บทที่ 7 พาแมวไปฝังยาคุม

การเปลี่ยนองศาอย่างกะทันหันทำเอาฉันหวีดร้องเสียงหลง ความคับแน่นที่รุกล้ำเข้ามาลึกกว่าเดิมจนสุดทางแทบจะทำให้สติสัมปชัญญะของฉันหลุดลอย ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่ดุดันและบ้าคลั่ง

"อ๊ะ... อ๊า! ประธานกู้... ฉันจุก..." ฉันหอบหายใจตัวโยน พยายามขยับสะโพกหนีการรุกรานที่เอาแต่ใจ แต่ท่อนแขนแกร่งที่ล็อกข้อพับเข่าของฉันไว้กลับไม่ยอมให้ฉันขยับหนีไปไหนได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว

"รับเงินฉันไปแล้ว คำว่า ไม่ไหว ไม่อยู่ในสัญญา ลายลักษณ์อักษร" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างเอาแต่ใจ กลืนกินเสียงครางหวานหูของฉันไปจนหมดสิ้น

'กฎหมายแรงงานมาตราไหนอนุญาตให้นายจ้างใช้งานลูกจ้างโหดขนาดนี้! นี่มันยิ่งกว่าการควบกะทำงานอีกนะ กระดูกสันหลังฉันกำลังจะแหลกเป็นผุยผงแล้ว'

จังหวะการขยับตัวของเขาเร่งเร้าขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานกับเสียงเตียงคิงไซซ์ราคาแพงที่ลั่นเสียงดัง หยาดเหงื่อจากแผงอกกว้างหยดลงมากระทบผิวเนื้อของฉัน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาพาดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่ลึกล้ำ จนกระทั่งความเสียวซ่านตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

"กู้ฉือเจิง... ฉัน... อ๊า!"

ความร้อนรุ่มฉีดพล่านไปทั่วทุกอณูในร่างกาย ฉันเกร็งสะท้านไปทั้งตัว จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความอึดอัดที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด กู้ฉือเจิงคำรามต่ำในลำคอ เขากระแทกย้ำเข้ามาอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยหยาดหยดแห่งความปรารถนาออกมาจนหมดสิ้น

ฉันหอบหายใจรวยริน เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบจะปิดลง นึกว่าโอทีภาคบังคับรอบนี้จะจบลงเสียที แต่ฉันประเมินความหิวโหยของพญามารต่ำไปมาก...

เขาถอนตัวตนออกไปเพียงชั่วครู่ จัดการดึงปราการป้องกันชิ้นเก่าออก ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าซองฟอยล์สีเงินซองใหม่จากกองที่เทกระจายไว้บนเตียงมาฉีกออกด้วยมือเดียวและสวมใส่มันอย่างคล่องแคล่ว

ฉันเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า "เดี๋ยว... คุณยังจะเอาอีกเหรอ"

"ฉันบอกแล้วไง ว่าคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น"

กู้ฉือเจิงกระตุกยิ้มมุมปาก เขาจับไหล่ฉันให้พลิกคว่ำหน้าลงกับฟูกเตียงนุ่ม มือใหญ่รั้งสะโพกของฉันให้ยกขึ้นสูงในท่าคุกเข่า ก่อนจะแทรกกายกลับเข้ามาอีกครั้งโดยไม่ให้ฉันได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ

"อ๊า!" ฉันสะดุ้งเฮือก มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น

'สิบห้าล้านนี่เหมาจ่ายยันชาติหน้าเลยหรือไง! ประธานกู้แอบซดซุปโสมชูกำลังมาก่อนหน้านี้หรือเปล่าเนี่ย เครื่องยนต์เขาไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติบ้างเหรอ'

เขาโน้มตัวลงมาทาบทับแผ่นหลังของฉัน สองมือใหญ่บีบเค้นสะโพกอย่างมันเขี้ยวจนเกิดรอยแดงเถือก ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบและขบกัดลงบนลาดไหล่และซอกคอของฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อฝากรอยแสดงความเป็นเจ้าของไว้ทุกตารางนิ้ว

"อย่าเกร็ง..." เขาออกคำสั่งเสียงดุ ขณะที่สวนสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้ง

"ปล่อยตัวตามสบาย หลินมู่มู่... คืนนี้เธอไม่ได้นอนแน่"

เขาไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่พลิกตัวฉันให้หงายขึ้นอีกครั้ง เขาสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้แผ่นหลังและเอวของฉัน รั้งตัวฉันให้ลอยขึ้นมาแนบชิดกับแผงอกกว้าง

ขณะที่ส่วนล่างยังคงเชื่อมต่อกันอย่างแนบแน่น ท่วงท่านี้ทำให้เขารุกรานเข้ามาได้ลึกซึ้งและรุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนฉันต้องหวีดร้องเสียงหลง

ร่างกายของฉันอ่อนปวกเปียก ไร้เรี่ยวแรงต้านทานใด ๆ ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดละเอียดจนหลอมละลายกลายเป็นน้ำไปแล้วจริง ๆ

'สิบห้าล้านหยวนนี่มันคุ้มกับการต้องมารับบทกระสอบทรายมนุษย์ไหมเนี่ย! ครั้งแรกในชีวิตของฉันก็โดนยำเละเสียขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะมีแรงลืมตาตื่นขึ้นมาหายใจหรือเปล่าก็ไม่รู้'

"อ๊ะ... อ๊า... เบา... ฉันรับไม่ไหวแล้ว..."

ฉันสะอื้นฮัก น้ำตาแห่งความสุขสมระคนเหนื่อยล้าไหลซึมทางหางตา สองมือไร้เรี่ยวแรงทำได้เพียงวางแหมะอยู่บนลาดไหล่กว้างที่ชื้นไปด้วยเหงื่อของเขา

แต่คำอ้อนวอนของฉันดูเหมือนจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้ม้าศึกที่กำลังคึกคะนอง กู้ฉือเจิงก้มลงมาดูดดึงริมฝีปากฉันอย่างตะกละตะกลาม สวนสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่ทั้งเร็วและแรงขึ้นจนเตียงคิงไซซ์สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง

'หมอนี่มัน อึก ถึก ทน ยิ่งกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเสียอีก เข็ดแล้วแม่จ๋า... ขอโอนมัดจำคืนตอนนี้ทันไหม อีกสิบห้าล้านที่เหลือฉันไม่เอาแล้ว'

แต่ความคิดที่จะยกเลิกสัญญาก็ถูกปัดเป่ากระจุยกระจายหายไปในพริบตา เมื่อเขากระแทกจุดกระสันของฉันซ้ำ ๆ จนความเสียวซ่านระลอกใหม่ตีตื้นขึ้นมา

ร่างกายของฉันถูกจับพลิกซ้ายพลิกขวาเปลี่ยนท่วงท่าไปมาตามแต่ใจนายจ้างหน้าเลือดจะกำหนด

สติสัมปชัญญะของฉันแตกกระจายเป็นเสี่ยงครั้งแล้วครั้งเล่า การทำงานแลกเงินครั้งนี้สูบพลังงานชีวิตฉันไปจนหยดสุดท้ายจริง ๆ

พลันภาพทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและอ้อมกอดที่รัดแน่นของเขา

ฉันไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าพายุอารมณ์บ้าคลั่งนี้สงบลงตอนไหน หรือตัวเองถูกจับยัดเข้ามาซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาตั้งแต่เมื่อไหร่

รู้เพียงแค่ว่าเมื่อสติที่หลุดลอยค่อย ๆ ถูกดึงกลับมาอีกครั้ง ร่างกายทุกตารางนิ้วก็ร้าวระบมเหมือนเพิ่งโดนรถบรรทุกสิบล้อทับแล้วถอยหลังทับซ้ำอีกรอบ

แม้เปลือกตาของฉันจะปิดสนิทคล้ายถูกทากาวเอาไว้ และไม่อยากแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว แต่เสียงสวบสาบของผ้าห่มก็ทำให้ฉันต้องฝืนหรี่ตาขึ้นมามองภาพตรงหน้าอย่างยากลำบาก

ในขณะที่ฉันแทบจะสิ้นลมหายใจและพร้อมจะไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้ ปีศาจร้ายข้างกายกลับนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทางสดชื่นราวกับเพิ่งนอนหลับเต็มอิ่มมาแปดชั่วโมงเต็ม

ฉันเห็นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออก ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยสั่งการปลายสายอย่างเฉียบขาด

"ผู้ช่วยเฉิน ยกเลิกการประชุมเช้านี้ทั้งหมด"

เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ นัยน์ตาคมกริบปรายมองมาที่ร่างสะบักสะบอมของฉันซึ่งซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก

"แล้วจองคิวหมอสูตินรีเวชที่ดีที่สุดของปักกิ่งให้ฉันด้วย... ฉันจะพาแมวไปฝังยาคุม"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป