บทที่ 15 ผู้ช่วยกำมะลอ

สามวันต่อมา

เวลา 10.30 น. ณ อาคารสำนักงานใหญ่ หย่งเหย่อกรุ๊ป

'ฉันขอถอนคำพูดที่ว่าตำแหน่งทาสรักของประธานกู้เป็นงานสบาย... นี่มันนรกของการถูกจองจำชัด ๆ'

ฉันนั่งถอนหายใจยาวเหยียดอยู่บนโซฟาหนังแท้ชุดใหญ่ในห้องทำงานซีอีโอสุดหรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า กวาดสายตามองการตกแต่งที่เต็มไปด้วยไม้ราคาแพงและงานศิลปะที่ดูขึงขังน่าเกรงขาม

หลังจากผ่านเหตุการณ์คืนนั้น กู้ฉือเจิงก็เข้าสู่โหมด 'หมาพิทบูลหวงกระดูก' ขั้นสุดยอด เขาไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว อ้างว่าฉันเป็นพนักงานที่รับเงินเดือนไปแล้ว ต้องมาทำหน้าที่ 'ผู้ช่วยส่วนตัว' คอยสแตนด์บายรับคำสั่ง

แต่หน้าที่ผู้ช่วยที่ว่า... คือการถูกหิ้วมานั่งแหมะอยู่บนโซฟาในห้องทำงานเขา มีหน้าที่แค่นั่งหายใจทิ้ง กินขนมที่เลขาหน้าห้องเอามาเสิร์ฟ และคอยรับรังสีอำมหิตเวลาที่เขานั่งปั้นหน้ายักษ์เซ็นแฟ้มเอกสาร

ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันวีแชต นิ้วรัวพิมพ์ข้อความระบายความอัดอั้นส่งหา 'โจวปิง' เพื่อนสนิทและโบรกเกอร์สายดาร์กของฉัน

[รับจบทุกงานถ้าเงินถึง]: ปิงปิง ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว บอสโรคจิตบังคับให้ฉันมานั่งเป็นกระถางต้นไม้ในออฟฟิศเขาทุกวันเลย ค่าโอทีก็ไม่มี แถมแอร์ที่นี่ก็หนาวจนกระดูกจะแข็งแล้วเนี่ย

[สายสืบใต้เตียงไฮโซ]: แหม แกก็บ่นไปงั้นแหละย่ะ ได้นั่งส่องผู้ชายหล่อระดับสมบัติของชาติทั้งวันแถมมีบัตรแบล็กการ์ดให้รูดเล่น ยัยเศรษฐีนีฝึกหัด แกยังจะเอาอะไรอีก

[รับจบทุกงานถ้าเงินถึง]: เอาอิสรภาพไง! ฉันมีงานปั่นคอมเมนต์ค้างอยู่อีกตั้งสามเจ้า ขืนเปิดคอมพิวเตอร์แฮกอะไรในนี้ ระบบความปลอดภัยบริษัทเขาได้จับสัญญาณฉันได้หมดพอดี

[สายสืบใต้เตียงไฮโซ]: เออ พูดถึงบริษัทเขา... แกพอจะรู้ไหมว่า 'ผู้ช่วยเฉิน' ชอบกินอะไรเป็นพิเศษ ปกติเห็นกินแต่กาแฟดำหน้าตึง ๆ

[รับจบทุกงานถ้าเงินถึง]: อ้าว ๆ ถามทำไมยะ? อย่าบอกนะว่าแกเล็งเลขาหน้านิ่งคนนั้นอยู่น่ะ

ฉันแอบอมยิ้ม พิมพ์ข้อความแซวเพื่อนรักกลับไป ทว่ายังไม่ทันได้กดส่ง สัมผัสเย็นเยียบก็แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง

"แชตหาใคร"

ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับเบาะโซฟาทันที กู้ฉือเจิงที่ตอนแรกนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนนี้กลับมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังโซฟาที่ฉันนั่ง นัยน์ตาใต้กรอบแว่นสีเงินหรี่ลงอย่างจับผิด

"คุยกับโจวปิงค่ะ เรื่องผู้หญิงทั่วไป" ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้ม ปั้นหน้าซื่อตาใส

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์เรือนหรู "ฉันต้องไปประชุมบอร์ดบริหารที่ห้องย่อยฝั่งตรงข้ามประมาณยี่สิบนาที"

เขาเดินอ้อมโซฟามาหยุดยืนตรงหน้าฉัน โน้มตัวลงมาใช้ปลายนิ้วเชยคางฉันขึ้นเบา ๆ "นั่งรออยู่ตรงนี้ อย่าซน และห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหม"

"รับทราบค่ะบอส ฉันจะนั่งตัวติดโซฟาเป็นสติกเกอร์เลยค่ะ" ฉันฉีกยิ้มประจบประแจง พยักหน้ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน

กู้ฉือเจิงพอใจกับคำตอบ เขาปล่อยมือจากคางฉัน คว้าแฟ้มเอกสารจากโต๊ะทำงานแล้วเดินออกประตูห้องไป พร้อมกับสั่งให้เลขาหน้าห้องห้ามใครเข้ามารบกวน

ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิท ฉันก็พรูลมหายใจยาว ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนโซฟาราคาแพงอย่างหมดสภาพ เตรียมตัวจะหยิบมือถือขึ้นมาเมาท์กับโจวปิงต่อ

กริ๊ก... ปัง!

แต่ความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่ถึงห้านาที ประตูห้องทำงานซีอีโอก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยเสียงร้องห้ามของเลขาหน้าห้อง

"คุณหนูเซี่ยคะ เข้าไปไม่ได้นะคะ ท่านประธานสั่งห้าม..."

"หลบไป ฉันเป็นคู่หมั้นของพี่ฉือเจิง กล้าดียังไงมาขวาง"

ฉันผุดลุกขึ้นนั่งขวับ ทว่าคนที่ก้าวฉับ ๆ เข้ามากลับไม่ใช่กู้ฉือเจิง

เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบาง สวมชุดเดรสแบรนด์เนมคอลเล็กชันล่าสุดตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มอย่างประณีต แต่แววตาที่มองตรงมาทางฉันกลับเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและดูแคลนราวกับกำลังมองดูถุงขยะเปียก

'เซี่ยหว่านอิง' ... ลูกสาวคนเล็กของตระกูลเซี่ย ไฮโซสาวที่มักจะมีข่าวซุบซิบตามหน้าสื่อว่าเป็น 'ว่าที่คู่หมั้น' ของกู้ฉือเจิง ซึ่งฉันเคยรับจ้างทีมพีอาร์ของหล่อนปั่นกระแสข่าวนี้อยู่สองสามครั้ง

"เธอน่ะเหรอ หลินมู่มู่" น้ำเสียงของเซี่ยหว่านอิงแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหู เธอเดินกรีดกรายเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะรับรอง กอดอกมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

"คิดว่าพี่ฉือเจิงสั่งทำบัตรผ่าน VVIP ชั้นผู้บริหารให้ผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ แล้วมันจะรอดพ้นสายตาฉันไปได้งั้นเหรอ?" เธอเบะปาก

"สภาพอย่างกับเด็กสลัม พี่ฉือเจิงตาบอดหรือไงถึงได้หิ้วขยะอย่างเธอมาซ่อนไว้ในห้องทำงาน"

'อ๋อ... ที่แท้ก็แอบติดสินบนพนักงานฝ่ายบุคคลที่ทำบัตรเข้าตึกนี่เอง เป็นคู่หมั้นภาษาอะไรถึงต้องมานั่งจ้างคนคอยตามสืบ ตามหึงหวงเนี่ยนะ น่าเวทนาแท้'

'ขยะสลัมงั้นเหรอ... หนึ่งคำด่าเท่ากับห้าหมื่นหยวน บัญชีนี้ฉันจดลงสมุดหนี้ในใจเรียบร้อยแล้วยัยคุณหนู'

ฉันไม่ได้ตอบโต้ด้วยการสาดน้ำลายหรือลุกขึ้นไปตบตีแบบนางเอกละครหลังข่าว เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ กะพริบตาปริบ ๆ มองการกระทำของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

เมื่อเห็นฉันเอาแต่เงียบ เซี่ยหว่านอิงคงคิดว่าฉันกลัวจนหัวหด เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแอร์เมสใบหรู หยิบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ออกมาแผ่นหนึ่ง ก่อนจะโยนมันกระแทกหน้าฉัน กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะกระจกตรงหน้าฉันพอดี

"รับนี่ไปซะ แล้วไสหัวออกไปจากชีวิตของพี่ฉือเจิง" เซี่ยหว่านอิงเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ถ้าเธอยังหน้าด้านเกาะเขาอยู่ล่ะก็ ฉันจะทำให้เธอไม่มีที่ยืนในปักกิ่งเลยคอยดู"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป