บทที่ 8 ฤทธิ์สวาทพ่อมด 8
“เจ้าเป็นใคร บังอาจบุกรุกกินแดนของพวกเรา”
นางภูตเอเลน่าเอ่ยถามเสียงเครียด ดวงตาสีนิลจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของพ่อมดหนุ่มเขม็ง แต่ไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นให้เขาแม้เพียงน้อย ด้วยรูปลักษณ์อันสะคราญตา งดงามยิ่งกว่านางภูติสาวอลิศและไอวี่ ทำให้คนเห็นจ้องตอบด้วยแววตาพริบพราวชวนให้หัวใจของนางภูติสะท้านไหว
“ข้าคือพ่อมดคาไลน์ แห่งดินแดนเวทมนตร์” พ่อมดคาไลน์จ้องใบหน้างดงามไม่วางตา
“พ่อมด...”
นางภูตเอเลน่านิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร นางนึกถึงคำสั่งของท่านวาตรีภูติคนสนิทของราชินีภูติ ซึ่งมีหน้าที่รับบัญชาของราชินีภูติและมาสั่งการบรรดาภูติใต้บังคับบัญชา ท่านวาตรีสั่งให้หัวหน้าภูติทั้งสี่เขตป้องกันไม่ให้ใครบุกรุกเข้ามาโดยเฉพาะพ่อมดแม่มดจากดินแดนเวทมนตร์ ผ่านมาร่วมร้อยปีก็ไม่มีใครบุกรุกจนวันนี้
“เจ้าบังอาจบุกรุกดินแดนของพวกเรา เจ้าต้องการอะไร”
“ข้าได้รับบัญชาจากราชินีแม่มด ให้เดินทางไปพบราชินีภูติ จงเปิดทางและมอบผลึกมรกตให้ข้าเปิดประตูเสียเถอะ”
พ่อมดคาไลน์บอกอีกฝ่าย พร้อมกับเอ่ยขอผลึกมรกตของล้ำค่าแห่งดินแดนพฤกษาเพื่อเปิดประตูสู่แดนภูติเขตต่อไป
“เหอะ บังอาจ เจ้าคิดว่าจะได้ผลึกมรกตไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่าเจ้าพ่อมด เจ้าถูกลูกน้องของข้าจับตัวมาได้ ยังปากกล้าดีอีกเหรอ” นางภูติเอเลน่าตวาดเสียงดัง
“ได้ไม่ได้เดี๋ยวก็รู้!”
พ่อมดหนุ่มยิ้มร้าย ขณะโบกคฑาวิเศษร่ายเวทย์ทำลาย กรงไม้จนพังพาตัวเองออกมาจากกรงได้ ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าบรรดาภูติรวมถึงหัวหน้าภูติ เขาลอยตัวขึ้นจากพื้น เตรียมตัวปะทะกับหัวหน้าภูติต้นไม้ที่กระพือปีกพาตัวเองบินขึ้นมาบนท้องฟ้า เริ่มโจมตีก่อนด้วยการใช้เหล่าเถาวัลย์ให้พุ่งเข้ามาฟาดพ่อมด แต่พ่อมดคาไลน์ไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้ายโบกคฑาทำลายเถาวัลย์จนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หัวหน้าภูติไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สั่งให้บรรดาภูติรวมพลังโจมตีพ่อมดพร้อมกัน
“พวกเรา รวมพลังจัดการมันให้ได้”
บรรดาภูติที่อยู่บริเวณนั้นยกเว้นอลิศและไอวี่ ต่างใช้เถาวัลย์เป็นอาวุธตรงเข้าจู่โจมพ่อมดหนุ่มจากทุกสารทิศ พ่อมดคาไลน์หลบไปมาพร้อมร่ายเวทย์สร้างเกราะแก้วลักษณะคล้ายลูกบอลกลมกำบังไม่ให้ถูกทำร้าย เขาเคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างของหัวหน้าภูติต้นไม้ ใช้พลังเวทย์ดูดร่างของนางให้เข้ามาในเกราะแก้ว
“กรี๊ดดด ไอ้พ่อมดชั่ว เจ้าบังอาจมาก”
นางภูติเอเลน่าพยายามทำลายลูกบอลแก้ว แต่พลังเวทย์ของนางไม่กล้าแกร่งพอจึงได้แต่บินชนผนังไปมาไม่ต่างจากแมลงที่ถูกขัง ส่วนพ่อมดหนุ่มยืนกอดอกหัวเราะขบขันท่าทางของนาง
“เสียแรงเปล่าน่า เกราะแก้วของข้าสร้างจากพลังเวทย์ที่กล้าแกร่ง นางภูติชั้นต่ำอย่างเจ้าไม่มีทางทำลายได้”
“ไอ้พ่อมดชั่ว ปล่อยข้าออกไปนะ”
นางภูติเอเลน่ากรีดร้องเสียงแหลม รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเมื่อนึกรู้ว่าพลังของตนอาจจะสู้พลังของพ่อมดตนนี้ไม่ไหว
“หุบปากเสีย ข้าแสบหูไปหมดแล้วนะ กรีดร้องไปเจ้าก็หนีออกไปไม่ได้หรอก จงบอกข้ามาว่าผลึกมรกตอยู่ที่ใด”
“ไม่ ข้าไม่มีทางบอกเจ้า”
นางภูติสะบัดเสียงตอบเขา หยุดดิ้นรนหนีเมื่อรู้ดีว่านางหนีไม่พ้น
พ่อมดคาไลน์จ้องใบหน้างดงามของนางนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกว้าง
“ข้ารู้แล้วว่าผลึกมรกตอยู่ที่ใด”
เขาร่ายเวทย์ให้ลูกบอลแก้วเคลื่อนตัวลอยจากบริเวณนั้นไปยังยอดเขา อันเป็นที่ตั้งของต้นไม้แห่งภูติ เพราะได้อ่านความคิดของนางภูติเอเลน่าจนรู้ว่าผลึกมรกตถูกเก็บไว้ที่นั่น พ่อมดหนุ่มพาหัวหน้าภูติต้นไม้ไปหยุดใต้ต้นไม้แห่งภูติ เขายืนมองต้นไม้ลักษณะสูงมีกิ่งก้านสีมรกต บางกิ่งมีดอกขนาดใหญ่ห้อยลงมาลักษณะไม่ต่างจากต้นไม้แห่งชีวิตในดินแดนเวทมนตร์ ภายในดอกไม้คงเป็นนางภูติที่รอเวลากำเนิด ตรงกลางลำต้นมีผลึกมรกตติดอยู่ ส่องประกายสีเขียวสว่างจ้าไปทั่วบริเวณ
“ได้โปรดอย่าเอาผลึกไปเลย หากเจ้านำมันออกจากต้นไม้แห่งภูติ จะทำให้ต้นไม้ไม่อาจให้กำเนิดภูติต้นไม้ได้ พวกภูติต้นไม้ในดินแดนพฤกษาแห่งนี้ก็จะหลับใหลไม่ฟื้นจนกว่าผลึกมรกตจะกลับไปอยู่ที่เดิม”
นางหัวหน้าภูติต้นไม้ลงทุนคุกเข่าอ้อนวอนขอความเห็นใจ ยอมบอกความลับของดินแดนพฤกษาให้อีกฝ่ายรู้หวังให้เห็นใจ แต่พ่อมดหนุ่มไม่อาจปล่อยให้ความเห็นใจทำให้หน้าที่บกพร่องได้ เขาต้องทำตามบัญชาของราชินีแม่มด
“นางภูติ ข้าแค่ขอยืมผลึกมรกตเปิดประตูเท่านั้นไม่คิดยึดครอง”
“ท่านคงไม่ยอมทำตามที่ข้าขอร้องใช่ไหม” นางภูติเอเลน่าถามเสียงอ่อนหมดหวัง
พ่อมดหนุ่มพยักหน้ารับ “ใช่ ข้าต้องทำตามบัญชาของราชินีแม่มด เอาเถอะ หากข้าทำหน้าที่ของข้าสำเร็จแล้ว ข้าสัญญาว่าจะนำผลึกมาคืนให้พวกเจ้า” เขาให้สัญญากับนาง
“ข้าคงไม่มีปัญญาขัดขวางท่าน ได้แต่หวังว่าท่านจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้”
นางหัวหน้าภูติต้นไม้ถอนหายใจแรง ยอมรับว่าไม่มีทางเปลี่ยนใจพ่อมดหนุ่มได้ ดินแดนพฤกษาคงเป็นดินแดนร้างเมื่อพวกภูติต้นไม้หลับใหลกันทั้งหมด
