บทที่ 2 คุก หรือ เตียงคิงไซซ์

แผ่นหลังของฉันแนบชิดกับความเย็นเฉียบของกระจก แต่กลับสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้า กู้ฉือเจิงยกแขนข้างหนึ่งขึ้นยันกระจกเหนือศีรษะฉัน กักขังฉันไว้ในพื้นที่แคบ ๆ ระหว่างตัวเขากับทัศนียภาพยามค่ำคืนของปักกิ่ง

"เปลี่ยนเจ้านายงั้นเหรอ" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังกลั้วหัวเราะเยาะ

"คิดว่าตัวเองมีราคาพอให้ฉันยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าฉีกสัญญาไหม หลินมู่มู่"

ชื่อของฉันที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั่นทำเอาฉันลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ

"คุณ... รู้จักฉัน?"

"แฮกเกอร์สายเทาที่รับจ้างทำงานสกปรกให้บริษัทคู่แข่งทั่วปักกิ่ง มีหนี้พนันของพ่อเลี้ยงที่บ่อนมาเก๊าติดตัวอยู่สามล้านหยวน อาศัยอยู่ในห้องเช่าใต้หลังคาซอมซ่อแถบชานเมือง..."

นิ้วเรียวยาวของเขาที่ดูเหมือนพร้อมจะหักคอคนได้ตลอดเวลายื่นมาตรงหน้า ก่อนจะบีบเข้าที่ปลายคางของฉัน บังคับให้เชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาตรง ๆ

"ไม่มีอะไรในเมืองนี้ที่ฉันอยากรู้แล้วจะหาไม่ได้"

ฉันกลืนน้ำลายยากลำบากเมื่อถูกมือของเขาบีบรั้งไว้ พร่ำบ่นในใจยาวเหยียด

‘หมอนี่ สืบประวัติได้ไวกว่า ประกันตรวจประวัติลูกค้าระบบตรวจสอบเครดิตบูโรอีก รู้อย่างนี้ตอนรับงานน่าจะขอให้โจวปิงทำประกันชีวิตพ่วงไว้ด้วยก็ดีสิ’

ขณะที่ฉันพยายามฝืนคางออกจากการเกาะกุมของเขา แต่นิ้วแข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กนั้นกลับเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนฉันต้องยอมอยู่นิ่ง ๆ ภายใต้นัยน์ตาภายใต้กรอบแว่นสีเงินของเขา ชัดเจนว่า เขาไม่ได้มองฉันในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่มองเหมือนฉันเป็นเพียงมดปลวกที่เขาสามารถบี้ให้แหลกคามือเมื่อไหร่ก็ได้

"ในเมื่อคุณรู้ประวัติฉันหมดแล้ว งั้นก็คงรู้ว่าฉันทำงานคุ้มค่าจ้างเสมอ" ฉันกัดฟันตอบ พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุด

"ถ้าคุณยอมปล่อยฉันไป ฉันยินดีจะแฮกเซิร์ฟเวอร์ของหวังไห่กลับให้ฟรี ๆ ถือซะว่าเป็นโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง..."

"ฉันไม่ต้องการโปรโมชั่นขยะ" เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย

"ทางเลือกของเธอมีแค่สองทาง หลินมู่มู่"

กู้ฉือเจิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นหอมของมินต์อ่อน ๆ เป่ารดลงบนใบหูของฉัน ทำเอาขนอ่อนหลังคอตั้งชัน

"ทางเลือกแรก..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและคุกคาม

"ฉันจะส่งตัวเธอพร้อมหลักฐานทั้งหมดให้ตำรวจ ข้อหาจารกรรมข้อมูลทางธุรกิจของหย่งเหย่อกรุ๊ป เตรียมตัวไปนั่งกินข้าวแดงในคุกสักสิบปี"

ฉันกลืนน้ำลายเอื้อก ภาพตัวเองใส่ชุดนักโทษนั่งเย็บกระสอบลอยเข้ามาในหัวทันที

"หรือทางเลือกที่สอง..." เขาเว้นจังหวะ ปลายนิ้วหัวแม่มือที่บีบคางฉันอยู่เลื่อนมาไล้เบา  ๆ ที่มุมปากของฉัน

"ฉันจะเคลียร์หนี้สามล้านหยวนของพ่อเลี้ยงเธอให้ทั้งหมด พร้อมเช็คเงินสดอีกเจ็ดล้าน แลกกับการที่เธอต้องมาเป็น 'กระสอบทรายส่วนตัว' ของฉัน"

ข้อเสนอที่หลุดออกมาทำเอาสมองของฉันช็อตไปดื้อ ๆ

"กะ... กระสอบทรายส่วนตัว?" ฉันทวนคำเสียงหลง

"นี่คุณจะจ้างฉันไปเป็นคู่ซ้อมมวยเหรอ! ไม่ได้นะ ฉันไม่มีประกันสุขภาพ ถ้าซี่โครงหักขึ้นมาค่ารักษาพยาบาลมันแพงกว่า..."

"บนเตียง" เขาสอดคำขึ้นมาดื้อ ๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองประเมินเรือนร่างของฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

"เป็นของเล่นระบายอารมณ์ของฉัน ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อฉันต้องการ"

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ

‘อะไรนะ สิบล้านหยวน! ถอนออกมาปูเป็นที่นอนยังเหลือที่ว่างให้กลิ้งเล่นได้สบาย ๆ! หุ่น V-shape มาตรฐานนายแบบระดับท็อปขนาดนี้ ถ้าตีเป็นเรตจ้างบาร์โฮสต์เกรดพรีเมียม ฉันคงไม่มีปัญญาจ่ายแน่ แต่นี่เขาจะจ่ายให้ฉัน... นี่มัน พลิกวิกฤตเป็นเศรษฐีนีชัด ๆ’

สมองส่วนบัญชีของฉันเริ่มดีดลูกคิดรางแก้วอย่างบ้าคลั่ง แม้ว่าสัญชาตญาณส่วนลึกจะเตือนว่าผู้ชายตรงหน้าอันตรายเกินกว่าจะไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ตัวเลขสิบล้านหยวนมันสว่างวาบกระแทกตาเสียจนความหวาดกลัวปลิวหายไปกว่าครึ่ง

"ว่ายังไง" เขาถามย้ำเมื่อเห็นฉันนิ่งไป

"คุก หรือ ฉัน"

ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้จริงจังราวกับกำลังเจรจาธุรกิจพันล้าน "สิบล้านนั่น... รวมค่าล่วงเวลาหลังเที่ยงคืน หรือสวัสดิการวันหยุดนักขัตฤกษ์ด้วยหรือเปล่าคะ ประธานกู้"

แววตาของกู้ฉือเจิงกระตุกไปเล็กน้อย เขาคงไม่เคยเจอใครที่กล้าหน้าด้านต่อรองสวัสดิการยิบย่อยในสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังจะโดนจับส่งตำรวจแบบนี้ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง มือใหญ่ที่จับคางฉันอยู่เปลี่ยนเป้าหมายเป็นคว้าเข้าที่ต้นแขนของฉันอย่างแรง

"ดูเหมือนเธอจะยังไม่เข้าใจสถานะของตัวเองนะ ยัยเด็กหน้าเงิน"

เขาออกแรงกระชากเพียงครั้งเดียว ร่างของฉันก็ปลิวหวือหลุดจากการพิงบานกระจก กู้ฉือเจิงลากตัวฉันให้เดินตามเขาไปที่กลางห้องอย่างไม่ปรานี ท่าทีสุขุมเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความก้าวร้าวเอาแต่ใจ

"โอ๊ย! เบาหน่อยสิคะ เสื้อฮู้ดตัวนี้ฉันเพิ่งซื้อมาราคาเต็มเลยนะ" ฉันโวยวายพยายามขืนตัวไว้ แต่แรงของเขาเยอะราวกับปีศาจ

ร่างของฉันถูกเหวี่ยงลอยหวือ ก่อนจะตกลงไปจุกอยู่บนกลางเตียงคิงไซซ์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าไหมอิตาลีเนื้อนุ่มลื่น ความนุ่มของมันไม่ได้ช่วยลดความตื่นตระหนกของฉันลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ตามลงมาทาบทับ ปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง

เขากดไหล่ฉันลงกับฟูกเตียงคิงไซซ์ โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอันตรายลงมากระซิบชิดริมฝีปาก...

"ฉันจะจ่ายให้เธอสามเท่า แต่ร่างกายเธอ... ต้องเป็นของฉันคนเดียวตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป"

ประโยคนั้นดังสะท้อนไปมาในโสตประสาทของฉันราวกับระบบประกาศเตือนภัยในตึกที่กำลังไฟไหม้

'สามเท่า... สามสิบล้านหยวน ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์พลิกชีวิตแล้ว แต่นี่มันคือการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อลอตเตอรี่สักหยวน!'

ฉันพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งของเขาไว้ แต่กล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตสั่งตัดนั่นแน่นเสียจนฉันนึกว่าตัวเองกำลังออกแรงผลักกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป