บทที่ 12 ตอนที่12. หลงทาง

ผับบาร์

"ไล่ก็ไม่ไปพูดดีด้วยก็ไม่ยอม" เจ็ตทำท่าทางหัวร้อน "จะให้พามาเที่ยวผับให้ได้ เด็กบ้า"

"ก็พวกหนูไม่รู้จักใคร เฮียเที่ยวบ่อยจะตายหนูเห็นอัปลงโซเชียลด้วยนะ"

"สนิทกันมากหรือไง..ถึงสั่งให้ฉันไปไหนมาไหนกับเธอเนี่ย"

"โอ๊ยยย ถ้าหนูมีคนที่สนิทในวัยเดียวกับเฮียหนูก็ไม่พึ่งเฮียหรอก!"

ทั้งคู่ยังคงโต้เถียงกัน ขณะที่จิมกับซินจิบค็อกเทลสูตรอ่อนของร้าน สักพักเพื่อนของเจ็กก็เดินทางตามมา

ใบหน้าหล่อเหลาของโด่งสะกดตา ความหล่อยังคงเดินทางสูสีกับเจ็ตเพื่อนสนิท

"ไม่รู้ว่ามึงจะพาเด็กน่ารักมาด้วย กูจะได้แต่งตัวหล่อกว่านี้" โด่งนั่งลงข้างเพื่อน จ้องมองซินที่อยู่ฝั่งตรงข้าม "น้องคนสวยชื่ออะไรครับ..พี่ชื่อโด่งนะเป็นเพื่อนไอ้เจ็ต"

"ชื่อเหมยลี่ค่ะเป็นเพื่อนอีซิน" ยังไม่ทันได้อ้าปากเหมยลี่ก็แนะนำตัวพร้อมกับใช้มือทำเป็นสัญลักษณ์ต้องห้าม "บอกเพื่อนเฮียด้วยนะคะอย่ายุ่งกับเพื่อนหนู"

"นึกว่าใครน้องผมแหว่งนี่เอง.."

"เป็นเพื่อนกันก็พอไม่ต้องปากหมาเหมือนกันได้นะคะคุณพี่"

"อ้าววว น้อง! กวนตีนดีนี่หว่า"

"เปล่านะ หนูพูดความจริงต่างหาก"

จิมสะกิดแขนซินพลางซุบซิบนินทา

"เป็นคนพึ่งพาเขาแท้ๆ ดูอีหมวยยังไปกัดกับเพื่อนเขาอีก" ชายร่างอรชรพูดพลางจิกตาตามมาด้วยซิน

"บรรยากาศโคตรอึดอัดเลย สรุปมาเที่ยวหรือว่ามานั่งวิปัสสนา อีเหมยเถียงคำไม่ตกฟาก ไม่หุบปากสักวินาที"

"สันดานมันก็เป็นแบบนี้แหละ กูจะสนุกไหมเนี่ย ต้องมาฟังมันเถียงคนอื่น"

"หรือเราเลิกคบมันดี"

"อย่า! ถ้าพวกเราเลิกคบ ก็ไม่มีใครคบมันแล้วนะ"

"จริง ฮ่าๆ"

แค่ก แค่ก

เสียงไอของเหมยลี่ที่อยู่อีกฝั่งของจิม สายตาเจ้าเล่ห์หรี่ลงคล้ายกับยั่วยวนอารมณ์ของเพื่อน แต่ก็เป็นเพียงการหยอกเท่านั้น

สักพักเจ็ตก็พูดขึ้น

"เมาได้แต่อย่ามาก ครั้งแรกเขาให้แค่ลอง จะได้รู้ลิมิตตัวเองว่าควรจะดื่มแค่ไหน ไม่ใช่เมาแล้วดื้อด้านเข้าร้านผิด ด่าทอแถมบังคับขู่เข็ญให้ตัดผม แบบนี้ใช้ไม่ได้"

"ถ้าเฮียจะด่าหนูเอ่ยชื่อเถอะ!"

"ก็รู้ตัวนี่ยัยหมวย หัดรู้ลิมิตตัวเองซะบ้าง"

"วัยกำลังเติบโต"

"เติบโตตรงไหน...ดูตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเธอคงหยุดโตตั้งแต่ประถมมากกว่าละมั้ง"

"เฮียบูลลี่ตลอดเลย ขอให้ร้านเจ๊ง"

"ตาขวากระตุกดูว่ามีเรื่องแล้ววันนี้!"

คนรอบข้างที่นั่งโต๊ะเดียวกันขบขำจากการโต้เถียงเสียงดังของเหมยลี่กับเจ็ต

เวลาผ่านไป จิมลากซินออกไปเต้นตามประสาเด็กหัดเที่ยว ส่วนเหมยลี่เอาแต่กระดกเหล้าเพียว

"หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเยี่ยวจะแตก" เหมยลี่ลุกยืนแบบเซ เจ็ตขมวดคิ้วแล้วถาม

"เดินไหวแน่นะหมวย มึงลืมตาปะเนี่ย"

"ใครจะลืมตา ก็ต้องพกมาด้วยสิ"

"ที่พูดมาก็ถูก ถุ้ยยยย! หมายถึงตาเนี่ยเบิกกว้างเห็นถนนไหม"

"หนูตาชั้นเดียวนะไม่ได้ตาบอด หวุ่ววว"

อาการหงุดหงิดหรือมึนเมายิ่งทำให้เจ็ตเครียด ส่วนโด่งได้แต่หัวเราะคิกคัก ก่อนที่สักพักจะลุกไปดีลสาวที่จ้องมองกันและกันมานานเป็นโต๊ะอีกฝั่ง

ตึก ตึก

เสียงเพลงดังแสงไฟกระพริบถี่พร้อมรองเท้าส้นสูงที่เดินตรงดิ่งเข้ามาก่อนที่จะนั่งลงเคียงข้าง

"ชื่อขนมนะคะ เห็นพี่นั่งอยู่คนเดียว..เหงาหรือเปล่า" น้ำเสียงออดอ้อนทำให้เจ็ตอารมณ์ดี

"ถ้าพี่เหงาจะมานั่งเป็นเพื่อนหรือเปล่าล่ะ"

"เดี๋ยวแฟนพี่จะว่าเอา"

"พี่โสดครับ พาน้องที่รู้จักมาเที่ยวครั้งแรก"

"ใจดีแบบนี้ เอวจะดีไหมนะ.."

คำพูดกำกวมทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ทันทีว่าสาวสวยคนนี้ต้องการอะไร เจ็ตกระดกเหล้าในมือแล้วพาจูงมือออกไปยังหลังร้าน จากนั้นก็ขย้ำเหยื่อที่มาให้ล่อถึงที่ ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง

"อะไรนะอีหมวยหายไป?!" เจ็ตมาถึงก็เท้าเอวมอง เห็นเพื่อนของเหมยลี่สองคนท่าทางเคร่งเครียด จิมลุกขึ้นยืนพูดตะกุกตะกัก

"ไปตามที่ห้องน้ำก็ไม่เจอเลยพี่"

"ไปดูหน้าร้านหรือยัง"

"ให้อีซินไปดูมาแล้วก็ไม่เจอเหมือนกัน"

"แม่ง แล้วไปไหนวะเนี่ยยย"

เจ็ตยกมือเพื่อเรียกโด่งที่กำลังคลอเคลียกับสาวสวยก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายออกตามหา

บรรยากาศกลางคืนหนาวเหน็บทำให้ตัวชา ภายในมุมซอยมืดสถานที่รกร้างกลายเป็นที่นั่งพักพิงของคนหลงทางอย่างเหมยลี่

"ฮึกกก หนาว" ตัวเล็กสั่นเทาใช้มือลูบแขนทั้งสองข้างของตัวเอง "ทำไมมันหนาวขนาดนี้แถมตาก็ลายร่างกายก็ร้อน ฮือออ"

แน่นอนว่าเป็นเพราะแอลกอฮอล์ซึมซับ คงเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ดื่มเหล้าผสมน้ำหวาน ซึ่งปกติเหมยลี่จะดื่มแต่เบียร์จึงทำให้เธอไม่คุ้นเคยกับรสชาติ

ทุกคนต่างเร่งตามหาแต่ก็ไม่พบ เจ็ตจึงสั่งให้โด่งไปส่งจิมกับซินกับบ้าน อีกทั้งตอนนี้เป็นเวลาดึกตื่นค่ำคืน

"อีหมวยมันไปอยู่ไหนวะ!!" เจ็ตพยายามกดโทรศัพท์มือถือแต่อีกฝ่ายกลับปิดเครื่องจึงไม่มีการตอบกลับ

กระทั่งเดินไปในซอยเปลี่ยวที่ไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นผ่านแผ่วตามลม เขาจึงรีบวิ่งไปตามเสียงอย่างไม่คิดหวั่นกลัว

ฮื้ออออ

เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเจ็ตต้องซอยฝีเท้าวิ่ง มองเห็นตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างรั้วสนิม เข่ากับขามีเลือดสีแดงอาบละเลง

"หมวย!!" ทันทีก็ตกใจรีบวิ่งไปหาแล้วประคองขึ้นมา ดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำหยดใสเสียงดังโวยวาย

"ทำไมเฮียถึงมาช้า ฮึกกก เพื่อนก็ไม่สนใจ ไม่มีใครเห็นหนูเลย เฮียทิ้งหนูไป! ก็เหมือนกับเตี่ยกับม๊าที่ไม่เคยรักหนู ฮือออ~ คนใจร้าย"

"อย่าเพิ่งพูด ไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ แล้วนี่ขาเธอไปโดนอะไรมา เลือดออกเยอะขนาดนี้"

"เลือดที่ไหนกัน น..น้ำแดง"

"น้ำแดงอะไร"

"หนูเดินวนไปมาแล้วหลงทางตะโกนเรียกให้ใครช่วยก็ไม่มีใครออกมา ไปเจอศาลาเล็กๆ ก็เลยขอยืมน้ำแดงมาก่อน เฮือกกก น้ำแดงอุ่นด้วยเฮีย"

เจ็ตหันขวับมองรอบกายก่อนที่จะชี้ไปยังศาลพระภูมิของตึกร้าง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับตะคอกดังลั่น "ศาลาเล็กบ้านเธอสินั่นมันศาลพระภูมิ!!"

เนื่องจากครอบครัวของเหมยลี่เป็นครึ่งจีน ผู้นำครอบครัวเพียงตั้งศาลบรรพบุรุษให้โชคลาภไม่ได้มีศาลพระภูมิ เหมยลี่เองแม้จะรู้จักแต่ด้วยความเมาจึงทำให้ไม่ได้สติสัมปชัญญะ

"เวรกรรมอะไรของกูอีกเนี่ย...พามาเที่ยวก็ต้องพากลับ" เสียงพึมพำของเจ็ตโดยที่ตอนนี้เขาแบกตัวเล็กเอาไว้ด้านหลัง "ต่อไปถ้าไม่เจอใครก็นั่งรอที่โต๊ะ"

"แล้วเฮียไปไหนมาล่ะ"

"ฉันก็มีธุระส่วนตัวที่ต้องไปทำ"

"แต่วันนี้เฮียพาหนูมาเที่ยวก็ต้องดูแลหนูสิ!"

"เฮ้อออ ไม่อยากเถียงกับเด็กดื้อ เอาเป็นว่าขอโทษก็แล้วกัน"

ภายใต้แสงเงาจันทร์ ชายร่างใหญ่อุ้มแบกตัวเล็กเดินไปกระทั่งจนถึงซอยร้านขายของชำ ซึ่งเหมยลี่ชี้ไปด้านข้างให้เห็นต้นไม้สูงใหญ่ที่ติดกับระเบียงห้อง

อ๊ากกก์

เขานั่งลงตามที่เหมยลี่สั่ง ก่อนที่จะโดนเหยียบศีรษะเพื่อปีนขึ้นต้นไม้ เมื่อถึงห้องนอนก็เปิดหน้าต่างแล้วโบกไม้โบกมือให้ เจ็ตยืนหายใจหอบถี่จ้องมองพลางพูดพึมพำ

"เหนื่อยฉิบหาย แต่ก็น่ารักดี หึ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป