บทที่ 6 ใส่ให้ฉันสิ

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาซ้อนด้านหลัง ก่อนจะช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับฉันเป็นแค่หมอนข้างใบหนึ่ง โลกหมุนคว้างไปชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็ถูกโยนลงมากระแทกกับฟูกเตียงคิงไซซ์เสียแล้ว

ฉันเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาตามมาทาบทับ นัยน์ตาใต้เลนส์แว่นของกู้ฉือเจิงยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับลงง่าย ๆ

"เดี๋ยว... ประธานกู้..." ฉันรีบยกเท้าขึ้นยันแผงอกแกร่งของเขาไว้สุดแรงขาที่ยังสั่นพั่บ ๆ

"คุณเพิ่ง... เสร็จไปนะคะ"

"สิบห้าล้านแลกกับรอบเดียวงั้นเหรอ" เขากระตุกยิ้มมุมปาก มือใหญ่รวบข้อเท้าฉันไว้แล้วดันมันขึ้นพาดบ่ากว้างอย่างเอาแต่ใจ

"เธอประเมินนายจ้างของเธอต่ำไปแล้ว หลินมู่มู่"

จังหวะที่เขากำลังจะแทรกตัวเข้ามาอีกครั้ง ฉันก็ก้มมองและพบว่าเขาไม่ได้หยิบซองฟอยล์สีเงินมาด้วย

"ถุงยางค่ะบอส" ฉันแผดเสียงร้องลั่นพร้อมกับออกแรงดิ้นหนีสุดชีวิต

"Safety First! คุณเพิ่งตกลงไปเมื่อกี้เองนะ"

กู้ฉือเจิงชะงัก ชายหนุ่มกัดกรามกรอดจนเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุ๊บ ๆ ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดเมื่อถูกขัดใจเป็นครั้งที่สอง เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะผละออกไปดึงลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเปิดออกกว้าง

มือใหญ่กวาดกล่องสี่เหลี่ยมหลายซองออกมาเทกระจายลงบนฟูกอย่างหัวเสีย ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นถอดแว่นตาขอบเงินที่เกะกะใบหน้าออก แล้วโยนมันทิ้งไปบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี

ฉันเบิกตากว้างมองกองซองฟอยล์สีเงินบนเตียงที่นับคร่าว ๆ ด้วยสายตาประเมิณแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งโหล

'เดี๋ยว! นี่พี่ท่านกะจะใช้ให้หมดกองนี้เลยเหรอ เครื่องฉันพังพอดี สิบห้าล้านที่ได้มานี่มันจะคุ้มกับค่าซ่อมช่วงล่างไหมเนี่ย!'

หันไปปะทะกับคนตรงหน้า วินาทีนี้ ไม่มีปราการกระจกใสขั้นระหว่างเธอและสายตานัยน์ตาคมกริบของเขา ความดิบเถื่อนและคุกคามราวกับหมาป่าที่หิวโซ ไม่มีอะไรบดบังแล้ว มันเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ทำเอาฉันลืมหายใจ

สายตาคมกริบกวาดมองสภาพของฉัน เสื้อฮู้ดตัวใหญ่ยังคงกองร่นอยู่เหนือเนินอก ส่วนกางเกงวอร์มก็ยังติดอยู่ที่ข้อเท้า ในขณะที่ตัวเขาเองก็ยังมีเสื้อเชิ้ตสั่งตัดหลุดลุ่ยคาดอยู่บนตัว

"เกะกะชะมัด" เขาบ่นพึมพำเสียงต่ำ

ก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว มือแกร่งก็จับขอบกางเกงวอร์มและกางเกงชั้นในของฉัน รูดปรูดเดียวหลุดออกไปจากปลายเท้าแล้วโยนทิ้งไปบนพื้น ตามด้วยการรวบชายเสื้อฮู้ดของฉัน ดึงพรวดเดียวข้ามศีรษะออกไปจนผิวเนื้อของฉันเปลือยเปล่าปะทะแอร์เย็นเฉียบในห้อง

'เสื้อฮู้ดตัวเก่งของฉัน ถึงจะได้มาตอนแฟลชเซลล์แต่มันก็ยังใส่ได้อีกเป็นปีนะ... ไม่สิ บัญชีฉันเพิ่งบวกสิบห้าล้านไปนี่หว่า ช่างเสื้อฮู้ดเน่า ๆ นี่เถอะ พรุ่งนี้ฉันจะเหมาแบรนด์เนมทั้งคอลเล็กชันก็ได้'

กู้ฉือเจิงจัดการลอกคราบฉันเสร็จ เขาก็จัดการกระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก กระดุมมุกราคาแพงร่วงหล่นลงบนที่นอนโดยที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและซิกซ์แพ็กแน่นเปรี๊ยะที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ

เขาฉีกซองฟอยล์ออก แต่แทนที่จะจัดการสวมมันด้วยตัวเอง เขากลับยื่นมันมาจ่อตรงหน้าฉัน นัยน์ตาดุดันแฝงแววเจ้าเล่ห์และต้องการเอาคืนอย่างเห็นได้ชัด

"ใส่ให้ฉันสิ" เขาออกคำสั่งเสียงพร่า

ฉันเบิกตากว้าง ใบหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาจนแทบจะระเบิด "คะ... คุณก็ใส่เองสิคะ เมื่อกี้คุณยังใส่เองได้เลย"

"เมื่อกี้ฉันยอมตามใจเธอไปแล้ว" เขากระตุกยิ้มร้ายกาจ โน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากฉัน

"แต่ตอนนี้... ถ้าเธอไม่หยิบมันมาใส่ให้ฉันด้วยมือของตัวเอง ฉันก็จะถือซะว่าเธอเปลี่ยนใจอยากให้ฉัน 'สด' แล้วนะ"

คำขู่หน้าด้าน ๆ ของเขาทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก

'ไอ้ประธานเผด็จการ! ไอ้ตู้เอทีเอ็มผีสิง! บังคับทำโอทีไม่พอยังจะให้ฉันบริการแบบฟูลคอร์สอีกเหรอ'

ถึงในใจจะก่นด่าไปถึงบรรพบุรุษเขา แต่สองมือของฉันกลับรีบคว้าชิ้นส่วนป้องกันนั่นมาอย่างว่าง่าย หน้าของฉันแดงแปร๊ด มือไม้สั่นเทาและเงอะงะไปหมดตอนที่ต้องสัมผัสกับความแข็งแกร่งร้อนผ่าวของเขา แม้ว่าจะเพื่อเพื่อสวมปราการด่านสุดท้ายให้ตัวเองก็ตาม

ทว่าทันทีที่ฉันจัดการงานชิ้นโบแดงเสร็จ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่แทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างกลางลำตัวของฉัน สองมือใหญ่จับเรียวขาของฉันแยกออกกว้างกว่าเดิมจนไร้ซึ่งทางหนี

"อ้าขาออกอีก หลินมู่มู่..." น้ำเสียงแหบพร่าสั่งการอย่างเอาแต่ใจ สายตาของเขาจดจ้องไปยังจุดกึ่งกลางที่เปิดเปลือย

"ให้ฉันเห็นชัด ๆ ว่าเธอพร้อมทำงานให้ฉันแค่ไหน"

คำพูดหยาบโลนหน้าตายของเขาทำเอาใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้ แต่เมื่อนึกถึงตัวเลขเจ็ดหลักในบัญชี ฉันก็จำใจต้องผ่อนแรงต้านและปล่อยให้เขาเป็นคนคุมเกม

กู้ฉือเจิงไม่รอช้า เขาโถมน้ำหนักตัวลงมาพร้อมกับฝังความแข็งแกร่งเข้ามาจนสุดทางในคราวเดียว

"อ๊ะ! อ๊า..." ฉันหวีดร้องออกมาเมื่อความคับแน่นรุกรานเข้ามาอย่างหนักหน่วง ฟูกเตียงยุบยวบลงตามแรงกระแทกที่ไม่มีการออมแรง ร่างกายของฉันสั่นคลอนไปตามจังหวะที่เขาขยับ

"ลึก... มันลึกไปค่ะ..." ฉันหอบหายใจสะท้าน สองมือจิกขยุ้มลงบนผ้าปูที่นอนผ้าไหมอิตาลีจนยับยู่ยี่

"สิบห้าล้านของฉันต้องเข้าถึงทุกซอกทุกมุม" เขาตอบกลับเสียงพร่าชิดใบหู ก่อนจะขบเม้มติ่งหูของฉันแรง ๆ

"ตอบสนองฉันให้คุ้มค่าจ้างหน่อยสิเด็กดี"

เขาถอนตัวตนออกไปเกือบสุด แล้วสวนสะโพกกระแทกกลับเข้ามาอย่างรุนแรงและแม่นยำ ผิวเนื้อของเรากระทบกันดังก้องไปทั่วห้องสวีท ความร้อนรุ่มเสียดสีจนเกิดประกายไฟในช่องท้อง ทุกจังหวะที่เขากดลึกเข้ามาทำเอาฉันจุกจนแทบจะเปล่งเสียงไม่ออก

'นี่มันไม่ใช่เครื่องตอกเสาเข็มแล้ว นี่มันหัวเจาะทะลวงโลกชัด ๆ ถ้าระบบกันสะเทือนของเตียงคิงไซซ์นี่พัง เขาจะไม่หักเงินมัดจำฉันคืนใช่ไหม'

"ครางชื่อฉัน" เขาออกคำสั่ง นิ้วหัวแม่มือบดคลึงยอดอกที่ชูชันของฉันอย่างหยอกล้อและเรียกร้อง "บอกฉันว่าตอนนี้ใครกำลังกระแทกเธออยู่"

"ประธาน... อ๊า! กู้ฉือเจิง! คุณกู้... พอแล้ว..."

"ไม่พอ" เขาคำรามต่ำในลำคอ เหงื่อหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคางคมคายลงมากระทบหน้าอกฉัน

"เธอยังรับได้อีก หลินมู่มู่... คืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น"

พูดจบเขาก็สอดแขนเข้าใต้ข้อพับเข่าของฉัน ดันมันขึ้นไปแนบชิดกับหน้าอกเพื่อเปิดองศาให้รุกรานได้ลึกซึ้งยิ่งกว่า ก่อนเขาจะเร่งจังหวะกระหน่ำเข้าใส่ราวกับพายุคลั่ง

ปล่อยให้สมองของเธอขาวโพลนไปกับราตรีที่เพิ่งเริ่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป