บทที่ 9 ฤทธิ์สวาทพ่อมด 9

“ไม่ต้องวิตก ข้าจะทำตามสัญญาแน่นอน” 

พ่อมดหนุ่มเดินมาแตะไหล่มนของนางภูติด้วยความเห็นใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ใบหน้างามเปื้อนคราบน้ำตาน่าสงสารนัก ทำให้คนมองใจอ่อนยวบใช้ปลายนิ้วป้ายคราบน้ำตาออกจากแก้มนวล

“อย่าร้องไห้เลยนางภูติเอ๋ย... เราต่างมีหน้าต้องทำ ทุกสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว” เขาประคองร่างงามให้ลุกขึ้น 

“ข้าแค่เสียใจที่ไม่อาจปกป้องดินแดนของข้าได้” นางรำพึงเสียงแผ่ว 

“ข้าขอโทษที่ต้องทำเช่นนี้ แต่ข้ามีความจำเป็น” 

เขาเชยคางนางให้มองสบตา ยิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน 

“นางภูติคนงามเอ๋ย... ก่อนที่เจ้าจะหลับใหล ข้าจะทำให้เจ้านอนหลับฝันดี” 

ดวงตาสีนิลมองจ้องใบหน้าหล่อเหลาด้วยความกังขา เขาจะทำอะไรให้นางหลับฝันดี พ่อมดหนุ่มไม่ปล่อยให้นางภูติสาวสงสัยนาน เขาก้มลงมาประทับริมฝีปากกับเรียวปากอิ่มสีแดงสดของนางแล้วมอบจุมพิตแสนหวานให้นางสัมผัสทันที

“อ๊ะ ท่านจะทำอะไรข้า อุ๊ย!” 

นางภูติสาวยืนนิ่งตกตะลึงกับการจู่โจมแสนหวานของพ่อมดหนุ่ม ริมฝีปากร้อนผ่าวแนบชิดริมฝีปากนุ่มของนางบดเคล้าอย่างเร่าร้อน จูบไซ้ดูดดึงริมฝีปากสาวจนนางร้องครางด้วยความตกใจเผยอริมฝีปากออก ทำให้เขามีโอกาสใช้ปลายลิ้นสอดไซ้เข้าไปในโพรงปากนุ่มแสนหวานของนาง พร้อมกับกวาดปลายลิ้นไปทั่วโพรงปากหวานฉ่ำ ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดดูดดุนลิ้นเล็กราวกับหิวกระหาย กวาดต้อนความฉ่ำหวานกลับมาจนพอใจในรสหวานล้ำราวกับน้ำผึ้งป่า 

“อื้อ... ท่าน... อาซ์...”

เสียงครางในลำคอสาวดังอืออา ร่างงามบิดตัวไปมาเมื่อถูกมือลูบโลมไปทั่วกายซึ่งบัดนี้เปลือยเปล่าด้วยถูกเวทย์เปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างจนสิ้น พ่อมดหนุ่มเองก็เปลือยกายเช่นเดียวกัน ในลูกบอลแก้ววิเศษถูกเนรมิตเตียงนุ่มบุผ้าขนสัตว์ขึ้นมา เขาพาร่างนางภูติสาวเอนกายลงบนเตียง ก่ายเกยร่างหนาเสียดสีบดเบียดกายแกร่งที่ชูชันกับดอกกุหลาบสาวที่เริ่มผลิน้ำหวานจนชุ่มฉ่ำ นางภูติเอเลน่ามีอายุมากที่สุดในบรรดาภูติต้นไม้จึงได้เป็นหัวหน้าภูติ และนางมีความงามมากกว่านางภูติต้นไม้ในดินแดนพฤกษาเช่นกัน พ่อมดหนุ่มทอดสายตามองกายสาวขาวผ่องอมชมพูราวกับผิวไข่มุก ยอดทรวงเม็ดกลมเล็กไม่ต่างกับเม็ดมุกสีหวาน ทรวงอวบกลมขนาดใหญ่ล้นมือที่กำลังกอบกุมคลึงเคล้นอย่างเมามันส์ เขาเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงกับความงามจนต้องขยับถอยห่างออกมาเพื่อจะได้กวาดตามองร่างงดงามนี้ให้ถ้วนทั่ว ทรวงสล้างใหญ่น่าฟัดด้วยขนาดมโหฬาร หน้าท้องแบนเรียบแต่เนินสาวกลับอวบอูมไร้เส้นขนปิดบัง ผิวสีชมพูเปล่งปลั่งราวกับเด็กแรกเกิด มือหนาสั่นระริกเมื่อลูบไล้ผิวนุ่มลงมายังเนินกุหลาบสีหวาน นางหลับตาด้วยความเอียงอาย น่ารักน่าใคร่จนเขาต้องก้มลงจูบริมฝีปากหนักๆ ก่อนจะลงมือสำรวจกายสาวให้สมใจปรารถนา ปลายนิ้วชี้กรีดไปแนวตามร่องสะดือไล่เรื่อยลงมาหาเกสรสาวสีชมพูเม็ดกระจิริด ค่อยคลี่กลีบผกางามให้แยกออก น้ำหวานไหลเยิ้มเคลือบกลีบสีชมพูสวยฉ่ำวาว ช่องทางสวรรค์ปิดสนิทบ่งบอกว่าไม่เคยมีชายใดได้ผ่านเข้าไปเชยชมถ้ำสวาทของนางมาก่อน ซึ่งพ่อมดหนุ่มคิดว่าตนเป็นชายคนแรกที่มีโอกาสได้เห็นความงามล้ำค่านี้ 

“อาซ์ งามมากนางภูติเอ๋ย... สมแล้วที่เจ้าเป็นหัวหน้าของเหล่านางภูติต้นไม้ ความงามของเจ้าแม่มดบางตนยังเทียบไม่ได้ ข้าโชคดีเหลือเกินที่ได้เสพสมกับเจ้า” พ่อมดหนุ่มครางกระหึ่มด้วยความดีใจ 

“เสพสม... ท่านจะเสพสมกับข้าหรือ...” 

นางภูติสาวลืมตาขึ้นมองพ่อมดหนุ่มด้วยแววตาวาวหวาน ริมฝีปากแย้มยิ้มละมุนตา นึกถึงสิ่งที่เขาจะมอบให้แล้วขนกายลุกชันขึ้นมาทันใด หวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา... นางกำเนิดมามีอายุขัยสองร้อยกว่าปี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าภูติต้นไม้ต่อจากหัวหน้าภูติตนเดิม ร้อยกว่าปีก่อนนางได้พบกับผู้บุกรุกก็คือราชาพ่อมด เขาได้เข้ามาในอาณาเขตของภูติต้นไม้ ในตอนนั้นอาณาจักรภูติกับดินแดนแห่งเวทมนตร์ยังไม่ได้ทำพันธสัญญาต่อกัน ราชาพ่อมดได้บุกเข้ามาเพื่อจะนำผลึกมรกตผ่านทางไปยังปราสาทของราชินีภูติ แต่นางไม่ยอมมอบผลึกให้เขาโดยง่าย จึงถูกราชาพ่อมดสั่งสอนด้วยเวทมนตร์ที่เหนือกว่าจนถูกจับเป็นเชลย ครั้งนั้นนางถูกย่อร่างแล้วขังไว้ในตะเกียงแก้ว ราชาพ่อมดได้ลงทัณฑ์นางที่บังอาจต่อต้านพระองค์ด้วยการ...

“นางภูติต้นไม้ เจ้าช่างบังอาจนัก ข้าจะลงทัณฑ์เจ้าด้วยการทำให้เจ้าร้องครวญครางจนไม่มีแรงส่งเสียงร้อง ก่อนที่เจ้าจะหลับใหลไป” 

ราชาพ่อมดประกาศก้อง ขณะมองนางภูติที่อยู่ในตะเกียงแก้วด้วยสายตาวาววับน่าเกรงขาม

“ท่านจะทำอะไรข้า ได้โปรดเถิด อย่าทำอะไรข้าเลย ข้ากลัวแล้ว” 

นางภูติเอเลน่าหวาดกลัวมาก นางพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาด้วยเกรงว่าราชาพ่อมดจะฆ่านาง แต่อีกฝ่ายกลับใช้ไม้คฑาวิเศษโบกไปมาจนเกิดลำแสงสีทอง ลำแสงเวทมนตร์พุ่งไปยังดอกไม้ของต้นไม้แห่งภูติดอกหนึ่งซึ่งกำลังรอเวลาถือกำเนิดเป็นภูติตนใหม่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป