยิบแฟ้มหนังนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างระแวดระวัง หัวกระดาษพิมพ์ตัวหนาหราว่า 'สัญญาว่าจ้างผู้ช่วยส่วนตัว (ฉบับพิเศษ)'

แค่เห็นคำว่าฉบับพิเศษ หางตาฉันก็กระตุกยิก ๆ ฉันกวาดสายตาอ่านเงื่อนไขข้อตกลงที่พิมพ์ไว้ละเอียดยิบ แล้วก็แทบจะพ่นไฟออกมา

"เดี๋ยวสิคะ" ฉันเงยหน้าขึ้นขวับ ชี้ไปที่กระดาษในมือ

"ข้อ 3.2 ฝ่าย ข. (ฉัน) ต้องสแตนด์บายรอรับคำสั่งจากฝ่าย ก. (คุณ) ตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามปิดเครื่อง ห้ามขาดการติดต่อ... นี่มันสัญญาจ้างทาสยุคอาณานิคมชัด ๆ

แล้วข้อ 4.1 นี่อีก ห้ามมีปฏิสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด... คุณจะบ้าเหรอ ถ้าฉันลื่นล้มแล้วมีผู้ชายมาช่วยพยุง ฉันไม่ต้องโดนปรับเงินจนล้มละลายหรือไง"

"ฉันมีบอดี้การ์ดคอยตามประกบเธอ ไม่มีทางที่เธอจะลื่นล้มจนต้องให้หมาตัวอื่นมาช่วยพยุงแน่นอน" เขาตอบกลับหน้าตาย ยกแก้วน้ำแร่ขึ้นจิบช้า ๆ

"มันไม่ใช่ประเด็นค่ะ" ฉันตบโต๊ะดังปัง ลืมความเจ็บปวดที่ท้องน้อยไปชั่วขณะ

"และที่แย่ที่สุดคือข้อ 5 ฝ่าย ข. ต้องย้ายภูมิลำเนาไปพักอาศัยร่วมกับฝ่าย ก. ตามที่อยู่ระบุไว้... นี่มันเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวนะคะ สิทธิมนุษยชนของฉันอยู่ที่ไหน พื้นที่ส่วนตัวของฉันล่ะ"

กู้ฉือเจิงไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับอาการโวยวายของฉันเลยแม้แต่น้อย เขาวางแก้วน้ำลง เอื้อมมือมาพลิกกระดาษในแฟ้มของฉันไปที่หน้าสุดท้าย ซึ่งเป็นเอกสารแนบท้ายระบุเรื่อง 'ค่าตอบแทนและสวัสดิการ'

ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนตัวเลขบรรทัดแรกเบา ๆ

ฉันก้มลงมองตาม และเสียงโวยวายทั้งหมดก็ถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคอทันที

เงินเดือนพื้นฐาน: 1,000,000 หยวน / เดือน (ยังไม่รวมโบนัสรายครั้งตามความพึงพอใจของฝ่าย ก.)

สวัสดิการเพิ่มเติม: บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงิน (Black Card) สำหรับใช้จ่ายส่วนตัว 1 ใบ, วงเงินชอปปิ้งเสื้อผ้าเครื่องสำอางรายเดือน, และที่พักระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีฟรีตลอดสัญญา

‘หนึ่งล้านหยวนต่อเดือน บัตรแบล็กการ์ด โบนัสไม่อั้น... สิทธิมนุษยชนมันกินไม่ได้ แต่เงินเดือนระดับนี้เหมาชาบูหม่าล่าได้ทั้งชาติ ศักดิ์ศรีมีไว้ทำไมถ้าบัญชียังติดลบ

อย่างน้อย ยอมเป็นทาสนายทุนหน้าเลือดสักระยะจะเป็นไรไป ล้มตัวลงนอนเฉย ๆ ให้เขากระแทก (แถมตอนนี้ยังได้พักร้อนเจ็ดวัน) แลกกับรายได้ที่มากกว่าซีอีโอบริษัทมหาชนบางคนเสียอีก’

"มีปัญหาอะไรกับพื้นที่ส่วนตัวอีกไหม" เขากระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาใต้กรอบแว่นสีเงินฉายแววรู้ทันทะลุปรุโปร่ง

"ไม่มีค่ะ" ฉันฉีกยิ้มหวานหยดย้อยประจบประแจง คว้าปากกาหมึกซึมยี่ห้อมองต์บลองค์ที่วางอยู่ข้าง ๆ มาจรดปลายเซ็นชื่อ 'หลินมู่มู่' ลงไปในช่องว่างอย่างรวดเร็วและสวยงามที่สุดในชีวิต โดยไม่คิดจะอ่านเงื่อนไขข้ออื่นอีกต่อไป

"พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันคะ ในเมื่อฉันรับเงินเดือนคุณแล้ว ร่างกายนี้ พื้นที่นี้ ก็เป็นของประธานกู้ทั้งหมดเลยค่ะ"

ฉันยื่นแฟ้มกลับไปให้เขาด้วยสองมืออย่างนอบน้อม กู้ฉือเจิงรับไปเปิดดูลายเซ็น ก่อนจะส่งต่อให้ผู้ช่วยเฉินที่รับไปจัดการต่อด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ตามฉบับมือขวาผู้แสนดี

"ผู้ช่วยเฉิน จัดการเคลียร์หนี้พนันของพ่อเลี้ยงเธอให้เรียบร้อย และปิดบัญชีนั้นซะ อย่าให้มีพวกทวงหนี้ขยะมากวนใจคนของฉันได้อีก"

"รับทราบครับบอส"

ประธานกู้หันกลับมามองฉันที่กำลังนั่งยิ้มแฉ่งนับตัวเลขในบัญชีล่วงหน้า เขาหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้าที่

"ฉันให้เวลาเธอเก็บของที่รูหนูนั่นหนึ่งชั่วโมง" เขาเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกระจก นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นฉายแววอันตราย

"ถ้ามาช้ากว่านั้น ฉันจะไปรับเธอด้วยตัวเอง... และลงโทษเธอในรถ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป