บทที่ 5 ตอนที่3.1หนี้ชีวิต1

ตอนที่3 หนี้ชีวิต

นี่น่ะหรือคุณหมอที่ภารดีปรามาสไว้ว่า ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหนก็ไม่มีทางหลงชอบ

   ตอนนี้ภารดีนึกอยากขอคืนคำ

   ผู้ชายตัวสูงที่ยืนสง่าอยู่เบื้องหน้าเธอดูจะสะกดสายตากันไปเสียทุกอย่าง ไม่แม้กระทั่งเส้นผมสีดำที่มีปอยผมฟุ้งอ่อนๆ โป๊ะลงมาปิดหน้าผากในเสี้ยวหนึ่งด้วย

    ไม่อยากเชื่อ ว่าจะมีคนที่ดูดีได้ถึงขนาดนี้ หากให้บรรยายก็คงบอกได้เพียงคำว่า สมบูรณ์แบบของความเป็นบุรุษเพศแล้ว

    คนอะไรหนอ ถึงผิวจะออกโทนน้ำผึ้ง แต่ก็ยังดูเกลี้ยงเกลาหมดจดไร้ซึ่งไฝฝ้าให้เกะกะลูกตา อีกทั้งยังดูเนียนละออดั่งผิวผู้หญิงอีกด้วย

   หากบอกว่าเขาเป็นคนชอบอาบแดดบ่อยๆ เธอก็คงไม่เถียงหรอก แต่คนตากแดดตากลมเช่นเขาก็คงได้เชื้อพ่อแม่มาดี เขาถึงมีผิวพรรณดีได้เช่นนี้

    ดวงตาของภารดียังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคนตัวสูงกว่ากันมาก เธอกล้าจ้องมองเขาอย่างไม่หลบสายตาเป็นครั้งแรก จะเรียกว่าเผลอตัวไปชั่วขณะก็ว่าได้

    คุณหมอคนนี้ช่างมีใบหน้าเรียวดั่งรูปไข่ แก้มของเขานั้นออกเป็นสีชมพูหน่อยๆ เข้ากันดีกับริมฝีปากกระจับ

     จมูกที่ว่าโด่งดีอยู่แล้ว พอได้เห็นเต็มใบหน้า ภารดีกลับใจสั่นไหว ไม่คิดว่าผู้ชายจะมีเค้าโครงจมูกและรูปหน้าได้เหมือนรูปปั้นเทพในนิยายเพียงนี้

    หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ขณะมองดูแพรขนตาของอีกฝ่าย จากที่กลัวสายตาดุดัน ภารดีกลับคิดว่าดวงตาคู่นี้ช่างสวยเซ็กซี่เหลือเกิน

    "จ้องกันขนาดนี้ ไม่นึกอยากออกจากห้องแล้วใช่ไหม"

    "คะ?"

    ภารดีตอบอีกฝ่ายอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่ใจเธอจะยิ่งเต้นรัวแรงเมื่อคุณหมอสุดหล่อเผยรอยยิ้มเป็นหนแรก

    ยิ้มที่ไม่เหมือนยิ้ม

    ยิ้มที่ดูอย่างไรก็เหมือนคนแยกเขี้ยว

   แต่ทำไมนะ เธอกลับมองว่ามันสวยดี

    "แต่ถึงคุณจะเปลี่ยนใจอยากอยู่ต่อ ผมก็คงต้องเชิญคุณออกไปอยู่ดี"

    "..."

    "ไม่ต้องงงหรอก เอาเอกสารชุดนี้ส่งให้กับคนที่รับสมัครงานด้านนอกด้วย แล้วคุณก็กลับบ้านไปได้เลย"

     ภารดีชักรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของเขามาก เธอมองเขาสลับกับเอกสารที่ถูกยื่นมาให้ ความชื่นชมในรูปลักษณ์ของเขาเลือนหายไปทันที แล้วเข้าแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ที่น่าสนใจกว่า

    เอกสารอะไรกัน?

     "ค่ะ"

     ถึงจะสงสัย แต่ภารดีก็รับซองเอกสารนั้นไว้ พอเธอรับไป คุณหมอก็เป็นฝ่ายเดินออกไปจากห้องก่อน ภารดีมองตามเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตากลับมาจ้องเอกสารในมือ

  หน้าซองสีน้ำตาลมีข้อความเขียนด้วยลายมือกำกับไว้ว่า

   'อย่าเปิดดู'

     คำนี้กระตุ้นความอยากรู้ของคนได้ดีนัก เข้าตำราที่ว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ซึ่งแน่นอนว่าภารดีก็เป็นคนหนึ่งที่ช่างอยากรู้

    มือเรียวขยับถูหน้าซองเอกสารไปมา ในใจพลันคิดไปถึงเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับตัวเอง

   แต่พอเหลือบมองไปยังข้อห้าม ใจหนึ่งก็เกิดรั้งรอ เธอควรเสียมารยาทด้วยหรือ

    หญิงสาวถามตัวเองวนไปมา กระทั่งถอนหายใจยืดยาว เมื่อได้ข้อสรุปที่ว่า เธอควรกลับบ้านได้แล้ว และเอกสารในซองนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องใส่ใจ

   ภารดีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องตรวจตรงไปยังบริเวณแรกที่เธอเข้ามา บรรยากาศยังคงชวนอึดอัดเหมือนเช่นเดิม

    "คุณหมอให้เอาเอกสารมาให้คุณค่ะ"

     ภารดียื่นซองสีน้ำตาลให้แก่ชายที่นั่งรับสมัครงาน เขาเงยหน้าขึ้นมองดูเธอ คราวนี้ภารดีกลับต้องแปลกใจ สีหน้าและแววตาที่มองลอดแว่นมา ดูคล้ายกับคนตกตะลึง

    "คุณเปิดดูหรือเปล่า"

     "ไม่ค่ะ" ภารดีปฎิเสธ "ไม่ใช่ของฉันก็ไม่ควรดูนี่คะ หากไม่เชื่อ เช็กดูได้ค่ะ"

     "อ่อ..." ฝ่ายนั้นพยักหน้าก่อนจะรับซองเอกสาร

    "หมดธุระของฉันแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ"

     ไม่รอให้อีกฝ่ายต้องพูดอะไรกลับมา ภารดีก็รีบเดินออกจากสถานที่นี้ทันที ถึงจะไม่ชอบความแปลกพิกลของที่นี่ แต่เธอก็ต้องฝืนกัดฟันสวดภาวนาให้ได้งานนี้

   เพราะนั่น...หมายถึงเงินก้อนโตที่จะต่อลมหายใจให้กับพ่อได้

      ไม่อยากทำ ก็ต้องอยาก

     นี่แหละ ชีวิตที่เลือกไม่ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป