บทที่ 1 ตอน ฤทธิ์สวาทพ่อมด 1
ณ ดินแดนแห่งภูติ
ร่างสูงใหญ่ของพ่อมดหนุ่มนามว่าพ่อมดคาไลน์ ได้ปรากฏกายขึ้นบริเวณเขตแดนรอบนอกของดินแดนแห่งภูติ อาณาจักรของเหล่าภูติล้วนมีภูติชนิดต่างๆ อาศัยอยู่ แบ่งเป็นสี่เขตคือ เขตพฤกษา เป็นที่อยู่ของภูติต้นไม้ เขตคีริน เป็นที่อยู่ของภูติภูเขา เขตธาราใส เป็นที่อยู่ของภูติน้ำ และเขตผกาพรรณ คือที่อยู่ของภูติดอกไม้ ทั้งสี่เขตโอบล้อมอาณาจักรภูติซ้อนกันเป็นวงกลมคล้ายลายก้นหอย โดยมีปราสาทของราชินีภูติอยู่ตรงกลาง การจะผ่านเข้าไปยังปราสาทต้องผ่านดินแดนทั้งสี่ของภูติเผ่าต่างๆ ถึงจะเข้าไปได้ และยากนักจะมีผู้ผ่านเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของอาณาจักรภูติได้ รอบเขตแดนมีม่านหมอกสีขาวเกิดจากมนตราของราชินีเป็นปราการปกคลุมอาณาจักรไว้ ผู้ที่มีเวทมนตร์แก่กล้าเท่านั้นจึงจะผ่านเข้าไปได้ ซึ่งไม่ยากเกินกว่าความสามารถของพ่อมดคาไลน์ เพียงโบกคฑาวิเศษสองสามทีก็สลายหมอกเหล่านั้น เปิดทางให้เข้าไปสู่อาณาเขตของเหล่าภูติได้โดยง่าย
“นี่หรือคือดินแดนของเหล่าภูติ หึ ข้าอยากรู้นักว่าราชินีภูติ กล้าดีอย่างไรถึงได้คิดเป็นปฏิปักษ์กับดินแดนแห่งเวทมนตร์ของพวกเรา ข้าจะเป็นตัวแทนของราชาพ่อมดและราชินีแม่มดกำราบพวกเจ้าเอง”
พ่อมดคาไลน์ประกาศอย่างหมายมาด ตั้งใจจะจัดการพวกภูติให้ยอมศิโรราบให้หมดสิ้น เดิมทีดินแดนภูติได้ทำสัญญาเป็นพันธมิตรกับดินแดนเวทมนตร์โดยมีข้อตกลงคือ จะมอบน้ำอมฤตซึ่งเกิดจากดอกไม้วิเศษของอาณาจักรนี้ให้ราชาพ่อมดนำไปรดต้นไม้แห่งชีวิต และดินแดนเวทมนตร์มอบผลึกแก้ววิเศษให้เป็นการแลกเปลี่ยนกัน
ทว่าในเวลาร้อยปีที่ผ่านมาอาณาจักรภูติกลับไม่ส่งน้ำอมฤตให้ดินแดนเวทมนตร์ จนราชาพ่อมดต้องแก้ไขด้วยการส่งแม่มดราณีและพ่อมดคาไลน์ ไปยังโลกมนุษย์เพื่อแลกพรวิเศษกับพลังชีวิตของมนุษย์เพื่อนำมาใช้ทดแทนกัน ราชาพ่อมดไม่อยากก่อศึกกับดินแดนภูติจึงยังรอให้อีกฝ่ายยอมทำตามข้อตกลง แต่ผ่านไปร้อยปีราชินีภูติก็ไม่ยอมส่งน้ำอมฤตให้ และปิดกั้นอาณาเขตของตนไม่ให้ผู้ใดผ่านเข้าไป ราชาพ่อมดจึงบัญชาให้ราชินีแม่มดส่งพ่อมดมาจัดการกับราชินีภูติ พ่อมดคาไลน์เป็นผู้ได้รับหน้าที่นี้
อาณาเขตของภูติต้นไม้เขียวขจีร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ มองไปทางไหนก็เป็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าแปลกตา ท้องฟ้าเป็นสีเหลือบรุ้งสว่างเรืองรองโดยไม่มีดวงตะวันทอแสง ก้อนเมฆปุยขาวลอยละล่องบนยอดเขาสีเขียวมรกต ต้นไม้บางต้นขึ้นสูงเสียดฟ้าไต่ระดับลดหลั่นเป็นชั้นตามแนวเขา หากไร้สรรพชีวิตใดๆราวกับมีเพียงบรรดาพรรณไม้เท่านั้น
พ่อมดหนุ่มเดินผ่านข้ามแดนไปยังดินแดนภูติโดยไม่รีบเร่งนัก ด้วยรู้ว่าไม่อาจใช้เวทมนตร์ในการหายตัวไปยังปราสาทได้ โดยประตูกั้นเขตแดนในแต่ละชั้นต้องใช้ผลึกแก้ววิเศษของผู้นำเผ่าแต่ละเผ่าในการเปิด ผลึกของเขตพฤกษาเป็นผลึกมรกตสีเขียว เขตคีรินเป็นผลึกทับทิมสีแดง เขตธาราใสเป็นผลึกไพลินสีน้ำเงิน และเขตผกาพรรณเป็นผลึกอเมทิสต์สีม่วง ต้องใช้ผลึกทั้งสี่ก้อนในการเปิดประตูเข้าสู่ปราสาทราชินีเป็นด่านสุดท้าย ดังนั้นต้องได้ผลึกของดินแดนพฤกษาซึ่งเป็นผลึกสีเขียวมรกตมาก่อน ผู้ที่เก็บรักษาไว้คือหัวหน้าภูติต้นไม้
ขณะกำลังเดินผ่านแนวป่า ก็มีร่างของนางภูติต้นไม้สองนางซึ่งมีหน้าที่ปกป้องเขตแดน ปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าไว้
“เจ้าเป็นใคร ทำไมบังอาจบุกรุกดินแดนของพวกเรา!”
นางภูติต้นไม้ตนหนึ่งตวาดผู้บุกรุกเสียงเขียว แต่ไม่ทำให้คนฟังรู้สึกหวาดหวั่นแต่อย่างใด ด้วยรูปลักษณ์ของนางนั้นไม่ได้น่ากลัวสักนิด นางมีใบหน้ารูปไข่งดงาม ผมสีดำเหลือบเขียวยาวถึงบั้นเอวไม่ต่างจากแม่มดในดินแดนเวทมนตร์ สวมชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีเขียวอ่อนยาวระดับเข่าทรงสุ่มพอง เนื้อผ้าบางเบาจนมองเห็นทรวดทรงองค์เอวงามระหง โดยเฉพาะผิวเนื้อนวลขาวผ่องของทรวงอวบใหญ่ขนาดเท่าผลส้มโอขนาดย่อม รวมถึงปลายถันสีชมพูสวยเป็นตุ่มนูนเห็นชัดดุนดันผ่านรอยผ้าออกมาให้คนมองถึงกับน้ำลายฝืดคอ เรียวขายาวขาวเนียนน่ามองน่าสัมผัส นางไม่สวมรองเท้าเพราะมีปีกใสสีเขียวมรกตบ่งบอกชาติพันธุ์ของนางภูติต้นไม้ทำให้บินได้โดยไม่ต้องแตะพื้นหญ้า อีกนางมีผมสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบเหลืองสวมชุดกระโปรงแบบเดียวกันแต่เป็นสีเขียวในโทนเข้มกว่า ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่น นางภูติต้นไม้ทั้งสองงดงามคนละแบบแต่มีเรือนร่างยั่วยวนสายตา ชวนให้คนมองร้อนวูบวาบไปทั้งกายด้วยห่างหายจากรสสวาทมาเนิ่นนาน
ตั้งแต่พ่อมดคาไลน์รับหน้าที่ในโลกมนุษย์ ก็ไม่เคยได้ร่วมภิรมย์กับหญิงใดเลย เพราะเคร่งครัดในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจึงระงับความปรารถนาในกายตัวเองไว้ ต่างจากผู้ช่วยทั้งสองคือคีออสและไคทัสที่มักระบายความต้องการด้วยการเสพสมหุ่นพยนต์ซึ่งสามารถเนรมิตให้กลายมาเป็นสาวงามเอาไว้ปรนเปรอสวาทตามใจปรารถนา มีคุณสมบัติเหมือนผู้หญิงทุกประการ แต่พ่อมดคาไลน์ไม่นิยมเสพสมกับสิ่งไร้ชีวิต พอได้เจอกับนางภูติต้นไม้สองนางนี้อารมณ์สวาทกลับพวยพุ่งเข้าอาบร่าง ท่อนกายชายแข็งตัวขึ้นมาแบบห้ามไม่อยู่ เขามองนางทั้งสองในสมองครุ่นคิดไปด้วย
