บทที่ 8 ตอนที่4.2งานลึกลับ!2

ความประหลาดใจท่วมท้น คุณแสงที่เธอจินตนาการไว้ช่างห่างไกลกับเขาคนนี้นัก

    ถึงเห็นแค่เพียงแผ่นหลัง ภารดีก็ยังดูออกว่าเขายังหนุ่มแน่น อายุคงไม่ห่างจากเธอถึงสิบปี อย่างที่เคยหลงคิดไว้

   "มาช้าไปห้านาทีนะ"

    นี่คือคำแรกที่อีกฝ่ายทักทาย และยังเป็นการทักที่ไม่หันมามองเธออีกด้วย

    "ขอโทษค่ะ"

    "รู้จักขอโทษก็ดี"

     ไม่ทันไร ดูเหมือนว่านายจ้างจะเริ่มจุกจิกกับเธอแล้ว ถึงน้ำเสียงนั่นจะไม่ดุมาก แต่ก็ทำให้เธออัดอึดไม่น้อยเลย

    "นั่งลงสิ"

     ภารดีทำตามอย่างว่าง่ายแม้ในใจจะค้านทุกเวลานาทีว่าเธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลยก็ตามเถอะ

   สายตาหญิงสาวเอาแต่จับจ้องแผ่นหลังกว้างของคนที่เอาแต่ยืนดูอะไรอยู่ตรงหน้าต่างบานกระจกนั่น

   นี่น่ะหรือการเรียกมาทำความรู้จัก

   เห็นก็เพียงแต่แผ่นหลังนายจ้าง หน้าตาเขาเป็นอย่างไรเธอก็ได้แต่คิดเดาไปเองต่างๆ นานา

   "คุณแสงคะ ทำไมถึงเลือกรับฉันเข้าทำงาน"

    ภารดีตัดสินใจถาม มันคือข้อสงสัยที่เธอยังคิดไม่ตก

    ผู้หญิงสวยๆ ที่เข้ามาสมัครก็ตั้งมากมาย เหตุใดเขาถึงเลือกเธอที่ไม่เห็นจะมีความโดดเด่นใดเลย

    อีกอย่าง ด้วยระยะเวลาแค่เพียงครึ่งวัน ประวัติของเธอไม่น่าจะส่งไปถึงเขาเร็วขนาดนั้น

     และถึงข้อมูลส่งไปถึงเขาได้เร็วจริง แต่การตัดสินใจก็ใช่ว่าจะสรุปจบภายในไม่กี่ชั่วโมง

     "ปกติแล้ว เวลานายจ้างรับคนเข้าทำงาน ลูกจ้างจะต้องขอบคุณเป็นสิ่งแรกไม่ใช่เหรอ แต่กลับเลือกที่จะถาม ไม่คิดว่าตัวเองกล้าไปหน่อยหรือไง"

   แน่ล่ะว่าไม่ควรถาม แต่กรณีนี้งานที่เขาจะให้เธอทำมันค่อนข้างพิเศษไง เธอถึงต้องถามให้หายข้องใจ

    "ขอโทษค่ะ และก็...ขอบคุณมากค่ะที่รับเข้าทำงาน"

     ท่าทีที่ยอมว่าง่ายของภารดีคงทำให้อีกฝ่ายพอใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ แม้จะไม่ดังเท่าเสียงของเครื่องปรับอากาศ แต่ภารดีก็จับน้ำเสียงนั้นได้ เธอรู้ เขากำลังอารมณ์ดี

     "ผมเป็นคนรับงานที่ไม่เหมือนใคร ลูกจ้างที่จะทำงานด้วยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนในแบบที่ผมต้องการ"

    "ฉันมีสิ่งที่คุณต้องการเหรอคะ" เมื่อเขาเปิดทางมา เธอก็ต้องไปต่อ

    คนต้องตอบยกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบ เขายังคงหันหลังให้เธออยู่เช่นเดิม

    "แน่นอนว่า คนเราย่อมมีสิ่งดีในตัว และสิ่งนั้นก็ค่อนข้างถูกใจผมมาก"

     "ยังไงคะ ช่วยพูดให้คนความรู้ตื้นเขินอย่างฉันเข้าใจอีกสักหน่อยได้ไหมคะ"

   คราวนี้มีเสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเครื่องปรับอากาศขึ้นมาอีกนิดหน่อย เสียงนั้นค่อนข้างลึกลับมืดมนมากกว่าจะเป็นเสียงของคนโลกสดใส

    "เจ็บไหม"

    "คะ?"

     "แก้มขวาของคุณน่ะ ถูกตบมาไม่ใช่หรือไง"

     "!!!"

     ภารดียกมือจับแก้มตัวเองทันใด ดวงตาเบิกกว้างขณะจ้องมองแผ่นหลังของนายจ้าง

    เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอไปโดนอะไรมา!

    "เจ็บหรือเปล่า"

    คำถามซ้ำนั้นทำให้ภารดีรู้แล้วว่าเธอควรต้องตอบมากกว่าที่จะตั้งคำถาม

     "ตอนแรกเจ็บ แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ"

     "ภารดี นี่แหละคือข้อที่ผมสนใจคุณ"

     ภารดีขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดมา คนคนนี้จะพูดแบบเปิดเผยไม่ได้หรือยังไง จะต้องอ้อมให้เป็นปริศนาเพื่ออะไรกัน

    ทั้งเรื่องพ่อป่วย และไหนจะเรื่องที่เขารู้ว่าเธอถูกแม่เลี้ยงทำร้ายมานั่นด้วย เขาคือใครกันแน่ ถึงได้รู้เรื่องของเธอละเอียดยิบแม้กระทั่งในรั้วบ้าน

   "จะบอกว่าฉันอดทนเก่งเหรอคะถึงรับเข้าทำงาน"

    "ไม่เลย"

    "แล้วคืออะไรคะ"

    คนต้องตอบเริ่มขยับตัวออกห่างจากหน้าต่างบานกระจกสูง วิวข้างนอกคงทำให้เขาเริ่มเบื่อ

   "ความซื่อสัตย์"

   "คะ?"

    "ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง ไม่โกหกว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ เจ็บก็บอกว่าเจ็บ แบบนี้แหละที่ผมชอบ อาจจะดูเหมือนโง่และอ่อนแอไปหน่อย แต่ความใสซื่อของคุณมันโดนใจผม"

     ภารดีอึ้งไปกับคำตอบ เธอเป็นคนที่เขารู้จักดีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

   "แล้วอีกอย่าง..."

     คราวนี้ใจของภารดีถึงกับเต้นระทึกเมื่อนายจ้างที่ดูลึกลับคนนี้กำลังจะหันมา

     แต่ไม่ทันที่ภารดีจะได้เห็นใบหน้าของเขา ก็มีสิ่งหนึ่งดึงความสนใจของเธอ

    นี่มัน...

    "คนที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด มันน่าสนุกที่จะคบหาด้วย"

      คำพูดของเขาช่างประจวบเหมาะกับสิ่งที่เธอเห็นบนโต๊ะเสียเหลือเกิน

     เอกสารในซองสีน้ำตาล

     และข้อความที่เขียนไว้ว่า 'อย่าเปิดดู'

    ภารดีเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นกะทันหัน เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองนายจ้าง

     และเขาก็สบตาเข้ากับเธอพอดี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป