บทที่ 12 ตอนที่6.2หน้าที่ของคุณ2
"ถึงแล้ว ลงไปสิ"
เผลอคิดอะไรเดี๋ยวเดียวก็มาถึงเกาะดาวฤกษ์ดาวแล้ว ภารดีกวาดตามองออกไปนอกเครื่องบิน มันคือลานจอดขนาดกว้างใหญ่พอสมควร รอบข้างมีแต่พุ่มไม้รกครึ้ม มองไม่เห็นสิ่งอาคารปลูกสร้างใดๆ
ภารดีมองกลับมาที่หมอแสง ฝ่ายนั้นดูจะไม่สนใจใยดีเธอแล้ว เขาก้าวลงเครื่องไปก่อน พร้อมกับลูกน้องอีกสี่คน มองไปก็เหมือนคนมีอำนาจล้นฟ้าอย่างพวกเจ้าชาย ที่ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดต้องมีเงาองครักษ์ตามติด
ถ้าไม่บอกว่าเขาเป็นหมอสูตินรี เธอจะเชื่อหมดใจว่าเขาเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากสุดคนหนึ่ง
"เชิญครับคุณแม่บ้าน" เสียงของแดนกระตุ้นให้ภารดีรู้สึกตัว เธอเหลียวมองคนที่ยืนข้างหลังชั่วแวบหนึ่งก่อนจะรีบลงจากเครื่องบินส่วนตัวเดินตามนายจ้างที่บัดนี้เดินลิ่วๆ ไปถึงรถยนต์คันหรูซึ่งจอดรอท่าอยู่นานแล้ว
ขณะก้าวขึ้นมานั่งในรถตรงเบาะด้านหน้าข้างคนขับ ภารดีเหลือบมองเจ้านายหนุ่มผ่านกระจกมองหลัง เขายังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือ
คราวนี้เธอได้เห็นมุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็แวบเดียวเท่านั้นก็กลับคืนสภาพใบหน้านิ่งเฉยตามเดิม
"รู้หรือยังว่าหน้าที่ของคุณต้องทำอะไร"
"คะ?"
อยู่ๆ หมอแสงก็เอ่ยถามขึ้นทั้งที่เขายังคงก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ในมือ
"คงไม่รู้สินะ"
เขาสรุปแทนเธอ ภารดีมั่นใจว่าหูตัวเองไม่ได้ฝาด เธอได้ยินเสียงหัวเราะหึหึในลำคอดังมาจากเขา แล้วน้ำเสียงนั่นก็ชวนให้ภารดีใจเต้นเร็วขึ้นมาฉับพลัน
เธออยากถาม แต่ก็กลัวคำตอบ จึงได้แต่นั่งเงียบ แล้วก็เป็นเขาที่เอ่ยขึ้นมาอีกหน
"ไม่สงสัยอยากจะถามบ้างเหรอ"
ภารดีสะดุ้ง เผลอมองเขาตอบผ่านกระจกมองหลัง
ประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน หมอแสงจ้องตาเธอตอบพอดิบพอดี
หญิงสาวรีบหลบตาหนี เธอไม่ชอบแววตาคุกคามของเขาในเวลานี้เลย
"ทำสวนเป็นไหม"
"คะ?"
"ช่วยตอบคำถามที่มากกว่า คะ หน่อย"
พอถูกดุมา ภารดีก็กลับมามีสติ "พอทำได้ค่ะ"
"แล้ว...กลัวผีหรือเปล่า"
คำถามอะไรนี่?!
"เอ่อ...ก็ไม่ค่ะ"
"งั้นก็ดี ถึงบ้านผมจะพาไปดูที่ทำงาน"
"ค่ะคุณแสง"
แล้วบทสนทนาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างก็จบลงเพียงเท่านี้ ภารดีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อหวังคลายความกังวล การมาทำงานในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยมันทำให้เธอหวาดกลัวไปต่างๆ นานา เปรียบไปก็คล้ายกับลูกแมวพลัดถิ่นหลงไปในเมืองที่มีแต่อันตราย
ภารดีไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันจะอันตรายอย่างที่คิดไหม แต่เท่าที่รู้จักเจ้านายใหม่เพียงหนึ่งวันเต็มๆ ความรู้สึกกลัวก็เกิดขึ้นแทบจะทุกเวลานาที
โดยเฉพาะการวางตัวของหมอแสง เป็นอะไรที่คาดเดายาก เธอจะระวังตัวจากเขาได้มากแค่ไหนกันเชียว
หญิงสาวคิดฟุ้งซ่านไปไกล สายตาก็มองออกไปนอกกระจกรถ เส้นทางที่รถยนต์วิ่งผ่านมีแต่ป่า บ้านเรือนสักหลังก็ยังไม่มี คล้ายกับว่าที่นี่ยังไม่ได้รับการสำรวจจากทางรัฐบาล
ต้นไม้ต้นไร่สองข้างทางเขียวขจี มองแล้วก็เพลินตาอยู่หรอก ติดก็แต่...ดูวังเวงชวนเหงาพิกล
จะไม่มีรถใครผ่านมาบ้างเลยหรือไง?
"ไม่มีหรอก ที่นี่คือเกาะส่วนตัว"
ภารดีสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงหมอแสง เขาอ่านความคิดเธอออกด้วยอย่างนั้นน่ะหรือ
หญิงสาวค่อยๆ เหลือบตามองคนด้านหลัง เห็นหมอแสงมองไปนอกกระจกรถ ในมือของเขามีโทรศัพท์แนบอยู่ที่หู
เฮ้ออ...ตกใจหมด!
"ก็รู้นี่ ถ้าฉันไม่อยากให้ใครมาที่เกาะ ยังไงมันก็ไม่มีวันได้มา บอกทางนั้นด้วยว่าอย่าทำอะไรล้ำเส้น อืม...ดีมาก แล้วฉันจะไป"
ภารดีเปิดหูตั้งใจฟังเจ้านายหนุ่มสนทนากับใครสักคน ดูๆ ไปแล้วเขาไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
น้ำเสียงแข็งกร้าวฟังดูน่าขนลุก แต่ทำไมนะ สีหน้าบึ้งตึงแบบนั้นกลับดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด
ภารดีลอบมองหมอแสงอยู่นาน กระทั่งเขารู้ตัวนั่นแหละเธอจึงรีบหันหน้ากลับไป แล้วนั่งรอว่าเมื่อไหร่จะถูกดุกลับมา
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงของเขา หากจะได้ยินก็คงเป็นเสียงลมหายใจที่ดังมาคล้ายกับมีเสียงหัวเราะเบาแผ่วตามติดมาด้วย
หญิงสาวนั่งห่อไหล่ ถูต้นแขนไปมาเมื่ออยู่ๆ เครื่องปรับอากาศในรถเย็นเยือกขึ้นมากะทันหัน พอเงยหน้าขึ้นดูกระจกหน้ารถ ก็พบว่าท้องฟ้ามืดครึ้มทั้งที่เมื่อครู่ก็ยังมีแสงแดดอยู่
ที่น่าประหลาดใจเลยก็คือ พอรถเลี้ยวเข้าประตูรั้วเหล็กบานสูงเกือบเท่าตึกหนึ่งชั้น ความวังเวงปะทะเข้ามาเดี๋ยวนั้น ภารดีขนลุกซู่ขณะที่ตามองไปยังเบื้องหน้า
อาคารหลังเก่าตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าเขา ลักษณะมันเหมือนกับอะไรนะ...
ฮ้าา...ใช่แล้ว เหมือนสุสาน
"ที่นี่คือบ้านของคุณแสงเหรอคะ"
ภารดีถามขึ้นทันทีที่ก้าวลงจากรถ ตาหญิงสาวยังคงจ้องมองอาคารสูงสองชั้น สภาพตัวตึกถูกทาสีใหม่ แต่ก็ยังมองออกว่าปลูกสร้างมานานหลายสิบปี
"ไม่ใช่ ตึกนั้นต่างหากที่ฉันอยู่"
หมอแสงมองเลยศีรษะภารดีไปด้านหลัง ตรงแนวต้นไม้ใหญ่ที่มีถนนโรยคอนกรีตทอดยาว เห็นหลังคาสีน้ำตาลลิบๆ มีอาคารทรงสูงอยู่ตรงกลางลักษณะคล้ายโดมทอง ด้านบนคือหอคอย
ภารดีหันกลับมาที่เดิม มองไปยังอาคารที่ตนยืนอยู่
"แล้วหลังนี้ล่ะคะ"
"สุสาน"
!!!
อึ้งจนพูดไม่ออก หมอแสงมีสุสานอยู่ภายในรั้วบ้านจริงน่ะหรือ
ทีแรก เธอคิดเล่นๆ ว่ามันคล้ายสถานที่อันเป็นนิรันดร์ของคนตาย แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นสุสานขึ้นมาจริงๆ
"แล้วที่นี่ก็คือ...ที่ทำงานของคุณ"
--------------------------
อึ้งไปเลยสิ มีใครอึ้งแบบน้องนู๋ไหมคะ 555 😆
