บทที่ 5 ทดสอบ(งาน)ภาคปฏิบัติ 2/2

"อ๊ะ... เจ็บ..."

ฉันเผลอร้องครางออกมา ปลายนิ้วจิกเกร็งจนขูดขีดไปกับบานกระจกเย็นเฉียบ ร่างกายเกร็งสะท้านรับรู้ถึงความคับแน่นที่บุกรุกเข้ามาจนสุดทาง และมันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดธรรมดา แต่เป็นความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของปราการด่านสุดท้ายที่ฉันหวงแหนมาตลอดยี่สิบสี่ปี

กู้ฉือเจิงชะงักกึก ร่างกายแข็งแกร่งของเขาเกร็งสะท้านไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแคบและอุปสรรคที่ไม่คาดคิด

แววตาหงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงระคนประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อประธานจอมเผด็จการเพิ่งตระหนักได้ว่า... นี่คือครั้งแรกของฉัน

"เดี๋ยวก็ชิน"

เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและลึกล้ำกว่าเดิม ชายหนุ่มหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจเพื่อให้ฉันปรับตัว ภาพการตกแต่งสุดหรูของห้องสวีทเบื้องหลังร่างสูงใหญ่ดูพร่ามัวไปหมดเมื่อหยาดน้ำตาแห่งความจุกเสียดเอ่อคลอขึ้นมา

และเมื่อเขาเริ่มขยับตัว พายุลูกใหญ่ก็พัดกระหน่ำเข้ามาทันที

กู้ฉือเจิงถอนตัวตนออกไปและกระแทกกลับเข้ามาอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้ง จังหวะของเขารวดเร็วดุดันราวกับเครื่องยนต์ที่เร่งสปีดจนสุดไมล์

กระจกหนาด้านหลังสั่นสะเทือนเบา ๆ ตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน ความแข็งแกร่งของเขาทำเอาฉันแทบยืนไม่อยู่ หากไม่มีท่อนแขนแกร่งรั้งเอวไว้ ฉันคงไหลลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ๆ

กู้ฉือเจิงไม่ได้แสดงความเหน็ดเหนื่อยออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบตึงดุดัน มีเพียงแววตาหลังเลนส์แว่นเท่านั้นที่ฉายประกายหิวกระหายราวกับหมาป่าที่เพิ่งได้ลิ้มรสเลือดเป็นครั้งแรก

'นี่บอสกินแบตเตอรี่นิวเคลียร์เป็นอาหารเช้าหรือไง เครื่องยนต์ยังไม่ทันร้อนก็เหยียบมิดไมล์ขนาดนี้... เงินมัดจำสิบห้าล้านที่เพิ่งได้มา จะพอจ่ายค่าหมอนวดจัดกระดูกพรุ่งนี้ไหมเนี่ย!'

ท่อนขาของฉันสั่นเทาจนต้องเกี่ยวตวัดรอบเอวสอบของเขาไว้เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นการเปิดทางให้เขารุกรานเข้ามาลึกซึ้งยิ่งขึ้น แผ่นหลังของฉันเสียดสีกับบานกระจกจนร้อนผ่าว ทุกจังหวะที่เขาขยับขับเคลื่อนคือการตอกย้ำให้รู้ว่าสัญญาทาสฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ

"เรียกชื่อฉัน" เสียงแหบพร่าคุกคามดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดผิวต้นคอจนฉันขนลุกซู่

"ประ... ประธานกู้..."

"กู้ฉือเจิง" เขากัดติ่งหูฉันเบา ๆ เป็นการลงโทษ พร้อมกับสวนสะโพกเข้ามาลึกกว่าเดิมจนฉันต้องเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจ

"เรียกชื่อฉัน... หลินมู่มู่"

"อ๊า... กู้... กู้ฉือเจิง..." ฉันหลุดเสียงครางน่าอายออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สมองที่เคยประมวลผลตัวเลขและรหัสผ่านได้ไวปานแสง ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านจนขาวโพลนไปหมด

'ให้ตายเถอะ... เรตค่าตัวรายชั่วโมงที่ประเมินไว้ตอนแรกมันขาดทุนย่อยยับแน่ ๆ สมองฉัน Error 404 หาราคาประเมินของความรู้สึกนี้ไม่เจอแล้ว'

หยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามขมับและสันกรามคมคายของเขา กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาผสมผสานกับฟีโรโมนดิบเถื่อนทำให้ฉันมึนเมาจนลืมเลือนโลกภายนอกไปสิ้น

เขาปล่อยข้อมือฉันให้เป็นอิสระ เพื่อเปลี่ยนมารั้งเอวคอดของฉันให้เข้าหาตัวมากขึ้น ส่วนมืออีกข้างสอดเข้าไปประคองท้ายทอย บังคับให้ฉันรับจูบที่ดุดันและลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม

ลิ้นของเราเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อนไปพร้อม ๆ กับจังหวะเบื้องล่างที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ จนสติสัมปชัญญะของฉันหลุดลอย

"มองหน้าฉันสิ" เขาถอนจูบออกไปกระซิบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาใต้กรอบแว่นสีเงินวาวโรจน์ไปด้วยแรงปรารถนาที่ไม่อาจปิดบัง

"ให้ค่ำคืนนี้เป็นพยาน... ว่าเธอเป็นของใคร"

พายุอารมณ์พัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งจนถึงขีดสุด กู้ฉือเจิงเร่งจังหวะสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ร่างกายของเราสอดประสานกันแนบแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ความร้อนรุ่มฉีดพล่านเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของฉัน พร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของเขาที่เซ็กซี่จนใจฉันสั่นสะท้าน

แรงกระแทกสุดท้ายทำเอาฉันเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพรมบนพื้นทันทีที่เขาผละออก

ฉันหอบหายใจตัวสั่นระริก สองมือยันพรมเปอร์เซียไว้ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกราวกับเยลลี่ที่โดนความร้อน หลังจากพยายามกอบกู้เศษซากวิญญาณที่เพิ่งถูกสูบออกไปให้กลับคืนมาได้

ฉันนึกว่าการชำระเงินงวดแรกจะจบลงแค่นี้ ทว่าฉันประเมินความหื่นกระหายของมหาเศรษฐีหน้าเลือดต่ำไปมาก...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป