บทที่ 9 แจกพอตแตก

"แต่ว่าอะไรคะ? หมอมีจรรยาบรรณนะ เล่าความจริงมาได้เลย หมอจะได้ช่วยถูก ไม่ต้องกลัวอิทธิพลของเขานะคะ"

ฉันหลับตาปี๋ กลั้นใจโพลงออกไปรวดเดียว "เมื่อคืนเขา... อึดเกินมนุษย์ไปหน่อยค่ะ มันหลายครั้งจนฉันตื่นมาแล้วรู้สึกเหมือนโดนรถสิบล้อทับ แล้วเลือดก็ไหลออกมาเยอะมาก ไม่รู้ว่าช่วงล่างพังไปถึงไหนแล้ว..."

‘อายจนอยากจะมุดท่อระบายน้ำหนีกลับปักกิ่ง ถ้ามีแอปพลิเคชันลบความจำขายในเถาเป่า ฉันจะกดสั่งซื้อแบบพรีเมียมเดี๋ยวนี้เลย’

อาจารย์หมอกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะขออนุญาตตรวจดูอาการเบื้องต้นโดยไม่ได้ลงลึกอะไรมาก เธอใช้มือกดลงบนหน้าท้องของฉันเบา ๆ "ปวดตรงนี้ใช่ไหมคะ?"

"โอ๊ย! ใช่ค่ะ ปวดหน่วง ๆ เหมือนมีใครเอาหินมาถ่วงไว้"

คุณหมอขยับแว่นตา ดึงถุงมือยางออกแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ประจำเดือนรอบล่าสุดของคุณมาเมื่อไหร่คะ แล้วกำหนดรอบนี้คือช่วงไหน"

คำถามนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมากลางสมองส่วนความจำ ฉันเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากค้าง

"ยะ... อย่าบอกนะคะว่า เลือดพวกนี้คือ..."

"ใช่ค่ะ" อาจารย์หมอพยักหน้า พยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ

"ลักษณะสีและปริมาณเลือด มันคือเลือดประจำเดือนตามปกติค่ะ ไม่ใช่เลือดจากการฉีกขาดหรือบาดแผลฉกรรจ์อะไร อาการปวดก็คือปวดท้องเมนส์ธรรมดา"

‘แจ็กพอตแตก! ประจำเดือนมาวันไหนไม่มา ดันมาโผล่เอาเช้าวันหลังเสียตัวครั้งแรกเนี่ยนะ! สวรรค์จงเกลียดจงชังอะไรฟรีแลนซ์สู้ชีวิตคนนี้นักหนา’

ฉันยกมือขึ้นปิดหน้า แทบอยากจะม้วนตัวกลับเข้าไปในผ้าห่มแล้วกลั้นใจตาย "ขอโทษค่ะ... ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เรื่องราวใหญ่โตวุ่นวายกันไปหมด"

หมอหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะถามย้ำเพื่อความแน่ใจ "แต่เขาก็ไม่ได้บังคับคุณแน่นะคะ?"

"ไม่ได้บังคับค่ะ ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์" ฉันรีบแก้ต่างให้ตู้เอทีเอ็มของตัวเอง ถึงเขาจะดิบเถื่อนไปหน่อย แต่เงินสิบห้าล้านก็โอนเข้าบัญชีมาแล้วจริง ๆ

เมื่อได้ยินคำยืนยัน อาจารย์หมอก็เดินไปเปิดประตู เรียกให้กู้ฉือเจิงที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าห้องเข้ามาฟังผล

"ว่าไง เธอเป็นอะไร สาหัสแค่ไหน" ประธานกู้พุ่งพรวดเข้ามาถามเสียงแข็ง แววตาคมกริบกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า

"สบายใจได้ค่ะท่านประธาน ไม่ได้มีคดีฆาตกรรมหรือทำร้ายร่างกายอะไรทั้งนั้น" หมอแย้มยิ้มอย่างโล่งอก

"คนไข้แค่ประจำเดือนมาค่ะ"

"..."

ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้องฉุกเฉิน กู้ฉือเจิงชะงักค้างไปเหมือนระบบประมวลผลล่มกะทันหัน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยตึงเครียดเพราะความกังวล บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความกระด้างและอึมครึมยิ่งกว่าเดิม

เขาขบกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน หันมาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่บอกว่าอยากจะบีบคอฉันให้ตาย หรืออยากจะจับฉันฟาดก้นกันแน่

"ขอบใจ" เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟันกับหมอ

จากนั้นมือใหญ่ก็ล้วงเอาถุงกระดาษแบรนด์เนมที่ผู้ช่วยเฉินเพิ่งวิ่งหน้าตั้งเอามาส่งให้ โยนแหมะลงบนเตียงข้าง ๆ ร่างก้อนซาลาเปาของฉัน

"เปลี่ยนชุดซะ..." น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนถึงกระดูก

"แล้วเตรียมตัวย้ายไปแผนกสูตินรีเวช"

ฉันกะพริบตาปริบ ๆ มองถุงกระดาษแบรนด์เนมโลโก้ตัวซีไขว้ที่ถูกโยนแหมะลงมาข้างตัว ก่อนจะอ้าปากเตรียมไล่เขาออกไปเพื่อจะได้เปลี่ยนชุด แต่ทว่าอาจารย์หมอกลับเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

"เดี๋ยวสิคะท่านประธาน" อาจารย์หมอผู้หญิงวัยกลางคนรีบพูดขึ้นด้วยความหวังดี

"คนไข้กำลังมีประจำเดือน แถมยังมีคราบเลือดเปื้อนตามตัว ควรจะได้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก่อนนะคะ ห้องฉุกเฉิน VIP ของเรามีห้องน้ำในตัว เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลเตรียมผ้าอนามัยมาให้ค่ะ"

กู้ฉือเจิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าส่ง ๆ "งั้นก็รีบจัดการซะ"

ระหว่างที่เรากำลังรอพยาบาลไปหยิบของใช้ส่วนตัว ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป็นบุรุษพยาบาลหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มที่เข็นรถเข็นวีลแชร์เข้ามาเตรียมรับตัวคนไข้

แต่ขาของบุรุษพยาบาลเพิ่งจะก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาได้เพียงก้าวเดียว สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของกู้ฉือเจิงก็ตวัดฉับไปมองปราดเดียว... เป็นการปรายมองที่เงียบเชียบแต่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบ

บุรุษพยาบาลหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง ชะงักค้างไปเหมือนโดนแช่แข็ง อาจารย์หมอที่อ่านสถานการณ์และความหวงก้างระดับพรีเมียมของบิ๊กบอสออกอย่างรวดเร็ว รีบโบกมือไล่พนักงานชายทันที

"ไป ๆ เสี่ยวหลี่ ออกไปก่อน ไปเรียกพยาบาลหวังมาคนเข็นรถแทน"

ฉันมองฉากนั้นแล้วได้แต่ลอบมองบนในใจ... ‘หวงไม่ดูเวล่ำเวลา! สภาพฉันตอนนี้เหมือนก้อนผ้าขี้ริ้วเปื้อนเลือด ใครเขาจะมาพิศวาสหะ’

หลังจากพยาบาลหญิงนำผ้าอนามัยและชุดคลุมมาให้ ฉันก็หอบหิ้วถุงกระดาษแบรนด์เนมเข้าไปในห้องน้ำ VIP ทันทีที่ล็อกประตู ฉันก็แทบจะถอนหายใจออกมายาวเหยียด

ภายในห้องน้ำหรูหรายิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวบางแห่งเสียอีก ฉันจัดการอาบน้ำชำระล้างคราบเลือดและความเหนื่อยล้าออกไปพลางสูดกลิ่นหอมของสบู่

‘สบู่เหลวกลิ่นกุหลาบฝรั่งเศส แชมพูขวดละเป็นพันหยวน พระเจ้า... ชีวิตคนรวยที่ป่วยเข้าโรงพยาบาลมันฟินแบบนี้นี่เอง รู้แบบนี้ฉันน่าจะแกล้งป่วยนอนแช่น้ำร้อนที่นี่สักสามวัน’

แต่ความฟินก็อยู่กับฉันได้ไม่นาน ทันทีที่เช็ดตัวเสร็จและเปิดถุงกระดาษแบรนด์เนมเพื่อจะหยิบชุดชั้นในมาใส่ อาการปวดขมับก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนปวดท้องเมนส์ทันที

ชุดเดรสผ้าทวีตราคาเหยียบแสนหยวนน่ะสวยหรูดูแพงอยู่หรอก... แต่ไอ้สิ่งที่ซ่อนอยู่ก้นถุงนี่สิ

มันคือเซ็ตชุดชั้นในลูกไม้สีดำซีทรูสุดเซ็กซี่ ตัวกางเกงในเว้าสูงปรี๊ดแถมเนื้อผ้ายังมีรูพรุนเต็มไปหมดราวกับตาข่ายดักปลา

‘ไอ้บอสโรคจิต ไอ้ตู้เอทีเอ็มหื่นกาม กางเกงในทรงสายสิญจน์ประดับลูกไม้แบบนี้ จะเอาพื้นที่ทุ่งหญ้าสเตปป์ที่ไหนไปแปะปีกผ้าอนามัย

แค่เป้านิดเดียวยังปิดอะไรแทบไม่มิด ขืนแปะกาวลงไป เดิน ๆ อยู่ผ้าอนามัยหลุดพรวดลงไปกองตรงตาตุ่ม ฉันไม่ต้องกัดลิ้นตัวเองตายหน้าแผนกสูติฯ เลยหรือไง?’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป