บทที่ 13 ทวงสิทธิ์พื้นที่ส่วนตัว

"นี่สัมภาระของฉันค่ะท่านประธาน" ฉันรีบกอดถุงสีรุ้งไว้แน่น

"เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวทั้งนั้น ไม่ใช่ขยะนะคะ"

"เอาไปทิ้งให้หมด" เขาออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดโดยไม่เสียเวลาคิด

"เพนต์เฮาส์ของฉันไม่มีที่ว่างให้เก็บเศษผ้าขยะพวกนั้น พรุ่งนี้ผู้ช่วยเฉินจะพาเธอไปรูดบัตรซื้อใหม่ทั้งหมด แบรนด์อะไรก็ได้ที่มันไม่ระคายเคืองสายตาฉัน"

‘ไอ้เศรษฐีหน้าเลือด เสื้อยืดตัวละสิบเก้าหยวนของฉันมันไปทำร้ายเยื่อบุตาคุณตรงไหนฮะ เดี๋ยวนะ... ตามสัญญา ฉันรูดบัตรซื้อใหม่ทั้งหมด แบรนด์ต่าง ๆ ชาแนล ดิออร์ กุชชี่ แม่จะกวาดให้เรียบเลยคอยดูเถอะ’

ฉันกลืนคำด่าลงคอไปอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มประจบประแจงทันที "รับทราบค่ะบอส ทิ้งหมดเลยค่ะ ไม่เหลือแม้แต่กางเกงในตัวเดียวก็ยังได้ค่ะ"

กู้ฉือเจิงแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ กับความหน้าเงินที่เปลี่ยนสีไวกว่ากิ้งก่าของฉัน เขาก้าวเดินเข้ามาช้า ๆ รองเท้าสลิปเปอร์ราคาแพงเหยียบย่ำลงบนพรมเปอร์เซียทอมือผืนยักษ์ที่ปูลาดอยู่กลางห้องนั่งเล่น

‘แค่พรมเปอร์เซียผืนนี้ก็แพงกว่าค่าตัวฉันทั้งปีแล้วมั้ง ถ้าฉันเผลอทำน้ำชากระเด็นใส่ หรือทำเศษขนมร่วงลงไป เขาจะจับฉันหักคอหรือหักเงินเดือนก่อนเนี่ย ชีวิตคนสู้ชีวิตอย่างฉันมันอยู่ยากจริง ๆ’

"ในเมื่อย้ายเข้ามาแล้ว ก็ต้องรู้จักกฎของที่นี่" เขาหยุดยืนห่างจากฉันเพียงสองก้าว กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาผสมซีดาร์วูดจาง ๆ ลอยมากระทบจมูก

"กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามพาใครเข้ามาในเพนต์เฮาส์นี้เด็ดขาด กฎข้อที่สอง... เวลาฉันต้องการ เธอต้องพร้อมเสมอ และกฎข้อที่สาม..."

เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน

"พื้นที่ทุกตารางนิ้วในเพนต์เฮาส์นี้คือของฉัน... รวมทั้งตัวเธอด้วย"

ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง แต่สัญชาตญาณแม่ค้าที่ต้องต่อรองเพื่อความอยู่รอดก็สั่งให้ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้

"ในเมื่อฉันต้องอยู่ที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง..." ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ฝืนยิ้มใจดีสู้เสือ

"ฉันก็ควรจะมี 'เซฟโซน' หรือพื้นที่ปลอดภัยเป็นของตัวเองบ้างสิคะ อย่างน้อยก็เอาไว้สำหรับนั่งทำงานส่วนตัว..."

ฉันชี้นิ้วสั่น ๆ ไปยังโซฟาหนังตัวแอลสีดำสนิทที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทีวีจอยักษ์

"อย่างน้อยก็... โซฟาตัวนั้น ฉันขอประกาศให้มันเป็นเขตปลอดการถูกคุกคามได้ไหมคะท่านประธาน?"

กู้ฉือเจิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นฉายแววขบขันที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด

"เขตปลอดการถูกคุกคาม?" เขาเอ่ยทวนคำเสียงเรียบ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

"ตกลง โซฟาตัวนั้นจะเป็นพื้นที่ของเธอ"

ฉันแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ รีบพุ่งหลาวไปยึดครองโซฟาหนังตัวแอลทันที กางแล็ปท็อปคู่ใจออกเพื่อเตรียมเริ่มงานรับจ้างปั่นกระแสที่ค้างไว้

ถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกขอบคุณทักษะการเจรจาต่อรองของตัวเองที่ยังใช้งานได้ดีแม้ในยามคับขัน อย่างน้อยในเพนต์เฮาส์ที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับสนามกอล์ฟแห่งนี้ ฉันก็มีมุมเล็ก ๆ ให้พักพิงใจโดยไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะโดนพญามารจับกิน

ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แสงไฟจากตึกระฟ้าในย่าน CBD สว่างไสวเป็นประกายแข่งกับดวงดาว ฉันนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา นิ้วรัวคีย์บอร์ดสลับแอ็กเคานต์ปลอมกว่ายี่สิบบัญชีเพื่อคอมเมนต์อวยลูกค้าระดับวีไอพี

‘งานปั่นคอมเมนต์เรตห้าเหมาต่อโพสต์ คืนนี้ต้องทำยอดให้ได้สักห้าร้อยหยวน ค่าเน็ตเพนต์เฮาส์แรงระดับทะลุมิติแบบนี้ต้องใช้ให้คุ้ม ระดับมหาเศรษฐีอย่างเขาคงไม่มานั่งเช็กบิลค่าไฟรายเดือนหรอกมั้ง’

ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง เสียงน้ำจากห้องอาบน้ำเงียบไปแล้ว สักพักประตูห้องนอนใหญ่ก็เปิดออก กู้ฉือเจิงเดินออกมาในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีดำสนิทที่ผูกเอวไว้อย่างหลวม ๆ เส้นผมสีเข้มที่มักจะถูกเซ็ตทรงเนี้ยบกริบตลอดเวลา

บัดนี้ตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อยแถมยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ประปราย กลิ่นสบู่อาบน้ำหอมสดชื่นผสมผสานกับกลิ่นไม้กฤษณาประจำตัวของเขาลอยฟุ้งไปทั่วห้อง

โซฟาตัวนี้กว้างตั้งสามเมตร แถมยังมีอาร์มแชร์ราคาแพงตั้งอยู่รอบ ๆ อีกหลายตัว แต่ประธานกู้กลับเลือกที่จะเดินตรงดิ่งมาทิ้งตัวลงนั่งเบียด... ย้ำว่าเบียดลงบนพื้นที่ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดข้าง ๆ ฉัน

โซฟายุบยวบลงตามน้ำหนักตัวของเขา ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนต้นขาของเราแทบจะแนบชิดกัน

ฉันตัวแข็งทื่อ ค่อย ๆ หันไปมองหน้าเขาอย่างระแวดระวัง "บอสคะ... ที่นั่งอื่นก็มีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมานั่งเบียดตรงนี้ด้วยคะ"

"โซฟานี่ฉันเป็นคนซื้อ" เขาตอบหน้าตาย สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอทีวีที่ไม่ได้เปิด

"ฉันจะนั่งตรงไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน"

‘ไอ้คนตระบัดสัตย์ ไหนบอกว่าตรงนี้เป็นเซฟโซนไง กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเอาผิดนายทุนหลอกลวงแบบนี้ได้ไหมเนี่ย โซฟาตั้งกว้าง ทำไมต้องมาทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดเบียดฉันด้วยฮะ’

ฉันพยายามรักษามารยาทด้วยการขยับเขยิบตัวหนีไปทางพนักพิงอีกด้านหนึ่ง แต่กู้ฉือเจิงกลับขยับตามมาติด ๆ หนำซ้ำเขายังโน้มตัวมาด้านหน้า แผงอกกว้างที่โผล่พ้นสาบเสื้อคลุมอาบน้ำเฉียดแผ่นหลังของฉันไปเพียงมิลลิเมตรเดียว

"กำลังทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอจนขนอ่อนของฉันลุกซู่

"ทะ... ทำงานค่ะ" ฉันตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามหดคอหนีสัมผัสที่ชวนให้ใจสั่น

"งานอะไร" เขาถามต่อ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มของฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป