บทที่ 11 ตอนที่11. เรียนจบมอปลาย

เลิกเรียนตอนเย็น

ร้านขายของชำ

"ราคาทั้งหมดสามร้อยจ้า" เหมยลี่กลับมาถึงบ้านอาบน้ำแล้วได้รับคำสั่งให้ลงมาเฝ้าร้าน "รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ วันนี้มีขนมมาขายด้วย"

"ถ้าอย่างนั้นรับขนมสักสองอันค่ะ"

"สองชิ้นรวมเป็นเงินห้าสิบบาทนะคะ"

"แล้วเตี่ยกับม๊าไปไหน..ทำไมวันนี้เหมยลี่อยู่ร้านคนเดียว"

"เห็นบอกว่าจะไปซื้อของเข้าร้านค่ะ ขอบคุณที่แวะอุดหนุนนะคะ สำหรับนี่เงินทอน"

ในละแวกใกล้เคียงมีหรือที่ไม่รู้จักเหมยลี่ เนื่องจากเป็นร้านขายของชำที่มีของขายหลากหลายอย่าง

สักพักลูกค้าคนใหม่ก็เดินเข้ามาปรากฏว่าเป็นเจ็ต

"เอาเสื้อกันหนาวมาคืน" เจ็ตยื่นให้

"ทีหลังไม่ต้องก็ได้ไลน์มาเดี๋ยวหนูไปเอาเอง"

"เมื่อคืนเธอเป็นคนเข้าไปส่งฉันในร้านใช่ไหม..ขอบใจนะ สงสัยเมาหนักไปหน่อยภาพตัดฉิบหาย"

"แล้วทำไมเฮียไม่ดูกล้องวงจรปิด"

"อ๋อออ มันเสียส่งซ่อมไปหลายวันแล้ว"

"เสือกมาเสียตอนเยี่ยวราดหัวคนอื่นเนี่ยนะ!"

คิ้วหนาผูกปมเมื่อริมฝีปากของตัวเล็กขมุบขมิบ แต่ก็ไม่ได้สนใจรีบเดินไปหยิบน้ำขวดใหญ่มาวางตรงหน้าเคาน์เตอร์ จากนั้นก็มองไปรอบร้าน

"แป๊บนึงนะเฮีย ยิงบาร์โค้ดไม่ได้ เดี๋ยวไปเอารหัสก่อน" เหมยลี่เดินออกมาจากเคาน์เตอร์เพื่อหยิบของหลังตู้ ซึ่งวันนี้ใส่ชุดนอนสีชมพูหวาน

"ทั้งหมดสิบห้าบาท รับขนมเพิ่มไหมเฮีย ทำสดวันต่อวัน เขามาฝากขายได้กำไรนิดหน่อย แต่ม๊าบอกว่าต้องขายให้หมด" สีหน้าเซ็งของเหมยลี่ทำให้เจ็ตอดที่จะแซวไม่ได้

"ก็ลองเอาไปหอบขายตามถนนดูสิ ไม่เคยเห็นหรือไง พวกที่ขยันเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ"

"ให้หนูหิ้วขนมพวกนี้ใส่ตะกร้าไปขาย? อย่าว่าแต่หิ้วขนมเลย เดินออกไปถ้าเตี่ยรู้คงจะถูกเฆี่ยนจนหลังลาย"

"เป็นเด็กอนามัยต้องเข้านอนก่อนสี่ทุ่มว่างั้น"

"แน่นอนค่ะใครจะชอบเมาพร่ำเพรื่อเหมือนเฮีย"

ทั้งคู่ยังคงโต้เถียงกันไปมา สักพักเหมยลี่ก็หยิบน้ำใส่ถุงยื่นให้พร้อมมองนาฬิกา อยากปิดร้านไว

เธอเดินตามหลังเจ็ตออกไปพร้อมกับที่คล้องดึงประตู

"เออ..ว่าจะบอกอะไรสักอย่าง" เจ็ตหันกลับมา "ใส่ชุดนี้น่ารักมากเลยนะ เหมาะสมกับวัยดี แถมยังดูขาวขึ้น"

คลืกกก

โอ๊ยยยย!!

เสียงเลื่อนประตูลงอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า..ทับนิ้วของเจ็ตที่กำลังนั่งหยิบรองเท้ากระเด็นไปด้านใน

"ขะ โทษนะเฮีย! หนูไม่ได้ตั้งใจ" เหมยลี่ตาโตรีบแย้มประตูเห็นใบหน้าของเจ็ตโมโหแถมยังหูแดงอีกด้วย

"ฉันเป็นช่างตัดผมนะ ถ้ามือเสียหายไปใครจะรับผิดชอบ ปิดลงมาได้ไงคนยังไม่ทันได้ออก!!"

"ก็หนูรีบไง"

"จะรีบไปไหนเพิ่งหัวค่ำ!"

"เออ ขะ ขอโทษแล้วไง เฮียรีบไปเถอะ"

"อีหมวยตัวแสบเอ๊ย ทำเจ็บไม่คิดจะออกค่ายงค่ายาให้บ้างหรือไง ดู้นิวฉันสิแดงขนาดนี้"

เจ็ตยังคงไม่หายเจ็บใจ นั่งย่อตัวพูดคุยกับเหมยลี่ที่อยู่อีกฝั่งของประตูเลื่อน น้ำเสียงของสาวน้อยพูดอย่างฉะฉานพร้อมปิดประตูดัง "เฮียไม่ตายง่ายๆ หรอก! ถ้าจะตายก็ตายตั้งแต่แดกเหล้าทุกวัน ตับแข็งแล้วมั้ง"

แม้จะปิดประตูแต่พูดเสียงดัง เจ็ตยืนขึ้นเท้าสะเอวอาฆาตแค้นภายในใจ ซึ่งแท้จริงแล้วเขาก็ไม่ได้ถือสารีบหยิบขวดน้ำในถุงเดินกลับอย่างหงุดหงิด

แปดโมงเช้า วันอังคาร

"ฝ้ายผิดไปแล้วพี่เจ็ตยกโทษให้ฝ้ายนะ" สาวสวยในชุดนักศึกษาตามมาอ้อนวอนแฟนหนุ่มถึงร้าน "ต่อไปฝ้ายจะไม่แอบคุยหรือแอบคบกับใครอีกฝ้ายสัญญา"

"เห็นกูเป็นควายหรือไง กูเจ็บแล้วกูจำ"

"แต่ฝ้ายขอร้องฝ้ายรักพี่เจ็ตมากนะ"

"รักมาก..แล้วมึงทำแบบนี้ทำไม มึงนอกใจกู! สวมเขาให้กู แถมได้กับมันไม่รู้กี่ครั้ง"

"ขอร้องเรากลับมาคบกันเถอะพี่เจ็ต"

ครั้งนี้เล่นใหญ่อลังการสาวสวยซึ่งเป็นแฟนเก่าคุกเข่าพร้อมกอดขาแต่สักพักเสียงแหลมก็แทรกขึ้น

"เฮียยย! เมื่อวานลืมเงินทอน อุ๊ย" เหมยลี่ชะงักเมื่อเดินมาเห็นสายตาของฝ้ายอาฆาตจดจ้อง เจ็ตถอนหายใจพร้อมกับยื่นมือรับเงินทอน

"รีบไปสิเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก"

"วันนี้มีสอบไม่ได้มีเรียน"

"เออก็รีบไปสิ! จะโดดเรียนหรือไงเป็นเด็กเป็นเล็ก พ่อแม่ส่งให้มาเรียนหนังสือ หัดทำตัวให้ดีซะบ้าง"

"คนอย่างพี่ไม่สมควรจะสอนใครเลยค่ะ"

"อีหมวยปากดี"

เจ็ตพึมพำตามหลัง ขณะที่แฟนเก่ายังคงกอดขาอ้อนวอนขอร้อง แต่ด้วยนิสัยจึงไม่ทำให้ใจอ่อน

โรงเรียนมัธยมศึกษา

พักเที่ยง

"อาทิตย์หน้าก็จะปิดเทอมแล้ว คงคิดถึงโรงเรียนแห่งนี้แย่เลย" ซินมองไปโดยรอบ จิมคว่ำปากพูดต่อ "คิดถึงโรงเรียนหรือคิดถึงผู้ชายที่ชอบมาจีบมึงกันแน่"

"เปล่าสักหน่อย อีกอย่างถึงมีคนมาจีบกูก็ไม่ชอบ ที่นี่ไม่เห็นมีใครตรงสเปกสักคน"

"กูอยากรู้ว่าสเปกมึงอ่ะเป็นยังไง?"

"คงเป็นผู้ชายหน้าตาดี สูงหล่อรวย ที่สำคัญรักเดียวใจเดียว ไปสวดมนต์ข้ามปีกับกูได้ด้วย"

"มึงจะไม่มีผัวเพราะข้อหลังนี่แหละ ฮ่าๆ สิ้นปีมึงจะให้เขาไปสวดมนต์กับมึงก็คือจูงมือขึ้นสวรรค์ แต่ก็ดีนะ ไม่ต้องไปเจออีหมวยในนรก"

ขวับ

สายตาของเหมยลี่ตวัดมามองจิม ตัวเล็กที่ดูดน้ำรีบวางแก้วพลาสติกลงพร้อมกับโต้ตอบ

"ไปทำไมสวรรค์..นรกมีแต่เพื่อนทั้งนั้น อย่างน้อยก็มีมึงกับกูที่อาจจะนอนแช่กระทะทองแดง หรือออกกำลังกายด้วยการปีนต้นงิ้ว แค่นั้นยังไม่พอ..อาจจะได้เล่นสไลเดอร์ลงมาในกระทะร้อนๆ แค่คิดก็สนุกแล้วมึง" คำตอบทำให้สองเพื่อนอึ้ง จิมถอนหายใจอย่างแรง

"อีหมวย กูขอบอกตามตรงนะ ว่ามึงไม่ควรตั้งสเปก"

"ทำไมกูจะตั้งสเปกไม่ได้? อีซินยังตั้งได้เลย"

"เพราะว่าอะไรรู้ไหม..ใครที่เข้ามาเนี่ยมึงต้องรีบตกปากรับคำทันที เพราะกูเชื่อว่าโลกนี้หาคนที่ชอบของแปลกมันยาก มึงหน้าตาดีนะ น่ารักหมวยตัวเล็ก แต่นิสัยมึงเนี่ยกูบอกตรงนี้เลย นอกจากพวกกู ก็ไม่มีใครคบมึงแล้ว!!"

"มึงชอบบูลลี่กู สักวันกูจะควงผู้ชายหล่อรวยร้อยล้านมาให้พวกมึงได้เชยชม"

"ก่อนจะพาผู้ชายหล่อรวยร้อยล้านมาหาพวกกูเนี่ย เมื่อไหร่มึงจะสูงขึ้นคะ บ้านมึงให้แดกนมยี่ห้ออะไรเนี่ย เหมือนหยุดโตตั้งแต่ประถม"

"ฮ่าๆ" ซินหัวเราะลั่นเนื่องจากเป็นผู้หญิงที่ไม่ค่อยพูด ส่วนเหมยลี่กับจินเป็นเพื่อนสนิทที่ชอบฟาดฟันเฉือนกันด้วยอารมณ์

เวลาผ่านไปรวดเร็วจนกระทั่งปิดภาคเรียน

ร้านส้มตำครกแตก

"ตอนนี้เราไม่ใช่เด็กมัธยมมอปลายอีกต่อไป" จิมพูดอย่างภาคภูมิใจ "ฉะนั้นเราต้องฉลอง!"

"ฉลองยังไง..เสียดายอีซินติดธุระไม่งั้นก็คงมาร่วมวงสนทนาปรึกษา"

"มึงว่าเราไปเที่ยวผับดีไหม อายุสิบแปดบริบูรณ์กันหมดแล้วนี่ พวกเราสามคน"

"อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเขาคงไม่ให้เข้า"

"บางร้านอายุสิบแปดปี พ้นการเป็นเยาวชนก็เข้าได้แล้ว แต่ติดปัญหาที่ว่าใครจะเป็นคนพาเราเข้า..ครั้งแรกมันก็ต้องมีกุนซือแนะนำ เรียกว่าพาเราไปเปิดโลกกว้าง"

คำเสนอแนะของเพื่อนทำให้เหมยลี่รู้สึกสนุก ก่อนที่จะทำตาโตเท่าไข่ห่านแล้วพูดอย่างฉะฉาน

"กูรู้แล้วว่าใครจะพาเราไปเที่ยวได้" เหมยลี่ยิ้มกริ่ม "เฮียเจ็ตจะย่อง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป