บทที่ 3 ตอน เริงสวาทแม่มด 3

คนขอพรซึ่งกำลังหลับตา ไม่อาจมองเห็นร่างโปร่งแสงของราชาพ่อมด ซึ่งกำลังร่ายเวทย์โบกคฑาอยู่เหนือศีรษะของเขา ทันใดนั้นเองก็เกิดประกายแวบวาบของลำแสงสีรุ้งพุ่งลงมาที่กลางกระหม่อมของก้องเกียรติ เขาตัวร้อนวูบกระตุกเกร็งไปทั่วร่าง แต่อดทนฝืนไว้ไม่ยอมลืมตาขึ้นมองด้วยเกรงพิธีจะเสีย เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็รู้สึกเย็นไปทั้งตัวราวกับแช่อยู่ในห้องเย็น เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว โดยไม่รู้ว่าพลังชีวิตของตัวเองถูกไม้คฑาในมือของแม่มดสาวดูดออกมาจากกระหม่อม และนำมันไปใส่ไว้ในขวดแก้วกลมในมืออีกข้าง เธอปิดฝามันไว้แล้วส่งมอบให้ราชาพ่อมด ก่อนที่ร่างโปร่งแสงนั้นจะเลือนหายไป

“ลืมตาได้แล้วก้อง เธอได้รับพรนั้นแล้ว” เสียงหวานใสของราณีปลุกเรียกคนที่หลับตาอยู่

ก้องเกียรติค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขารู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัว ราวกับมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ทั่วร่าง

“ผมหนาว ราณีผมเป็นอะไร” เขาถามเสียงสั่น ริมฝีปากสั่นกึกๆ กระทบกันไปมา

ราณียิ้มกว้าง เข้าใจอาการของคนสูญเสียพลังชีวิต

“ก้องแค่อ่อนแรงเพราะสูญเสียพลังชีวิต พรุ่งนี้อาการจะดีขึ้น ไม่เป็นไรหรอกอย่ากลัวไปเลย”

เธอเดินไปหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำสีอำพันมารินใส่แก้วส่งให้เขาดื่ม

“กินน้ำลาวานี่ก็จะหายหนาว”

ก้องเกียรติรับมาดื่มอย่างไม่เกี่ยงงอน “รสชาติเยี่ยมมาก เหมือนไวน์เลย ขออีกแก้วได้ไหม”

เขาบอกแล้วแย่งขวดน้ำมาเทจนเต็มแก้ว ยกขึ้นดื่มอักๆ จนเกลี้ยง โดยที่ราณีร้องห้ามไม่ทัน

“ว้าย อย่ากินเยอะ โอย ก้องนายรู้ไหมว่าน้ำลาวานั่นมันมีฤทธ์แรงมาก นายจะร้อน จะทุรนทุราย ไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน” ราณีแย่งขวดคืนมาได้ก็รีบเอาไปวางไว้ห่างๆ

ไม่ทันขาดคำน้ำลาวาก็ออกฤทธิ์ ก้องเกียรติร้อนวูบวาบไปทั้งตัว อาการหนาวสั่นเมื่อครู่เลือนหายไป กลายมาเป็นร้อนราวกับมีเพลิงสุมอยู่ข้างใน มันไม่ได้ร้อนแบบอากาศร้อน แต่มันร้อนวูบวาบอยู่ภายใน บางอย่างในกายลุกชัน ความรู้สึกอย่างหนึ่งตื่นโพลงขึ้นมา ชายหนุ่มจ้องมองแม่มดสาวด้วยแววตาวาววาม

“อยู่เฉยๆ ก่อนนะก้อง เดี๋ยวราณีหาวิธีแก้ไขก่อน”

ราณีขยับถอยห่างเมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย แม่มดสาวรีบวิ่งไปเปิดลิ้นชักในโต๊ะเล็กข้างเตียง หยิบตำราแม่มดออกมาอ่าน หาวิธีแก้ไขฤทธิ์น้ำลาวา

“คนที่ดื่มน้ำลาวาเข้าไปเกินขนาด จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เฮ้อ ค่อยโล่งอกหน่อย”

เธอถอนหายใจเมื่ออ่านถึงตอนนี้ แต่ใบหน้างามต้องเหยเก เมื่ออ่านเจออย่างอื่น

“แต่ฤทธิ์ของน้ำลาวา จะทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งกาย เกิดกำหนัดจนทนไม่ไหว ต้องการปลดปล่อยจนกว่าความร้อนในกายจะทุเลาลง หากไม่ได้ปลดปล่อยจะคลุ้มคลั่งอาละวาด บางทีอาจจะถึงขั้นทำร้ายผู้อื่นได้ ตายแล้วอันตราย”

ราณีหันไปมองคนต้องฤทธิ์น้ำลาวา แต่แม่มดสาวต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อหันไปเจอใบหน้าหล่อเหลาพอดี เขาเข้ามายืนข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดด้านหลังใบหูขาวสะอาด ใบหน้าของเขาแดงก่ำทีเดียว

“ถอยออกไปก่อน เดี๋ยวราณีจะหาวิธีแก้ให้”

เธอผลักร่างของเขาออกห่าง รีบกวาดตาอ่านวิธีแก้ไข ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อวิธีแก้ไขคือ

“วิธีทำให้ผู้ที่ดื่มน้ำลาวาสงบลง คือ หากเป็นชายให้หาหญิงสาวให้เขาเสพสม หากเป็นหญิงให้หาชายหนุ่มให้เขาเสพสมกายเธอ เมื่อบรรลุจุดสุดยอดจึงจะหาย ตายแล้ว อ๊ะ ก้องทำอะไรน่ะ”

ราณีหันขวับไปมองหน้าคนที่กำลังลูบไล้เนื้อตัวเธออยู่ แม่มดสาวหวีดร้องเมื่อร่างอรชรของตัวเองถูกเขาช้อนอุ้มจนตัวลอยจากพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มผู้ตกอยู่ในฤทธิ์น้ำลาวาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาร้อนไปทั้งตัวความปรารถนาครอบงำความคิด บวกกับพึงพอใจร่างงามของแม่มดสาวอยู่ก่อนหน้า จึงไม่รั้งจิตใจตัวเองให้ทนต่อได้ เขาวางเธอลงบนเตียง มือหนาของเขากระชากดึงทึ้งเสื้อผ้าเธอออก ผ้าโปร่งบางง่ายต่อการฉีกขาด เสียงดังแควก แควก ดังก้องโถงถ้ำ ดวงตาของเขาฉายแววหื่นกระหาย เมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวเต็มตา แก่นกายปวดหนึบตั้งชัน เขาปลดเสื้อผ้าออกจากตัวแทบจะฉีกให้ขาดคามือด้วยความใจร้อน โหยหิวอยากกลืนกินร่างอวบอัดของสาวสะพรั่งตรงหน้า ราณีเองเมื่อหายตกใจก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แม่มดสาววัยกำดัดอายุเพียงสิบแปดปี แต่ในโลกของแม่มดวัยเพียงแค่นี้ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเชิงโลกีย์ไม่แพ้ใคร

เมื่อโตเป็นสาวเต็มตัวในวัยสิบห้าปี แม่มดทุกตนจะต้องใช้พรหมจรรย์ของตัวเองเซ่นสังเวยให้ราชาพ่อมด เพื่อได้รับโอกาสในการเรียนเวทย์ แม่มดที่บริสุทธิ์จนอายุถึงสิบแปดปี จะถูกส่งไปบวงสรวงกับซาตานและจะถูกสูบวิญญาณและความสาวจนกลายเป็นแม่มดเหี่ยวชรา แต่จะได้อำนาจวิเศษด้านเวทย์มนตร์เหนือกว่าแม่มดธรรมดา มีสองทางเลือกในโลกของแม่มดที่ราณีจากมา แม่มดสาวเลือกข้อแรก เธอไม่อยากเป็นแม่มดแก่หนังเหี่ยวไม่เจริญตา

เมื่อเซ่นพรหมจรรย์ของตัวเองแก่ราชาพ่อมดแล้ว แม่มดในดินแดนนั้น ก็มีสิทธิ์เสพสมกับพ่อมดตนอื่นได้อย่างเสรี หากพอใจกันก็จะแต่งงานครองคู่กันไปจนหมดอายุขัย ไม่สามารถมีคู่ใหม่ได้ แม้คู่ของตนจะตายไปก่อน การแต่งงานในกลุ่มพ่อมดแม่มดจึงเกิดขึ้นได้ยากมาก แม่มดพ่อมดส่วนใหญ่เลือกใช้ชีวิตอิสระเสรี หากสิ้นอายุขัยก็จะถูกนำเถ้ากระดูกไปฝากไว้ที่ต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อรอการกำเนิดใหม่หมุนวนเป็นวัฏจักรอยู่แบบนี้ ต่างจากมนุษย์ที่ต้องให้กำเนิดทายาทของตัวเองเพื่อแพร่เผ่าพันธุ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป