บทที่ 6 ตอนที่3.2 หนี้ชีวิต2

"เป็นยังไงนังดี!"

      เสียงตะโกนดังลอดมาจากประตูบ้านเช่าทำเอาภารดีถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย แม่เลี้ยงของเธอคงจะรอฟังข่าวอย่างใจจดจ่อ

    แน่นอนล่ะ จำนวนเงินหลักแสนมันหอมหวานนี่นะ คนหิวเงินก็ต้องตาลุกวาว กระหายอยากจะได้จนตัวเนื้อสั่น

    "เอ๊ะนังนี่ ถามทำไมไม่ตอบ"

     ภารดีหันไปสบตากับแม่เลี้ยง ฝ่ายนั้นตั้งท่าจะยกมือฟาดหน้าของเธอ ภารดีใจเต้นตึกๆ รู้แล้วว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไรจึงรีบนั่งลงอย่างเจียมตัว

  ใครบ้างจะชอบถูกตบถูกตี ฝ่ามือของแม่เลี้ยงทำเธอเจ็บไปทั้งตัวมานับครั้งไม่ถ้วน และแต่ละครั้งก็ทิ้งร่องรอยเจ็บปวดไว้ที่กลางใจ

    เธอเกลียดการถูกใช้กำลัง แต่ก็ไม่วายถูกกระทำอย่างกับไม่ใช่คน

    "ทางนู้นให้รอไปก่อนจ้ะ"

    ภารดีเลือกที่จะโกหก เพราะไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาตอบให้ดีไปกว่านี้ คำพูดของคนที่นั่นก็ดูกำกวมไปหมด และใช่ว่าจะได้รับคัดเลือกง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ ทั้งหมอ ทั้งคนรับสมัคร ล้วนแต่มีคนแปลกๆ ซึ่งเธอเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันแปลกอย่างไร

     "อะไรวะ ทำไมต้องให้รอ หน้าตาเอ็งก็สวย หุ่นก็น่าถูกใจไอ้พวกหื่นๆ ทำไมพวกมันไม่รับเลยวะกะอีแค่เอาไปนอนด้วยเนี่ย!"

     เสียงพูดจาหยาบคายอย่างพวกไร้สกุลทำเอาภารดีเจ็บในอก สองมือเธอจิกกำแน่นบนหน้าตัก

   แม่เลี้ยงเปรียบเธอเหมือนตัวอะไร ถึงคิดจะหาผลประโยชน์โดยไม่สนว่าเธอเองก็มีความเป็นคนเหมือนอย่างตัวเอง

    "มองหน้ากูทำไม อยากโดนตบนักหรือไง!"

    เสียงแว้ดๆ มาพร้อมกับมือที่ตั้งท่าจะฟาดมาอีกครั้ง ภารดีใจหายรีบหลบหน้าหนี

    "โอ๊ย! หงุดหงิดโว้ยย!!"

     "นี่แม่...เสียงดังอะไรนักหนา" เสียงนี้ดังมาจากพี่สาวซึ่งเป็นลูกติดของแม่เลี้ยงเดินเปิดปากหาวออกมาจากห้องนอน

    "ก็นังดีไง จะทำพวกเราชวดเงินแสน!" แม่เลี้ยงแหกปากอย่างสุดแสนจะโมโห ก่อนจะตวัดตาดุจัดมาที่ลูกเลี้ยงอย่างภารดี

     "อ๋อ...กูรู้แล้ว นังดี มึงคงทำตัวน่าเบื่อจนเขาไม่เอาใช่ไหม กูบอกแล้วนี่ ให้แต่งหน้าไปสวยๆ แต่ก็รั้นไม่เชื่อกู แล้วดูนี่สิ มึงใส่ทำไมไอ้เสื้อเชิ้ตเก่าๆ กับกระโปรงยาวถึงตาตุ่ม จะไปหาผัว หรือจะไปเข้าวัดห๊ะ!"

   "โอ๊ยแม่! เบาเสียงมั่งเถอะ นังดีมันก็ทำดีที่สุดแล้วไหม จะไปด่ามันทำไม"

    "นังแพรว นี่มึงเข้าข้างมันเรอะ กูแม่มึงนะ"

    "ก็แม่ไง แล้วนังดีมันก็น้องฉันด้วย ครอบครัวเดียวกันจะด่าอะไรมันนักหนา"

    "อ๋อ...ปกป้องมันใช่ไหม งั้นมึงออกไปขายตัวแทนมันเลย ไปเลยไป!"

    "แม่!!"

     แพรวโมโหสุดขีดที่ถูกแม่ไล่ด้วยทำพูดที่รุนแรงขนาดนั้น เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเหลือสุดจะทน สุดท้ายก็โพล่งออกมาเสียงดัง

   "เออ! ไม่อยู่มันแล้วไอ้บ้านที่มีแต่คนบ้าๆ เนี่ย แม่ก็เอาแต่ด่าได้ทุกวัน ส่วนแก...นังดี ก็เอาแต่ยอมให้ด่า แกมันเป็นใบ้หรือไงวะ! โอ๊ยย เบื่อ โคตรจะเบื่อเลยโว้ยย!!"

    แล้วแพรวก็เดินกระทืบเท้าออกไปจากบ้าน ทิ้งให้แม่อาละวาดเขวี้ยงปาข้าวของตามหลังไป

   ภารดีนั่งตัวลีบมองสองแม่ลูกเปิดศึกตีกันด้วยใจหวาดหวั่น เธอรู้เลยว่าอีกเดี๋ยวตัวเองจะโดนอะไรจึงใช้จังหวะที่แม่เลี้ยงหันไปฟาดงวงฟาดงาใส่ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นหนีมันเสียเลย

    แต่ทว่า...

   "อ๊ายย!! แม่ ฉันเจ็บ!"

    หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลงเมื่อการหนีของเธอกลับไม่เป็นดั่งหวัง นรกจากแม่เลี้ยงพุ่งมาถึงตัวเธอเร็วกว่าที่คิด มือที่แข็งดั่งคีบบีบเหล็กกระชากเส้นผมเธอดึงจนหน้าแหงนหงาย หนังศีรษะของภารดีตึงเสียจนเหมือนว่าเส้นผมเธอจะร่วงหลุดขาด

   "ทำกูผิดหวังยังคิดจะหนีอีกเรอะ รู้ไหม ว่ามึงทำให้กูต้องเสียหน้าคนอื่น"

    "ฉะ...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะจ้ะ"

     "ยังมีหน้ามาพูด!" แม่เลี้ยงตะโกนจนแสบแก้วหู "ถ้าพ่อมึงตายก็เพราะมึง มึงคนเดียว นังดี!!"

    เพียะ!

    ร่างหญิงสาวล้มไปกองกับพื้น สุดท้ายภารดีก็ไม่รอดพ้นฝ่ามือของแม่เลี้ยงใจโฉด แก้มของเธอแดงก่ำก่อนจะตามมาด้วยรอยนิ้วมือที่ขึ้นฟ้องถึงความชั่วร้ายของใจคน

   "ถ้างานนี้ไม่ได้ กูจะเอามึงไปให้เสี่ยเส็ง"

    "อ๊ะ!"

     แม่เลี้ยงกระชากเส้นผมของภารดีดึงอย่างแรง แล้วเอ่ยเสียงเขียว

     "ให้เวลามึงคืนนี้ โทรไปหาไอ้บริษัทนั่นซะ ถ้ามันไม่ยอมรับมึง ก็เตรียมตัวไปเป็นเมียน้อยได้เลย!"

    แม่เลี้ยงพ่นคำขู่จบก็ผลักร่างภารดีออกไปพ้นตัวอย่างสุดแสนรังเกียจ

    คงทนดูสภาพลูกเลี้ยงไม่ไหวนั่นล่ะจึงส่งเสียงฮึดฮัด ลุกเดินปึงปังเข้าห้องนอนไป

   ภารดีได้แต่นั่งน้ำตาไหลพรากให้กับชีวิตที่ไร้ทางเลือกของตัวเอง

    คำพูดเจ็บแสบทุกคำ และความเจ็บทุกวินาทีที่ได้รับจากผู้หญิงใจร้ายคนนี้ มันเหมือนมีดที่เฉือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย

  ภารดีรู้สึกเจ็บจนใจแทบขาด นึกไปถึงวันที่เธอฝังใจกลัวแม่เลี้ยงครั้งแรก

   ไม้กวาดไม้เรียว กลายเป็นอาวุธชั้นดีในการทำร้ายเด็กห้าขวบ

  แม่เลี้ยงทำร้ายพ่อที่เอาแต่เที่ยวผู้หญิง เมื่อทำอะไรพ่อไม่ได้ จึงหันมาลงมือกับภารดี

'พ่อแกมันชั่ว แกก็ต้องโดนด้วย!'

ความผิดของผู้ใหญ่...แต่เด็กต้องมารับกรรม มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย

    แม้ภารดีโตขึ้น ชีวิตเธอก็ยังถูกแม่เลี้ยงตามราวีไม่เลิก เมื่อใดที่ขัดคำสั่งก็จะถูกลงโทษเหมือนเช่นครั้งนี้

    ภารดีเคยคิดอยากเอาชนะ แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกความคิดเพราะผู้หญิงคนนี้ทวงบุญคุณที่เคยล้างหนี้ให้แม่แท้ๆ ของเธอ

   แต่ผ่านมาหลายปีแล้ว เธอทำงานแทบตาย...หนี้บุญคุณก้อนนี้ก็ไม่เคยใช้หมด

    ภารดียกมือปาดน้ำตาก่อนคว้าโทรศัพท์มือถือ หากไม่ใช่เพราะพ่อ เธอจะไม่มีวันยอมไปมากกว่านี้อีกแน่

   หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ มือก็กดพิมพ์หมายเลขของบริษัทที่รับสมัครงานแม่บ้านในวันนี้ กำลังจะกดโทร.ออก ก็มีสายโทร.เข้ามา

    หมายเลขที่ขึ้นต้นด้วย 02 ที่ภารดีคุ้นตามากที่สุดในช่วงนี้จะเป็นเบอร์อะไรได้ ถ้าไม่ใช่...

    โรงพยาบาล

    พ่อ!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป