บทที่ 12 เด็กจมน้ำ
หลังจากนั้นมาติกาและทุกๆคนก็เดินทางออกจากสนามบินโดยรถรับส่งจากทางโรงแรมที่พักที่พวกเขาจองไว้ ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่ติดกับชายทะเลและมีหาดส่วนตัวอยู่ด้วย และพวกเธอก็เลือกพักแบบภูวิลล่าจะได้ประหยัดค่าห้องไปด้วย
“โอ้ยยัยว่าน ฉันล่ะดีใจจริงๆเลยที่แกกับลูกมาด้วย ไม่งั้นพวกฉันก็คงไม่ได้นอนที่ดีๆแบบนี้แน่ๆเลยอ่ะ” กิติกรพูดไปก็กระโดดลงบนเตียงใหญ่อย่างชอบใจ เพราะบุรินทร์เป็นคนจัดการเรื่องที่พักนี้ให้ โดยวิลล่าหลังนี้มีห้องพักสามห้องใหญ่และมีห้องน้ำส่วนตัวให้แต่ล่ะห้องด้วย พร้อมกับมีระเบียงดูวิวทะเลอย่างสวยงาม
“เออจริง ถ้าขืนให้ฉันจ่ายหมดตายกันพอดีอ่ะ ขอบใจแกมากเลยนะว่าน อุตส่าห์ช่วยฉันขอวันหยุดแล้วยังตามมาช่วยฉันถึงที่นี่เลย รักแกที่สุดเลย” มาติกาเอ่ยพูดไปอย่างขอบคุณเพื่อนสาว ก่อนจะเข้าไปกอดวาริตาอย่างรักใคร่
“ถ้าแกรักฉันก็รีบๆทำตามสิ่งที่แกต้องการให้สำเร็จ เพราะฉันไม่อยากให้แกถูกตัดมดลูกหรอกนะ ฉันยังอยากให้ลูกแกกับลูกฉันเป็นพี่เป็นน้องกัน” วาริตาเอ่ยบอกออกไปอย่างห่วงเพื่อนสาว เพราะที่เธอลงทุนขนาดนี้ก็เพราะอยากให้เพื่อนสาวมีชีวิตต่อไปได้แบบคนปกติ ไม่ใช่คนที่ไม่สามารถมีลูกได้
“จ้า นี่ก็มาหาพ่อของลูกไกลถึงนี่แล้ว ฉันไม่มีทางกลับไปมือเปล่าหรอกน่า แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”มาติกาพูดบอกไปก็ยิ้มกริ่มออกไป
“งั้นก็ดีจ้ะคุณเพื่อนที่คิดแบบนี้ งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดแล้วออกไปล่าเหยื่อกันดีกว่า นี่ก็จะสามโมงแล้วคงจะมีเหยื่อหลุดออกมาสักคนสองคน” กิติกรพูดบอกไปก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะนอกจากจะพาเพื่อนสาวมาหาพ่อพันธ์ทำลูกแล้ว เขาก็อยากจะหาสามีในอนาคตด้วยเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขากำลังเริ่มคุยกับหมอหนุ่มที่เพื่อนสาวไปหาหมอครั้งก่อนอยู่ก็ตาม แต่เขากับหมอกันตพลยังไม่ได้ตกลงคบกัน เขาก็มีสิทธิจะอ่อยคนอื่นได้อีก
“งั้นแกสองคนก็ไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาสองแสบตามไปทีหลัง รอเย็นกว่านี้ก่อน” วาริตาพูดบอกไปก็ยิ้มให้เพื่อนทั้งสอง เพราะขืนพาลูกของเธอไปตอนนี้ คงได้ลงเล่นน้ำตัวดำกันหมดแน่
“งั้นไปเปลี่ยนชุดกัน” มาติกาพูดแบบดี้ด้า เพราะเธอชอบแต่งตัวที่สุด โดยเฉพาะชุดมาทะเลแบบนี้ เพราะเธอไม่จำเป็นต้องอายใครเวลาจะใส่อะไรที่แหวกนั่นแหวกนี่ หลังจากนั้นมาติกาและกิติกรก็ไปเปลี่ยนชุด
ด้านอาเธอร์และเพื่อนทั้งสองพอมาถึงรีสอร์ทสุดหรูที่พวกเขาจองไว้ก็เอาของไปเก็บ ก่อนจะออกมาเดินเล่นที่ชายหาด จากนั้นก็เดินไปที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ทที่อยู่ติดกับชายหาดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมานอนอาบแดดและเล่นกิจกรรมต่างๆ พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มจากบาร์ตรงนั้นมาดื่มแล้วนั่งดูผู้คนไปเรื่อยเปื่อย
“ฉันว่าเมืองไทยนี่อเมซิ่งสุดๆแล้วว่ะ สงสัยฉันคงได้แพ้พนันพวกแกแน่ๆ” ดีแลนพูดออกไปขณะใช้สายตาเหล่มองสาวผิวสีแทนสุดเซ็กซี่ เพราะเธอกำลังนั่งทาครีมกันแดดอยู่ที่ริมชายหาด
“แกไม่บอก พวกฉันก็พอจะรู้ เพลาๆหน่อยก็แล้วกันล่ะได้ดีน พวกหิวเงินน่ะมีเยอะ” แซมเอ่ยพูดบอกไป เพราะที่นี่ก็มีสาวๆที่ขายบริการเยอะ และบางคนก็ดีเป็นมิตร บางคนมีอะไรกันเสร็จก็ขโมยของแล้วหนีไป จนเพื่อนเขาคนหนึ่งที่มาเที่ยวที่นี่หมดตัวมาแล้ว
“กลัวอะไรวะ ปกติพวกเราก็ซื้อกินอยู่แล้วนิ ใช่ไหมอาเธอร์ อย่าปฎิเสธเชียวนะเพราะแกน่ะซื้อผู้หญิงมากินตลอด ถึงแม้จะน้อยกว่าฉันก็เถอะ” ดีแลนพูดบอกไปแล้วมองหน้าเพื่อนหนุ่ม เพื่อไม่ให้อาเธอร์ปฎิเสธ
เพราะเขายังมีนอนกับสาวๆแบบไม่จ่ายเงินบ้าง แต่กับอาเธอร์มันไม่ใช่ เพราะรายนี้ใช้เงินซื้อความสุขทางกายมาโดยตลอด จนเขาคิดว่าชาตินี้คนอย่างอาเธอร์มันคงจะไม่มีเมีย ถ้าไม่ใช่โดนพ่อมันจับคู่ให้
“อืม แล้วไงวะ ฉันพอใจฉันก็จ่าย…ก็แค่นั้น” อาเธอร์พูดจบก็ยกเหล้าขึ้นมาดื่มทันที ก่อนจะใช้สายตามองไปรอบๆ แล้วอยู่ๆในหัวของเขาก็คิดถึงผู้หญิงที่นั่งเครื่องบินมาพร้อมกับเขา ไม่รู้ป่านนี้จะไปแรดอยู่ที่ไหนแล้ว
“อุ้ย ขอโทษค่ะ พอดีฉันเดินไม่ระวังน่ะค่ะ” หญิงสาวฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วแกล้งล้มใส่อาเธอร์ พร้อมกับเงยหน้ามองหนุ่มหล่อคนนี้แล้วใช้สายตาอ่อยๆไป
“ไม่เป็นไร ผมรู้ว่าคุณตั้งใจจะล้ม ออกไปซะ” อาเธอร์พูดออกไปแบบไร้เยื่อใย้ จนสองหนุ่มที่นั่งอยู่ถึงกับมองหน้ากันแบบสงสารหญิงสาวคนนี้
“อ่อค่ะ” หญิงฝรั่งถึงกับหน้าแตก แล้วเดินออกไปทันที เพราะโดนเขาพูดใส่ขนาดนี้ ใครจะกล้าเสนอหน้าอยู่ต่อกัน
“ฮอตเหมือนเดิมเลยนะอาเธอร์ มานั่งไม่เท่าไหร่มีผู้หญิงมาอ่อยซะแล้ว ฮ่าๆ น่าเสียดายจริงๆเลยว่ะ แกน่าจะสนใจเขาสักนิด พวกฉันจะได้มีหวังเผื่อแกจะมีสาวๆก่อน” แซมพูดออกไปแบบแซวๆ เพราะอาเธอร์มักมีสาวๆเข้าหาแบบนี้อยู่ตลอดเนื่องจากความหล่อเหลาของมัน
“แกสองคนไม่มีทางได้กินเงินฉันหรอก ดูสาวๆอยู่ที่นี่ไปละกัน ฉันจะไปเดินเล่น” อาเธอร์พูดบอกไปก็เดินออกไปทันที ปล่อยให้เพื่อนทั้งสองสนุกอยู่ที่บาร์ริมสระไปคนสองคนละกัน ส่วนเขาก็เดินออกมาที่ชายหาดแล้วหาโต๊ะนอนอาบแดดแบบสบายๆ
ด้านมาติกาก็มานั่งสำรวจดูว่าพอจะมีหนุ่มที่เธอสนใจบ้างไหม แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีเพราะส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มต่างชาติ ถ้าเป็นคนไทยส่วนใหญ่พวกเขาก็มากับแฟน แล้วแบบนี้เธอจะหาพ่อพันธ์มาทำลูกได้ยังไงกัน
“ยัยมายด์ นี่แกจะเลือกเยอะไปไหนเนี่ย ไอ้ที่เดินเพ่นพล่านกันอยู่นี่ไม่มีถูกใจแกเลยเหรอยะ เลือกๆเอาสักคนเถอะแก” กิติกรถามออกไปอย่างสงสัย เพราะมานั่งส่องผู้ชายก็นานแล้ว แต่เพื่อนสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใคร
“อีกีกี้ เลือกพ่อของลูกนะไม่ใช่เลือกนายก ที่แกจะมาเลือกอะไรก็ได้น่ะ ฉันก็ต้องเลือกดีๆสิยะลูกฉันออกมาจะได้น่ารัก” มาติกาพูดบอกไปแล้วก็ถอดแว่นตาออก แล้วมองหน้าเพื่อนหนุ่มแบบกวนๆ
“จ้า แล้วทีฉันช่วยเลือกพ่อพันธ์ที่มันจะทำให้ลูกแกออกมาน่ารักน่ะ ทำไมไม่เอาห้ะ แล้วพอมาหาแบบนี้น่ะแกดูสิ มันมีงานดีงานเริดแบบนั้นไหม เฮ้อ หรือแกต้องไปซื้อผู้ชายขายตัวจริงๆแล้วเนี่ย” กิติกรพูดออกไปแล้วทำสีหน้าคิดหนัก เพราะแบบนั้นก็ไม่ดี แบบนั้นก็ไม่เอา แล้วเพื่อนของเธอมันจะเอาแบบไหน
“เออ ช่างเถอะ ไว้ค่อยหาใหม่ละกัน วันนี้ไม่มีอารมณ์แล้ว ฉันไปเดินเล่นก่อนนะ เบื่อ” มาติกาพูดปัดออกไปก็ลุกออกมาทันที เพราะเธอไม่อยากจะพูดถึงไอ้ฝรั่งปากหมานั้นอีก แค่นี้เธอก็เสียดายมากพอละที่ไม่เลือกเขา เพราะตั้งแต่มานั่งสำรวจดูไม่มีผู้ชายคนไหนจะงานดีเท่าเขาเลยสักคน
“จ้า บ่นเข้าหน่อยก็หนี เฮ้อ… แล้วแบบนี้แกจะหาผัวเอ้ย หาพ่อของลูกได้ยังไงกัน” กิติกรพูดบอกไปก็มองตามหลังเพื่อนสาวที่เดินออกไปแล้ว
จากนั้นมาติกาก็ออกมาเดินเล่นไปเรื่อยๆจนเข้ามาในเขตชายหาดของหมู่บ้านชาวเล ส่วนอาเธอร์ที่นอนอาบแดดจนพอใจแล้วก็เดินเล่นตามชายหาดไปเรื่อย จนเขามาหยุดที่หมู่บ้านชาวเลเช่นกัน
ซึ่งที่นี่มีวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายมากๆ เขาก็เดินไปสำรวจเรื่อยๆ จนเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนมองชาวบ้านตากปลาหมึกอยู่ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกับผู้หญิงบนเครื่องจริงๆ
มาติกามัวแต่มองชาวบ้านตากปลาหมึกจนไม่ได้สนใจผู้ชายที่กำลังมองเธอยู่ ต่างจากอาเธอร์ที่กำลังมองเธออย่างสังเกตุเพราะเธอใส่เสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีขาวกับกางเกงขาสั้นแค่คืบมือมาเดินเล่นเนี่ยนะ หึ ไม่กลัวโดนลากไปทำมิดีมิร้ายหรือไงนะ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เสียงเด็กร้องออกมาจากทะเล มาติกาก็หันไปทันทีก่อนจะเห็นว่าผู้ชายที่นั่งเครื่องมากับเธอกำลังยืนกอดอกมองเธออยู่ แต่พอเสียงเรียกให้ช่วยครั้งที่สองดังมา เธอก็ไม่ได้สนใจเขา เธอก็รีบวิ่งไปหาทะเลทันที แล้วเธอก็เห็นเด็กผู้หญิงกำลังโบกมือขอความช่วยเหลือ
“เด็กจมน้ำ ป้าคะมีเด็กจมน้ำ” มาติกาพูดออกมาเสียงดังก็รีบเอากระเป๋าที่เธอสะพายอยู่ออก แล้วรีบวิ่งลงน้ำไป ก่อนจะว่ายไปหาเด็กคนนั้นอย่างเป็นห่วง
“เห้ย…คุณ” อาเธอร์เห็นเธอวิ่งไปออกไป โดยมีเด็กโบกมือยู่ที่กลางทะเล เขาก็รับรู้ได้ว่าเด็กคนนั้นคงต้องการความช่วยเหลือ เขาจึงถอดเสื้อยืดสีขาวออก แล้วรีบว่ายน้ำตามไปช่วยเด็กคนนั้นด้วย
