บทที่ 14 ตอนที่7.2 ทักทายคืนแรก2 🔥
ภารดีตื่นขึ้นมาอีกทีก็เป็นเช้าของวันใหม่แล้ว เธองัวเงียลุกขึ้นนั่ง ก่อนเสมองออกไปนอกหน้าต่าง จำได้ว่าเมื่อคืนไม่ได้แตะต้องหน้าต่างบานใดเลย เหตุใดเช้ามาถึงเปิดอ้าได้ล่ะ
หัวคิ้วหญิงสาวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เธอก้าวขาเตรียมจะลงจากเตียงไปที่บานหน้าต่างนั้น แต่แล้วต้องหยุดชะงัก เพราะมีบางอย่างที่น่าตกใจยิ่งกว่า
ผ้าห่มกองอยู่ที่พื้น ผ้าปูที่นอนมีรอยยับย่นจนหัวมุมผ้าหลุดขึ้นมา ภารดีเบิกตากว้างกวาดมองไปทั่วเตียงนอน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเอง
เสื้อผ้าเธอยังอยู่ดี แต่ก็มีสิ่งผิดปกติบางอย่างสะดุดตาเธอเข้าให้
หัวใจหญิงสาวเสียววาบทันใดเมื่อเห็นรอยเปียกของน้ำอะไรสักอย่างทิ้งคราบไว้เป็นวงบนผ้าปูที่เธอนั่งทับอยู่
"อะไรกันนี่?!"
ภารดีรีบกระโดดลงจากเตียง มองรอยนั้นด้วยความพิศวง
มันคือน้ำอะไร? แล้วมาจากไหน?
ความสงสัยนี้ดูเหมือนจะชี้นำเธอไปยังจุดเดียวบนร่างกาย ภารดีลนลานถลกชายกระโปรงขึ้น แล้วดึงกางเกงชั้นในลงอย่างเร็ว
นิ้วมือแตะลงไปกลางรอยแยก แล้วเธอก็ต้องเสียวหัวใจ น้ำที่ว่านั่นมันมาจากตัวของเธอเอง
แต่...ทำไมมันถึงมากขนาดนั้นล่ะ ราวกับว่า...ไม่ใช่แค่ของเธอคนเดียว!
ภารดีตัวชาไปหมด เธอพยายามสำรวจตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
ฟู่ว...
หญิงสาวทิ้งตัวนั่งอย่างอ่อนเรี่ยวแรง พลันคิดไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อคืนกัน
ร่างกายของเธอถูกกระตุ้นจนเปียกแฉะขนาดนั้นได้ มันต้องไม่ใช่ความฝันเป็นแน่ เธอค่อนข้างมั่นใจ!
เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ภารดีตัดสินใจออกจากห้อง เธอยังคงสวมเสื้อผ้าชุดเดิม โชคดีที่ฟ้าสว่างแล้วภายในสุสานแห่งนี้จึงไม่น่ากลัวเหมือนเช่นเมื่อคืน
ภารดีก้าวเข้าไปในโถงสุสาน แล้วหยุดยืนหน้าโต๊ะที่วางป้ายวิญญาณ ดวงตาไม่ได้หยุดนิ่ง คอยกวาดมองไปทั่วโถงห้อง อย่างน้อยหากจะมีใครลอบเข้ามาจะต้องได้เห็นความผิดปกติบ้าง
แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ไม่พบสิ่งใด ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
ในจังหวะนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังแว่วผ่านมา ภารดีรีบเดินไปที่หน้าต่าง มองชะโงกลงไปก็พบคนงานหญิงวัยกลางคนเดินคุยกัน
"บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าชวนข้ามาเดินแถวนี้ เห็นไหมนี่โคตรจะวังเวงเลย ให้ตายเถอะ"
"ก็ทางนี้มันเร็วนี่วะ"
"เร็วของเอ็ง แต่ข้าเสียวสันหลัง วันก่อนนางพิศมาเล่าให้ฟังว่ามันเผลอมาเดินแถวนี้ แล้วเจอดีเข้าให้"
"เจออะไรวะ"
หญิงร่างผอมแห้งหันซ้ายแลขวาก่อนจะยกมือไหว้ปลกๆ แล้วเริ่มเล่า
"นังพิศมันบอกว่ามีวิญญาณตามไปอำมันถึงที่ห้อง"
"ฮ้า! จริงดิ"
"เออสิ แล้วไม่แค่นั้นนะ มันตื่นขึ้นมาที่นอนกระจุยกระจายเลย ตัวนังพิศไปนอนหงายอยู่ข้างเตียง ผ้าผ่อนนี่หลุดไปหมด"
"อย่าบอกนะว่า...ถูกผีข่มขืน!"
"นังบ้าจะเสียงดังทำไม เดี๋ยวคืนนี้ก็เจอดีหรอก"
"หูยย ขนลุก! รีบไปกันเถอะข้าไม่อยากเป็นเมียผี เร็ว!"
แล้วคนงานทั้งสองก็รีบเผ่นไปจากบริเวณหน้าสุสานนี้ทันที เหลือทิ้งไว้ก็แต่คนร่วมรับฟังโดยบังเอิญ
ภารดีขนลุกซู่ไปจนถึงหนังศีรษะ หากเรื่องลี้ลับมีอยู่จริง นั่นก็แสดงว่า เมื่อคืนเธอเจอดีเข้าให้อย่างนั้นสินะ
หญิงสาวใจเต้นสะท้านทรวงอก ค่อยๆ มองกลับเข้ามาในห้องสุสาน
หมอแสงจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วยไหม ว่าสุสานในรั้วบ้านตนมีสิ่งลี้ลับ
ภารดีก้าวขาลงบันได ตั้งใจจะไปลองถามเขาดู แต่พอก้าวลงมาได้สามขั้น ขาของเธอก็หยุดอยู่กับที่เมื่อตระหนักถึงบางอย่างขึ้นมาไดั
การรับสมัครงานแม่บ้านที่มีตัวเงินถึงหลักแสน
การตรวจร่างกายอย่างละเอียดยิบ
โดยเฉพาะการตรวจภายใน ที่ไม่มีความจำเป็นใดเลยสำหรับงานแม่บ้าน
จะเป็นไปได้ไหม ทุกคุณสมบัติที่หมอแสงตั้งไว้ เขาจงใจล่อลวงคนที่ถูกเลือก...มาเป็นนางบำเรอของผี!
