บทที่ 3 ต่อรองราคากับมัจจุราช

กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาผสมซีดาร์วูดของเขาโอบล้อมตัวฉันไว้ทุกทิศทาง มันเป็นกลิ่นที่คุกคามและหรูหรา ปิดกั้นอากาศบริสุทธิ์จนฉันเริ่มตาลาย หายใจไม่ทั่วท้อง

ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป สัญชาตญาณดิบของฉันกรีดร้องเตือนให้รีบหาทางหนี แต่ตัวเลขเจ็ดหลักที่ลอยอยู่ตรงหน้ากลับทำหน้าที่เหมือนกาวชั้นดีที่ติดหนึบอยู่กับสมองส่วนความโลภ

"สามสิบล้าน" ฉันทวนตัวเลขเสียงแหบพร่า พยายามดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่องเข้ารอย

กู้ฉือเจิงยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาใต้กรอบแว่นสีเงินหรี่ลงอย่างจับผิด เขาไม่ได้ขยับตัวออกห่าง น้ำหนักตัวของเขายังกดทับลงมาจนฉันรู้สึกได้ถึงความแข็งขึงบางอย่างที่กำลังตื่นตัวเบียดเสียดอยู่บริเวณหน้าขาของฉัน

"ที่ฉันยอมจ่ายหนัก ไม่ใช่แค่เพื่อเอาเธอมานอนครางใต้ร่างฉัน แต่เพราะทักษะสกปรก ๆ บนคีย์บอร์ดของเธอด้วย... นับตั้งแต่วินาทีนี้ ร่างกายและสมองของเธอเป็นของฉันคนเดียว เป็นหมาเฝ้าบ้านในระบบเครือข่ายของฉัน แล้วฉันจะปกป้องเธอจากพวกมาเฟียทวงหนี้เอง"

ข้อเสนอที่หลุดออกมาทำเอาสมองของฉันช็อตไปดื้อ ๆ 'อ๋อ... ฉันเข้าใจล่ะ! ที่เขายอมจ่ายหนักให้แฮกเกอร์ที่เคยหยามเขา ไม่ใช่เพราะพิศวาสอะไรหรอก แต่เขาต้องการ 'ถอนทุนคืน' ต่างหาก!

คงเจ็บใจที่โดนฉันล้วงคอ เลยกะจะเอาเงินฟาดหัว ซื้อฉันไปเป็นทาสแรงงานไอทีควบตำแหน่งกระสอบทรายบนเตียงเพื่อใช้งานให้คุ้มค่าล่ะสิ คิดจะใช้ฉันเป็นไม้กันหมาเวลามีคนมาโจมตีระบบบริษัทด้วยแน่ ๆ หัวหมอสุด ๆ'

'แต่ก็นะ... เพื่อเงินก้อนโต จะให้เป็นทาสรับใช้หรือกระสอบทราย ฉันก็สู้ตายค่ะบอส'

"ตัวเลขน่าสนใจมากค่ะท่านประธานกู้ แต่ในวงการฟรีแลนซ์ของเรามีกฎเหล็กอยู่อย่างหนึ่งนะคะ" กู้ฉือเจิงยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาใต้กรอบแว่นสีเงินหรี่ลงอย่างจับผิด...

"กฎอะไร" เขากระซิบถาม ชิดเสียจนริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูของฉัน

"ต้องจ่ายมัดจำล่วงหน้าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก่อนเริ่มงานค่ะ" ฉันฝืนฉีกยิ้มที่คิดว่าดูน่าเชื่อถือที่สุด ทั้งที่ตอนนี้ตัวเองกำลังนอนแผ่หลาหมดสภาพอยู่ใต้ร่างของผู้ชายทรงอิทธิพลที่สุดในปักกิ่ง

"และเนื่องจากงานนี้เป็นงาน... เอ่อ... ใช้แรงงานหนักและมีความเสี่ยงสูง ฉันขออนุญาตรับเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีทันที ไม่รับเช็คนะคะ กลัวเช็คเด้ง"

'หน้าด้านไว้หลินมู่มู่! ถ้าโดนปล้ำฟรีขึ้นมา ศาลแรงงานก็ไม่รับฟ้องนะโว้ย ขืนยอมให้เขากินฟรี คืนนี้ฉันคงขาดทุนย่อยยับจนต้องไปนั่งขอทานหน้าสถานีรถไฟใต้ดินแน่'

กู้ฉือเจิงนิ่งงันไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาจากลำคอ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่บ่งบอกว่าอารมณ์ดี แต่เป็นเสียงของนักล่าที่กำลังประหลาดใจกับความอวดดีของเหยื่อตัวจ้อยที่กล้าต่อรองราคาก่อนจะถูกขย้ำ

เขาผละน้ำหนักตัวออกจากร่างฉันช้า ๆ แต่ยังคงใช้ท่อนแขนแกร่งคร่อมกักขังฉันไว้ไม่ให้พลิกตัวหนีไปไหนได้ กู้ฉือเจิงใช้มือเพียงข้างเดียวปลดเนกไทผ้าไหมสีเทาเข้มออกอย่างเชื่องช้า ท่าทางของเขาดูคุกคามและทรงอำนาจเสียจนฉันเผลอกลั้นหายใจ

เขาโยนเนกไททิ้งไปบนพรมเปอร์เซียอย่างไม่ไยดี ราวกับเศษผ้าขี้ริ้วราคาถูก ก่อนจะจัดการถอดเสื้อสูทตัวนอกออกตามไป แล้วโยนมันพาดไว้กับพนักเก้าอี้ปลายเตียง จากนั้นนิ้วเรียวยาวก็เลื่อนไปปลดตะขอสายนาฬิกาบนข้อมือซ้าย

เสียงโลหะกระทบกับหน้าโต๊ะกระจกข้างเตียงดังกริ๊กเบา ๆ แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของฉัน

'ปาเต็ก ฟิลิปป์! รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเสียด้วย! นาฬิกาเรือนนั้นซื้อห้องเช่าฉันได้สิบห้องแถมยังมีเงินทอนไปเหมาหมูสามชั้นได้ทั้งตลาด

ถ้ายอมโดนเขากัดสักทีสองที แล้วหาจังหวะแอบฉกนาฬิกาหนีไป จะรอดไหมนะ... ไม่สิ ขาฉันสั้นกว่าเขากว่ายี่สิบเซนติเมตร วิ่งยังไม่ทันพ้นประตูโรงแรมคงโดนบอดี้การ์ดเขาจับหักคอก่อนแน่'

"บัญชีอะไร" เสียงทุ้มดึงสติฉันกลับมาจากแผนการโจรกรรมนาฬิกาบรรลือโลก

"คะ?" ฉันกะพริบตาปริบ ๆ

"ฉันถามว่าเลขที่บัญชีของเธอคืออะไร" เขาล้วงสมาร์ทโฟนสีดำสนิทรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกงสแล็ก ปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"หรือจะให้ฉันจ่ายมัดจำด้วยเช็คส่วนตัวดีล่ะ หลินมู่มู่"

ฉันรีบล้วงสมาร์ทโฟนหน้าจอร้าวที่มีรอยบิ่นตรงมุมออกมาจากกระเป๋ากางเกงวอร์ม เปิดแอปพลิเคชันธนาคารแล้วยื่นคิวอาร์โค้ดไปตรงหน้าเขาทันที ความไวระดับนี้ต่อให้เป็นแชมป์วิ่งร้อยเมตรโอลิมปิกก็ยังต้องยอมศิโรราบ

"โอนผ่านอาลีเพย์หรือวีแชตเพย์ก็ได้ค่ะ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน" ฉันเสนอทางเลือกให้อย่างกระตือรือร้น

"มัดจำสิบห้าล้านหยวน รบกวนประธานกู้ตรวจสอบตัวเลขศูนย์ให้ครบเจ็ดตัวก่อนกดยืนยันด้วยนะคะ ขาดไปแม้แต่ตัวเดียวฉันถือว่าผิดสัญญานะคะ"

กู้ฉือเจิงปรายตามองโทรศัพท์สภาพใกล้พังของฉันด้วยแววตาสมเพชระคนขบขัน เขาก้มลงสแกนคิวอาร์โค้ด ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไม่มีอาการลังเลใด ๆ ให้เห็นแม้แต่น้อย

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารที่ไพเราะที่สุดในโลกดังขึ้น ฉันรีบดึงโทรศัพท์กลับมาดู ยอดเงินคงเหลือในบัญชีที่เคยมีติดอยู่แค่สามร้อยหยวน บัดนี้ถูกอัปเกรดด้วยตัวเลขยาวเหยียดจนฉันต้องยกนิ้วขึ้นมานับหลักหน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น แสน ล้าน สิบล้าน!

'สิบห้าล้านหยวน เข้าบัญชีจริง ๆ ด้วย! บอสคะ บอสคือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งประทับร่างชัดๆ ให้ห้าดาวเต็มไปเลยค่ะ บริการโอนไว ไม่จุกจิก ไม่ถามเยอะ ทะลุเป้าหมายKPIสุด ๆ'

ความตื่นเต้นดีใจทำให้ฉันเผลอยิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม แต่ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน... ทันทีที่ฉันเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ ก็ปะทะเข้ากับสายตาดุดันที่จ้องมองมาเหมือนเสือร้ายที่รอคอยเวลานี้อยู่แล้ว

โทรศัพท์คู่ใจในมือฉันถูกแย่งไปโยนทิ้งไว้บนหมอนข้าง ๆ ปาเต็ก ฟิลิปป์เรือนงามอย่างไม่ไยดี กู้ฉือเจิงคว้าข้อมือทั้งสองข้างของฉันด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะดึงร่างของฉันให้ลุกขึ้นจากเตียงอย่างแรง

"โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยสิคะ" ฉันร้องอุทานเมื่อถูกกระชากจนปลิวหวือตามแรงของเขา

เขาไม่สนใจเสียงประท้วงของฉัน กู้ฉือเจิงต้อนฉันถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานกระจกใสแจ๋วของห้องสวีทอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีการให้เวลาเจรจาต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น เขากดข้อมือฉันตรึงไว้กับกระจกเย็นเฉียบเหนือศีรษะ

"จ่ายมัดจำเรียบร้อยแล้ว"

เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นกวาดมองเรือนร่างของฉันราวกับกำลังประเมินสินค้าที่เพิ่งซื้อมาด้วยราคาสูงลิ่ว

"คราวนี้... ก็ถึงเวลาที่เธอต้องทำงานตามค่าจ้างของฉันเสียที"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป