บทที่ 14 เซพโซนไม่มีอยู่จริง
"พิมพ์เร็วจนมองไม่ทันเลยนะ"
"ก็... งานทั่วไปค่ะ" ฉันรีบใช้มือบังหน้าจอแล็ปท็อปไว้ ขืนบอสใหญ่แห่งวงการโซเชียลมีเดียมาเห็นว่าฉันกำลังใช้โปรแกรมสลับแอ็กเคานต์ผีเพื่อปั่นคอมเมนต์หลอกลวงประชาชนในแพลตฟอร์มของเขา ฉันอาจจะโดนฟ้องข้อหาละเมิดกฎแพลตฟอร์มจนหมดตัวก็ได้
ทว่าพญามารไม่ได้ยอมแพ้ง่าย ๆ มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นมาจับข้อมือของฉันที่บังหน้าจอไว้ออกอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ส่วนมืออีกข้าง... กลับเลื่อนมากุมทับลงบนมือของฉันที่กำลังจับเมาส์อยู่
ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ทะลุผ่านหลังมือของฉันไปจนถึงหัวใจ นิ้วเรียวยาวของกู้ฉือเจิงสอดประสานเข้ากับนิ้วของฉัน บังคับให้ฉันขยับเมาส์เลื่อนหน้าจอลงอย่างช้า ๆ
"อืม... รับจ้างปั่นกระแสให้ดาราหน้าใหม่นี่เอง" เขาอ่านข้อความบนหน้าจอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะขยับนิ้วกดคลิกซ้ายโดยมีมือของฉันเป็นเพียงแผ่นรอง
"คลิกตรงนี้สิ จะได้เปลี่ยนบัญชีเร็วขึ้น... แล้วก็อย่าใช้ IP เดิมซ้ำกันเกินสามครั้ง ระบบอัลกอริทึมของบริษัทฉันจับได้ง่ายจะตายไป"
‘บอสคะ นี่คุณกำลังสอนฉันแฮกแพลตฟอร์มโซเชียลของบริษัทคุณเองอยู่นะ สมองฝั่งซีอีโอของคุณลัดวงจรไปแล้วหรือไง หรือว่าฟีโรโมนหลังอาบน้ำมันทำให้ตรรกะความผิดชอบชั่วดีของคุณบกพร่องฮะ ชี้โพรงให้กระรอกชัด ๆ’
ฉันพยายามจะชักมือกลับ แต่เขากลับออกแรงกดทับไว้แน่นขึ้น แผงอกกว้างเบียดชิดแผ่นหลังของฉันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วง กลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขากำลังทำให้สมาธิในการทำงานของฉันแตกกระเจิง
"ปะ... ประธานกู้ ปล่อยมือเถอะค่ะ ฉันทำเองได้" ฉันเอ่ยเสียงสั่น หายใจไม่ทั่วท้อง
เขาไม่ตอบ แต่กลับเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเฉียดผ่านใบหูของฉัน
"เจ็ดวัน..." เขากระซิบเสียงพร่า ความหมายแฝงนัยยะบางอย่างที่ทำเอาฉันหน้าร้อนฉ่า
"หมอบอกให้ฉันอดทนเจ็ดวัน"
"ขะ... เข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ ต้องเชื่อฟังหมอนะคะ" ฉันพยายามพูดตะล่อม ขยับตัวหนีการเกาะกุม
"แต่หมอไม่ได้ห้าม..." กู้ฉือเจิงเว้นจังหวะ
มือใหญ่ที่กุมทับมือฉันอยู่บนเมาส์ละออกไปช้า ๆ ก่อนจะเลื้อยสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซซ์ของฉันอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วร้อนผ่าวแตะลงบนผิวหน้าท้องจนฉันสะดุ้งเฮือก เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหู...
"ในถิ่นของฉัน... ห้ามใส่เสื้อผ้าที่มันมิดชิดเกินความจำเป็น เข้าใจไหม หลินมู่มู่?"
คำขู่ที่มาพร้อมกับปลายนิ้วร้อนจัดซึ่งกำลังลูบไล้ผิวหน้าท้องของฉัน ทำเอาสติสัมปชัญญะที่พยายามรวบรวมมาตลอดทั้งค่ำคืนแตกกระเจิง
ความร้อนจากฝ่ามือใหญ่แผ่ทะลุผ่านเนื้อผ้า นัยน์ตาคมกริบที่ไร้กรอบแว่นบดบังของกู้ฉือเจิงในระยะประชิดเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้ กลิ่นไม้กฤษณาผสมซีดาร์วูดลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนฉันแทบจะสำลักฟีโรโมนของเพศผู้
'ตู้เอทีเอ็มผีสิงกำลังจะทำงานรวนอีกแล้ว ถึงฉันจะหน้าเงินแค่ไหน แต่ถ้ายอมให้เขาปล้ำตอนนี้ หมอสูติฯ ต้องด่าฉันเปิงจนต้องเอาปี๊บคลุมหัวเดินออกจากโรงพยาบาลแน่ ๆ'
"ปะ... ประธานกู้คะ" ฉันรีบตะครุบมือใหญ่ที่กำลังจะเลื้อยสูงขึ้นไปกว่าผิวหน้าท้องเอาไว้แน่น ฝืนฉีกยิ้มใจดีสู้เสือทั้งที่เหงื่อเย็น ๆ เริ่มซึมตามไรผม
"คุณลืมคำสั่งของอาจารย์หมอไปแล้วเหรอคะ เจ็ดวันนะคะ เจ็ดวัน"
กู้ฉือเจิงชะงัก คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากันทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยข้ออ้างทางการแพทย์ "ฉันแค่จะตรวจดูว่าแผลฝังยาคุมของเธออักเสบหรือเปล่า"
"แผลมันอยู่ตรงท้องแขนค่ะท่านประธาน ไม่ใช่หน้าท้อง" ฉันเถียงคอเป็นเอ็น รีบงัดเอาไม้ตายทางการเงินขึ้นมาขู่
"ถ้าคุณตบะแตกทำผิดกฎช่วงพักฟื้น ฉันจะถือว่าคุณละเมิดข้อตกลงด้านความปลอดภัยของพนักงานนะคะ ฉันจะเก็บ 'ค่าปรับผิดสัญญาคุมประพฤติ' นาทีละแสนหยวน หักจากบัตรแบล็กการ์ดที่คุณเพิ่งให้มาด้วย"
ชายหนุ่มหรี่ตาลงมองคนหน้าเงินที่กล้าตั้งกฎปรับเงินเขาในบ้านของเขาเอง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นในลำคอเบา ๆ
กู้ฉือเจิงยอมดึงมือกลับออกไปอย่างแสนเสียดาย ทว่าก่อนที่เขาจะผละออกไป ร่างสูงใหญ่กลับโน้มตัวลงมาหา ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้มเข้าที่ติ่งหูของฉันอย่างแรงจนฉันสะดุ้งเฮือก
"โอ๊ย!"
"เก็บดอกเบี้ยล่วงหน้า"
เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อคลุมอาบน้ำให้เข้าที่ด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเมื่อครู่นี้ไม่ได้ทำตัวเป็นหมาป่าหิวโซ
"ครบเจ็ดวันเมื่อไหร่... เธอเตรียมตัวจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนให้ฉันได้เลย หลินมู่มู่"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนใหญ่ไปได้เพียงสองก้าว ก่อนจะชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาปรายตามองฉันที่ยังนั่งกุมหูหน้าแดงอยู่บนโซฟา
"ยังจะนั่งบื้ออยู่อีก ตามเข้ามา" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
ฉันลูบใบหูที่ยังร้อนผ่าวของตัวเอง ก่อนจะชี้มือสั่น ๆ ไปที่เบาะหนัง "เอ่อ... ประธานกู้คะ เรื่องตู้เสื้อผ้าฉันจะรอให้ผู้ช่วยเฉินพาไปรูดบัตรซื้อใหม่พรุ่งนี้ตามคำสั่งค่ะ แต่ว่า... เรื่องที่นอนล่ะคะ? โซฟาตัวที่ฉันจองไว้..."
"ในสัญญาระบุว่าเธอเป็น 'กระสอบทรายบนเตียง' ไม่ใช่ 'พนักงานเฝ้าโซฟา' หลินมู่มู่"
เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูม โดยมีฉันจำใจเดินคอตกตามเข้าไปติด ๆ
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ฉันก็แทบจะอ้าปากค้าง ห้องนอนของเขากว้างกว่าห้องเช่ารูหนูของฉันสามห้องรวมกันเสียอีก ตรงกลางคือเตียงคิงไซส์หลังมหึมาที่ปูด้วยชุดเครื่องนอนผ้าไหมสีเข้ม ถัดไปคือวอล์กอินคลอเซ็ตที่ใหญ่โตอลังการราวกับโชว์รูมแบรนด์เนม
"ตู้เสื้อผ้าฝั่งซ้ายนั่นเป็นของเธอ ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมเสร็จก็เอามาจัดเข้าตู้ซะ" กู้ฉือเจิงพยักพเยิดหน้าไปทางโซนตู้กระจกที่ว่างเปล่า ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งปลายเตียงคิงไซซ์ ตบเบาะผ้าไหมเบา ๆ สองที
"เตียงนี้กว้างพอให้เธอกลิ้งหนีฉันได้ทั้งคืน... แต่จำไว้ว่า สุดท้ายเธอก็ต้องนอนบนเตียงนี้ และนอนใต้ร่างฉันอยู่ดี"
คำประกาศสิทธิ์ขาดนั่นทำเอาฉันขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เหมือนเพิ่งตระหนักความจริงลึกซึ้งว่า... ในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ คำว่า 'เซฟโซน' ไม่มีอยู่จริง
