บทที่ 12 ย้ายเข้าถ้ำหมาป่า

"ถ้ามาช้ากว่านั้น ฉันจะไปรับเธอด้วยตัวเอง... และลงโทษเธอในรถ"

คำขู่ที่มาพร้อมกับรังสีอำมหิตนั้นทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว ภาพความคับแคบของเบาะหลังรถมายบัคและลีลาเครื่องตอกเสาเข็มพลังนิวเคลียร์ของกู้ฉือเจิงแล่นเข้ามาในหัวอัตโนมัติ

‘แค่บนเตียงคิงไซซ์ กระดูกฉันก็แทบจะแหลกเป็นผุยผงอยู่แล้ว ขืนไปโดนจัดหนักในรถ ฉันคงได้กลายเป็นศพไร้ญาติจริง ๆ แน่! สิบห้าล้านก็สิบห้าล้านเถอะ ขอเอาชีวิตรอดก่อนดีกว่า’

ฉันไม่รอช้า รีบกระโดดขึ้นแท็กซี่พุ่งตรงกลับไปยังห้องเช่ารูหนูใต้หลังคาของตัวเองทันที ภายในเวลาสี่สิบห้านาที ฉันก็กระหืดกระหอบลากกระเป๋าเป้ใบเน่าที่อัดแน่นไปด้วยแล็ปท็อปและอุปกรณ์ยังชีพ

พร้อมกับถุงกระสอบพลาสติกสีรุ้งใบใหญ่ ลงมายืนหอบแฮ่กอยู่หน้าตึก โดยมีรถตู้คันหรูของหย่งเหย่อกรุ๊ปจอดเทียบฟุตบาทรอรับอยู่แล้ว

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดใจกลางย่าน CBD ของปักกิ่ง

ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก นำฉันเข้าสู่อาณาจักรของพญามารอย่างเป็นทางการ พื้นหินอ่อนสีดำขลับสะท้อนแสงไฟระย้าคริสตัลระยิบระยับ การตกแต่งสไตล์มินิมอลโทนสีดำ-เทา-ขาวที่ดูเย็นชาแต่ตะโกนคำว่า 'แพงระยับ' ออกมาในทุกตารางนิ้ว

‘โอ้โห... แค่โคมไฟแชนเดอเลียร์ตรงโถงทางเดินนั่นก็พอจ่ายค่าเช่าห้องฉันได้สิบปีแล้วมั้ง สวรรค์ของคนรวยมันเป็นแบบนี้นี่เอง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขยะเปียกที่หลงเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เลยแฮะ’

"เชิญทางนี้ครับคุณมู่มู่"

เสียงราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้นดึงสติฉันกลับมา ผู้ช่วยเฉินยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าห้องนั่งเล่น ใบหน้าของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน ในมือถือเครื่องสแกนโลหะและเครื่องตรวจจับสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุดของกองทัพ

"บอสสั่งให้ผมตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชิ้นของคุณก่อนนำเข้าเพนต์เฮาส์ครับ เพื่อป้องกันการแฝงสปายแวร์ เครื่องดักฟัง หรือระบบติดตามตัว รบกวนวางกระเป๋าเป้และโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะด้วยครับ"

ฉันเบิกตากว้าง มองผู้ช่วยเฉินสลับกับเครื่องสแกนในมือเขาคิดในใจ

‘ด่านตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีเหนือหรือไง! บัญชีธนาคารก็มีเงินตั้งเยอะแยะ ทำไมขี้ระแวงจังฮะ แฮกเกอร์ระดับฉันถ้าจะเจาะระบบจริง ๆ ไม่ต้องพกเครื่องดักฟังมาให้โง่หรอก แค่ใช้ไมโครเวฟในห้องครัวฉันก็แฮกได้แล้ว’

แต่เพื่อความสงบสุข(และสวัสดิภาพของเงินในบัญชี) ฉันจึงยอมรูดซิปกระเป๋าเป้ หยิบแล็ปท็อปคู่ใจและโทรศัพท์มือถือหน้าจอร้าวส่งให้ผู้ช่วยเฉินตรวจเช็กอย่างว่าง่าย

เครื่องสแกนส่งเสียงดังติ๊ด ๆ ขณะที่ผู้ช่วยเฉินลากมันผ่านอุปกรณ์ของฉันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฉันยืนถอนหายใจโล่งอก เตรียมจะก้มลงไปยกถุงกระสอบสีรุ้ง

ทว่าแล้ว... ความเย็นเฉียบก็แล่นวาบจากสันหลังขึ้นมาถึงท้ายทอย

แฟลชไดรฟ์!

ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในกระเป๋ากางเกงวอร์มตัวเก่งที่ฉันใส่อยู่ มีแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเท่านิ้วก้อยซ่อนอยู่ มันไม่ใช่แฟลชไดรฟ์เก็บเพลง MP3 ธรรมดา แต่มันอัดแน่นไปด้วย 'โค้ดไวรัส' และ 'ฐานข้อมูลลูกค้าสายเทา' ที่ฉันแอบแฮกมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

ถ้ายอมให้ผู้ช่วยเฉินสแกนเจอและเอาไปตรวจสอบ... ความลับเรื่องที่ฉันเพิ่งแฮกบัญชีเมียน้อยของประธานบริษัทคู่แข่งหย่งเหย่อกรุ๊ปเมื่ออาทิตย์ก่อนต้องแตกแน่ ๆ แล้วประธานกู้คงจับฉันหักคอโยนลงมาจากชั้นห้าสิบฐานเป็นตัวอันตราย

"คุณมู่มู่ครับ รบกวนกางแขนออกด้วยครับ ผมต้องสแกนตามตัวเพื่อความแน่ใจ" ผู้ช่วยเฉินเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับยกเครื่องสแกนขึ้นมา

"ดะ... เดี๋ยวสิคะ!" ฉันร้องเสียงหลง ถอยกรูดไปด้านหลังหนึ่งก้าว ทำทีเป็นยกมือขึ้นกอดอก

"ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะมาสแกนตามตัวกันโต้ง ๆ แบบนี้ได้ยังไง ฉันขอเวลาแป๊บหนึ่ง... ขอจัดเสื้อผ้าก่อน"

ไม่รอให้เลขาหน้านิ่งอนุญาต ฉันรีบหันหลังขวับ ใช้ความไวระดับที่แม้แต่กล้องวงจรปิดก็ยังจับภาพไม่ทัน ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงวอร์ม คว้าแฟลชไดรฟ์เจ้าปัญหาออกมา แล้วยัดมันพรวดลงไปในคอเสื้อฮู้ด ซุกซ่อนมันไว้ใต้ ฟองน้ำเสริมอึ๋ม บราเซียลูกไม้ตัวใหม่ที่เพิ่งได้มาจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

แฟลชไดรฟ์โลหะเย็นเฉียบแนบสนิทไปกับผิวเนื้อเนินอก แต่ฉันต้องแสร้งทำเป็นกระแอมไอ จัดคอเสื้อให้เข้าที่ ก่อนจะหันกลับมากางแขนออกด้วยรอยยิ้มซื่อบริสุทธิ์ที่สุดในชีวิต

"เชิญสแกนได้เลยค่ะ ฉันบริสุทธิ์ใจร้อยเปอร์เซ็นต์"

‘ขอบคุณฟองน้ำหนาสามเซนติเมตร ร่องอกของฉันคือตู้เซฟนิรภัยที่ปลอดภัยที่สุดในปักกิ่งตอนนี้ ต่อให้เครื่องสแกนจะดังตี๊ด ๆ ผู้ช่วยเฉินก็คงคิดว่าเป็นโครงเหล็กเสื้อชั้นในนั่นแหละ... แล้วถ้าเขาขืนขอล้วงเข้ามาตรวจ ประธานกู้ได้เตะเขาตกตึกแน่’

ผู้ช่วยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของฉัน แต่เขาก็ทำหน้าที่สแกนตั้งแต่หัวจรดเท้า เครื่องส่งเสียงเตือนเบา ๆ บริเวณหน้าอกตามคาด แต่เขาก็เพียงแค่พยักหน้ารับรู้โดยไม่ได้ซักไซ้จู้จี้ตามที่ฉันคาดเดาไว้จริง ๆ

"เรียบร้อยครับ ทุกอย่างปลอดภัย" ผู้ช่วยเฉินเก็บเครื่องมือลง

"เชิญนำสัมภาระเข้าไปด้านในได้เลยครับ"

ฉันลอบถอนหายใจยาวจนแทบจะหมดปอด คว้าเป้และถุงกระสอบสีรุ้งเดินเตาะแตะเข้าไปในโซนห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางจนสามารถเตะตะกร้อได้

กริ๊ก...

เสียงเปิดประตูไม้บานใหญ่จากฝั่งซ้ายของเพนต์เฮาส์ดังขึ้น กู้ฉือเจิงก้าวออกมาจากห้องทำงาน นัยน์ตาภายใต้เลนส์แว่นสีเงินกวาดมองฉันที่กำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กลางห้องด้วยสายตาดุดันและประเมินค่า

เขาอยู่ในชุดสเวตเตอร์คอเต่าสีดำสนิทและกางเกงสแล็กสีเข้ม แม้จะเป็นชุดอยู่บ้านสบาย ๆ แต่ไม้แขวนเสื้อระดับเทพเจ้านั่นก็ยังทำให้เขาดูคุกคามและทรงอำนาจจนฉันเผลอกลั้นหายใจ

"ตรงเวลาใช้ได้" เขาเอ่ยเสียงเรียบพอใจ ก่อนสายตาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ถุงกระสอบพลาสติกสีรุ้งในมือฉัน พลันคิ้วเข้มกระตุกเข้าหากันทันที

"นั่นมันขยะอะไร"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป