บทที่ 15 น้องวิน

ด้านมาติกาที่กำลังเดินจะกลับไปบ้านพัก ก็ชนกับร่างใหญ่เข้าจนเธอเกือบจะล้มไปแต่โชคดีที่เขารับเธอไว้ทัน เธอก็เลยกอดเขาไว้แน่น จนเขาเอ่ยพูดบอกเธอด้วยเสียงนุ่มนวล

“ไม่เป็นไรใช่ไหมครับคุณ” จิรายุ พัชรการ หนุ่มหล่อนักเรียนนอกลูกของไฮโซชื่อดัง เอ่ยพูดกับผู้หญิงที่เขาชนอย่างอ่อนโยน ก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระแล้วก็ต้องอึ้งกับใบหน้าสวยที่ผมเปียกปอนด์อย่างน่ารัก

“อ่อ ขอโทษนะคะ พอดีฉันรีบน่ะค่ะเลยไม่ทันระวัง” มาติกาเอ่ยพูดบอกไปอย่างรู้สึกผิด เพราเธอเป็นฝ่ายเข้ามาชนเขาเอง สงสัยคงเป็นเพราะมัวแต่โมโหไอ้ฝรั่งปากมากคนนั้นอยู่ เธอเลยไม่ทันได้มอง

“มะ ไม่เป็นไรครับ ผมเจมส์ครับ คุณ” จิรายุรีบแนะนำตัวเองทันที เพราะเขารู้สึกสนใจหญิงสาวคนนี้ เธอดูมีอะไรๆให้เขาน่าค้นหา จิรายุมองพิจารณาเธอก็สังเกตว่าเธอใส่เสื้อยืดตัวใหญ่เหมือนของผู้ชาย หวังว่าเธอคงไม่มีแฟนหรอกนะ

“ฉันมายด์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แต่ฉันคงต้องขอตัวก่อน มันหนาวน่ะค่ะ” มาติกาพูดบอกไปก็ปากสั่น เพราะเธอตัวเปียกปอนด์ขนาดนี้ไม่ให้หนาวได้ยังไงกัน เธอจึงต้องรีบกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ก่อนที่ตัวเองจะไม่สบาย

“อ่อ ครับ หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะครับ” จิรายุพูดบอกไปก็ยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร มาติกาก็ยิ้มตอบแล้วเดินออกไปแบบไม่ได้สนใจ เพราะตอนนี้เธอหนาวจะตายอยู่แล้ว เธอคงไม่มีเวลามานั่งอ่อยใครได้อีก

พอมาติกากลับมาถึงภายในบ้านพักก็เจอเพื่อนสาวกำลังนอนให้พนักงานนวดเท้าอยู่ เธอก็เลยก็มองหาหลานๆและกิติกรทันที เพราะเธอคงจะพูดอะไรต่อหน้าหมอนวดไม่ได้

“ว่าน กีกี้กับเด็กๆล่ะ” มาติกาถามออกไปอย่างอยากรู้ ก่อนที่เพื่อนสาวจะลืมตาขึ้นมามองแล้วพูดบอกไป

“มาแล้วเหรอแก ยัยกีกี้มันบ่นกับฉันจนหูชาเพราะหาแกไม่เจอ ตอนนี้มันก็เลยพาลูกฉันออกไปเล่นน้ำนู้น คงจะอยู่แถวชายหาดล่ะมั้ง แกไม่เจอมันเหรอ” วาริตาเอ่ยถามเพื่อนสาวออกไป เพราเห็นเพื่อนหนุ่มมาบ่นว่ามาติกาออกไปเดินเล่น จนหายตัวไปอยู่นานจนกิติตกรเดินกลับมาตามดูที่ห้องแต่ก็ไม่เจอ เลยพาเด็กๆออกไปเล่นน้ำแทน

“ไม่อ่ะ สงสัยกีกี้มันคงพาเด็กๆเล่นน้ำอยู่ ฉันก็เลยไม่ทันมอง งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะแก เหนียวตัวจะแย่แล้ว” มาติกาเอ่ยบอกออกไปแล้วเดินไปยังห้องพักของตัวเอง ต่างจากวาริตาที่มองเสื้อยืดตัวใหญ่ที่เพื่อนสาวใส่แบบสงสัย

“ตอนออกไปยัยมายด์มันไม่ได้ใส่ชุดนี้นิ แล้วนี่มันไปเอาเสื้อใครมาใส่กัน” วาริตาพูดจบก็มองตามหลังเพื่อนสาวแบบสงสัย แต่ก็ต้องเก็บไว้ เพราะมีพนักงานกำลังนวดเท้าให้เธออยู่ด้วย

ด้านมาติกาพอเข้ามาในห้องของตัวเองก็จัดการเดินเข้าไปในห้องน้ำ แล้วเธอก็ถอดเสื้อผ้าที่เปียกออกจนหมด แล้วเธอก็ยืนมองร่างกายของตัวเองในกระจกอย่างพิจารณา

“หุ่นฉันมันไม่น่ามองตรงไหน ทำไมคุณถึงชอบให้ฉันใส่เสื้อผ้ามิดชิดอยู่ได้” มาติกาพูดไปก็แอ่นอกและก้นอย่างสำรวจตัวเอง เธออุตส่าห์ไปลงทุนออกกำลังเพื่อให้ได้หุ่นดีๆแบบนี้มา แต่มันกลับไม่ทำให้ผู้ชายคนนั้นสนใจได้เลยงั้นเหรอ

”เอ๊ะ  แล้วนี่เราจะมาคิดมากทำไมเนี่ย เขาไม่สนใจก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ผู้ชายมีออกจะเยอะแยะไป กะอีแค่ผู้ชายปากพล่อยคนหนึ่งจะไปแคร์ทไมกัน” มาติกาพูดออกมาตามความคิดอีกครั้ง เพราะเขาก็หน้าตาดีใช่น้อย ถ้าเธอคิดจะเอาเขามาเป็นพ่อพันธ์มันก้คงจะได้ลูกออกมาน่าตาน่ารักแน่ๆ แต่มันมีปัญหาตรงไอ้นั่นของเขานี่น่ะสิ ที่เธอจะไม่สู้ เธอควรจะทำยังไงดีนะ จะเลือกเขาเลยหรือว่าหาเอาใหม่ดี แต่ถ้าหาเอาใหม่ แล้วจะเจองานดีๆแบบนี้อีกไหมนะ

“เอาวะ ลองเสี่ยงดูอีมายด์ อย่างน้อยก็ดีกว่าหอยฉีกล่ะแม่ง” มาติกาตัดสินใจสลัดความคิดเกี่ยวกับเขาทิ้ง แล้วมาดมั่นที่จะหาผู้ชายคนใหม่แทน

จากนั้นเธอก็ไปอาบน้ำแล้วแต่งตัวใหม่แบบชิวๆ ชุดกระโปรงยาวสีขาวสวยๆให้เข้ากับบรรยากาศริมทะเลแบบนี้

ด้านวาริตาพอนวดเสร็จก็บอกเพื่อนสาวว่าจะออกไปหาลูกๆของเธอด้านนอก เพราะป่านนี้กิติกรคงจะหัวหมุนกับความซนของเด็กแล้ว เธอจึงบอกให้มาติกาตามเธอออกไปทีหลัง

ด้านอาเธอร์ที่ย้ายมาพักรีสอร์ทเดียวกับมาติกาแล้ว เขาก็เลือกพักห้องแบบภูวิวล่า เพราะเพื่อนทั้งสองคนต้องการแบบนั้น จากนั้นดีแลนและแซมก็ออกไปสนุกกันที่ริมชายหาดเพราะที่นี่ก็มีบาร์สำหรับนักท่องเที่ยวเหมือนกัน  

แล้วตอนนี้พนักงานกำลังจะจัดซุ้มอาหารสีขาวแบบโรแมนติกอยู่ ดีแลนจึงไปจองโต๊ะไว้ทันที เพราะมันคงจะดีถ้าพวกเขาได้มาจิบไวน์แล้วพูดคุยกัน ส่วนอาเธอร์ก็เลือกที่จะนั่งทำงานอยู่ภายในห้องพัก

“ไอ้แซม แกว่านั่นมันเหมือนเด็กที่อาเธอร์มันอุ้มตอนขึ้นเครื่องไหมวะ” ดีแลนถามออกไปขณะกำลังนั่งดื่มอยู่ที่บาร์ แต่สายตาที่สอดส่องหาสาวๆกลับไปเจอเด็กคนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นอยู่แล้วหน้าตาค้นๆ

“ก็คล้ายเหมือนกันว่ะ เอ๊ะ ฉันว่าใช่ว่ะได้ดีน” แซมพูดไปก็หรี่ตามองแล้วก็มั่นใจว่าใช่คนเดียวกัน เมื่อลองตั้งใจมองแบบชัดๆแล้ว

“แกว่าที่อาเธอร์มันย้ายรีสอร์ทกระทันหัน จะเป็นเพราะแม่ไอ้เด็กนี่หรือเปล่าวะ มันคงไม่บังเอิญมาเจอกันขนาดนี้หรอกมั้ง แกว่าจริงไหม” ดีแลนพูดออกไปอย่างจับผิด เพราะคนอย่างอาเธอร์มันรักเด็กที่ไหนกัน แถมมันยังดูสนใจผู้หญิงที่นั่งมากับมันด้วย แบบนี้ไม่ให้เขาคิดได้ยังไง

“แกจะบอกว่ามันสนใจผู้หญิงคนนั้นเหรอวะ จะเป็นไปได้ยังไงวะ มันไม่ชอบผู้หญิงเอเชียสักหน่อย แถมนั่นน่ะมีลูกแล้วนะโว้ย มันคงไม่เอาหรอก” แซมพูดออกไปอย่างไม่สนใจ เพราะคนอ่างอาเธอร์คงไม่สนใจผู้หญิงที่มีลูกแล้วแน่ๆ

“มันก็ไม่แน่หรอกไอ้แซม แกคิดดูสิวะว่าผู้หญิงคนนั้นน่ะน่าเอาขนาดไหน บางทีอาเธอร์มันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ฉันควรจะไปสืบให้แน่ใจ เพราะฉันมั่นใจว่าคนอย่างอาเธอร์มันต้องคิดอะไรแน่ๆ ไม่งั้นมันไม่ย้ายมานอนที่นี่แทนหรอก” ดีแลนพูดบอกไปอย่างมั่นใจในความคิดของตัวเองที่เป็นเพื่อนกับอาเธอร์มานาน แค่มองตามันเขาก็รู้แล้วว่ามันต้องการอะไร แล้วที่สำคัญมันคงไม่ย้ายจากที่พักระดับห้าดาวมาพักระดับสี่ดาวแทนหรอก แบบนี้ไม่ให้เขาสงสัยมันได้ยังไงกัน

“แกก็มะโนไปหรือเปล่าวะ แล้วแกจะไปสืบยังไง อาเธอร์มันปากแข็งจะตายไป” แซมเอ่ยพูดบอกไปก็มองหน้าเพื่อนหนุ่ม

“จะสืบจากอาเธอร์ทำไมวะ ฉันหมายถึงนู้น…เพื่อนเขาไงวะ ไป เดี๋ยวฉันจะพาแกไปเอง มาเร็ว” ดีแลนพูดบอกไปก็ลุกออกจากบาร์แล้วเดินออกไปที่ชายหาด ก่อนจะตั้งใจไปนั่งเล่นกับเด็กน้อยคนนั้น ที่กำลังนั่งดูเด็กผู้หญิงอีกคนกำลังก่อทรายอยู่

“ไฮเด็กน้อย ฉันเล่นด้วยคนได้ไหม” ดีแลนพูดออกไปจนเด็กน้อยทั้งสองเงยหน้าขึ้นมา แล้วน้องวินก็ยิ้มแล้วเอ่ยพูดทันทีว่า

“ไม่ได้ฮะ แม่ไม่ให้เล่นกับคนแปลกหน้าครับ” น้องวินพูดบอกไปก็เข้าไปจับมือน้องสาวไว้อย่างกลัวคนแปลกหน้าที่เข้ามา แถมพูดเป้นภาษาอังกฤษอีก

“เอาแล้วไง เจอเด็กเล่นเข้าให้ ฮ่าๆ สงสัยแกจะหน้ากลัวเด็กเลยไม่อยากเล่นด้วย” แซมหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่เพื่อนหนุ่มโดนเด็กตัวเล็กปฎิเสธแบบไร้เยื่อใย

“พูดภาษาอังกฤษเก่งนิไอ้หนู ฉันหล่อออกขนาดนี้ ไม่ทำร้ายหนูหรอกน่า มาเล่นกับฉันดีกว่านะ” ดีแลนพูดบอกไปแล้วยิ้มขำกับความฉลาดของเด็กน้อยคนนี้

“แกก็ไปทำให้เด็กมันกลัว กลับกันเถอะว่ะ จะไปแกล้งเด็กมันทำไมวะ” แซมพูดเป็นภาษาอิตาเลี่ยนเพราะกลัวว่าเด็กคนนี้จะเข้าใจในสิ่งที่เขาอยากจะพูด เพราะพูดภาษาอังกฤษคล่องขนาดนี้คงเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ ต่างจากเด็กผู้หญิงที่เอาแต่เงียบแล้วไม่พูดออกมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป